เด็กเล็กระวัง! เชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน

Published on

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กระวังป่วยด้วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) พบมากในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว เผยข้อมูลย้อนหลัง 5 ปีพบเด็กเสียชีวิต 9 ราย ผู้ใหญ่เสียชีวิต 2 ราย ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่อาการทั้งในเด็กและผู้ใหญ่จะดีขึ้นหลังการรักษา 1-2 สัปดาห์ แนะล้างมือบ่อยๆ ไม่ใช้แก้วน้ำร่วมกับผู้อื่น และหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่งผู้ติดเชื้อ หากอาการไม่ดีขึ้นรีบไปพบแพทย์ทันที

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน ประเทศไทยมักพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus: RSV) โดยเชื้อไวรัสนี้ติดต่อได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ เชื้อไวรัสสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางตา จมูก ปาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะแสดงอาการหลังสัมผัสถูกเชื้อไวรัสในระยะเวลา 4-6 วัน ผู้ติดเชื้อจะเริ่มตั้งแต่มีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น ไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ จนถึงอาการรุนแรง เช่น หายใจเร็ว หอบเหนื่อยเนื่องจากปอดอักเสบ รับประทานอาหารได้น้อย ซึมลง การรักษาส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการ

โรคนี้สามารถพบได้ในผู้ป่วยทุกกลุ่มอายุ แต่อาการจะรุนแรงในเด็กเล็ก เด็กที่คลอดก่อนกำหนด และผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังเช่น เบาหวาน โรคปอด โรคหัวใจ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันร่างกายผิดปกติ เป็นต้น สำหรับประเทศไทยมักพบเชื้อไวรัสอาร์เอสวีได้บ่อยในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับฤดูกาลระบาดของไข้หวัดใหญ่ เชื้อไวรัสจะมีชีวิตอยู่ภายนอกร่างกายได้หลายชั่วโมงโดยอาศัยอยู่ตามวัตถุต่างๆ และแพร่กระจายได้ง่ายผ่านการไอหรือการจาม

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวอีกว่า ข้อมูลจากการเฝ้าระวังเชื้อก่อโรคปอดอักเสบรุนแรงจากโรงพยาบาล 30 แห่งในประเทศไทย ระหว่างปี 2555–2559 พบว่าในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีที่มาด้วยอาการปอดอักเสบรุนแรง 425 ราย มีการติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี ร้อยละ 44 (187 ราย) ตรวจพบเชื้อมากในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี และเสียชีวิต 9 ราย ส่วนในกลุ่มผู้ใหญ่ที่มาด้วยอาการปอดอักเสบรุนแรง 97 ราย มีการติดเชื้อฯ 4 ราย (คิดเป็นร้อยละ 5) และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย  โดยผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัว ได้แก่ เบาหวาน และมีประวัติการสูบบุหรี่  สำหรับในปี 2561 นี้ มีรายงานเหตุการณ์พบผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อน จำนวน 2 เหตุการณ์ โดยเป็นผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี รวม 24 ราย (14 และ 10 ราย)

ด้านนายแพทย์นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค แต่สามารถปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสได้ ดังนี้ 1.ล้างมือบ่อยๆ ทั้งก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ  2.หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ที่ติดเชื้อ เช่น ผู้ป่วยไข้หวัดหรือปอดอักเสบ โดยเฉพาะเด็กที่คลอดก่อนกำหนดและทารกในช่วงอายุ 1-2 เดือนแรกไม่ควรให้สัมผัสกับผู้ติดเชื้อ  3.หลีกเลี่ยงการนำมือที่ไม่สะอาดมาป้ายจมูกหรือตา ไม่ควรใช้แก้วน้ำร่วมกัน และทำความสะอาดของเล่นเด็กเป็นประจำ  ส่วนกรณีที่มีอาการป่วยควรหยุดพัก โดยเฉพาะนักเรียน และควรปิดปากและจมูกเมื่อไอหรือจาม ดื่มน้ำมากๆ เพราะน้ำจะช่วยทำให้สารคัดหลั่ง เช่น เสมหะ หรือน้ำมูก ไม่เหนียวจนเกินไป และไม่ไปขัดขวางการทำงานของระบบทางเดินหายใจ หากผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้น เช่น ไอมากหอบเหนื่อย ซึมลง รับประทานอาหารได้น้อย  ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที  สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทรสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

 

Latest articles

VFS Global enhances UK visa submission experience for Thai travellers with 7 Premium and Mobile Visa Application Centres across Thailand

With demand for travel from Thailand to the UK continuing to grow, VFS Global...

แพทย์ชี้ เป้าหมายการรักษาโรค SLE มุ่งสู่ “ภาวะโรคสงบ” ด้วยนวัตกรรมการรักษาที่ตรงจุด

โรคแพ้ภูมิตัวเอง SLE (Systemic Lupus Erythematosus) ยังคงเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของคนไทย พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเกือบ 10 เท่า โดยเฉพาะในวัยเรียน วัยทำงาน และวัยสร้างครอบครัว แพทย์ชี้แนวทางการรักษาโรค SLE...

เปิดโลกศิลปะผ่านการเล่นกับ “BICT Fest 2026”เริ่มแล้ววันนี้ ณ วัน แบงค็อก

เทศกาลละครนานาชาติสำหรับเด็กและเยาวชน กรุงเทพฯ หรือ BICT Fest (Bangkok International Children’s Theatre Festival) ครั้งที่ 5 ที่กลับมาสร้างปรากฏการณ์อีกครั้งในวาระครบรอบ 10 ปี ภายใต้แนวคิด “Play Attention: Look Who’s Growing Up!” กั

“ลานกางเต็นท์ สถานีวิจัยลำตะคอง วว.” ปักหมุดรีเทิร์น 1 ก.ย. นี้ สูดโอโซนปากช่องชิลๆ

สถานีวิจัยลำตะคอง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ประกาศเปิด “Lamtakhong Camping Site” หรือ ลานกางเต็นท์ สถานีวิจัยลำตะคอง อย่างเป็นทางการอีกครั้ง ในวันที่ 1 กันยายน 2569 ชวนสายแคมป์ กลุ่มเพื่อน ครอบครัว หรือแก๊งถ่ายรูป มาเช็กอินรับลมหนาวแรก สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ วิวภูเขา และพื้นที่สีเขียวสุดร่มรื่นใกล้เขื่อนลำตะคอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

More like this