สิงจิ้นจงกั๋ว | ช่างแกะสลักหยก 150,000 คนกลับบ้านเกิด: ฝีมือช่างเจิ้นผิงสร้างเส้นทางฟื้นฟูชนบท

Published on

แม้อำเภอเจิ้นผิง มณฑลเหอหนาน จะไม่มีแหล่งผลิตหยกเป็นของตนเอง แต่ก่อนฟ้าสาง ตลาดค้าหยกยามเช้าสือฝอซื่อในอำเภอเจิ้นผิงก็เริ่มคึกคักแล้ว

ภายใต้แสงไฟ พ่อค้าแม่ค้าต่างนำหยกเหอเถียนจากเขตซินเจียง หยกจากรัสเซีย และหินหยกเจไดต์ดิบมาจัดเรียงบนแผงขายสินค้า ขณะที่ผู้ดำเนินรายการไลฟ์สดตั้งโทรศัพท์มือถือเตรียมถ่ายทอดสด ส่วนรถขนส่งพัสดุจอดเรียงแถวพร้อมออกเดินทางไปยังจุดหมายต่าง ๆ ตลาดยามเช้าแห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของช่างแกะสลักหยกจำนวนมากในอำเภอเจิ้นผิง และหวัง ตงกวง ก็เป็นหนึ่งในนั้น

หยกตู๋ซานที่มีสีสันหลากหลายบนแผงขายสินค้าในตลาดยามเช้า เป็นวัสดุหยกชนิดแรกที่หวัง ตงกวง เคยใช้ในการทำงาน ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1987 (พ.ศ. 2530) ขณะอายุ 15 ปี เขาเริ่มเรียนรู้การขัดเงาหยกที่บริษัทศิลปหัตถกรรมแห่งหนึ่งในอำเภอเจิ้นผิง เมื่อเครื่องเจียระไนเริ่มทำงาน ฝุ่นผงก็กระจายไปทั่วห้อง แม้คนอื่นจะมองว่าหยกตู๋ซานมีลวดลายสีดำและสีขาวปะปนกันจนไม่สวยงาม แต่เขากลับใช้สีดำแทนหมึกและสีขาวแทนเนื้อหยกขาวมันเงา เพื่อแกะสลักเป็นรูปชาวนาสูงวัยและเด็กในชนบท

ต่อมา หวัง ตงกวง ย้ายไปทำงานที่เมืองเจิ้งโจว และมุ่งพัฒนาทักษะการแกะสลักคริสตัลอย่างจริงจัง คริสตัลมีความแข็งระดับ 7 ตามมาตราโมส์ แม้จะมีเนื้อแข็งแต่ก็เปราะและแตกบิ่นได้ง่ายหากไม่ระมัดระวังระหว่างแกะสลัก เขาจึงศึกษาผลงานในพิพิธภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง และเดินทางไปยังแหล่งถ้ำแกะสลักหินเพื่อคัดลอกแบบและศึกษาศิลปกรรม โดยใช้เวลากว่า 10 ปีในการฝึกฝนและพัฒนาฝีมือ ผลงานแกะสลักคริสตัลของเขาได้รับรางวัลเหรียญทองจากการประกวด “เทียนกง” ในปี ค.ศ. 2011 (พ.ศ. 2554) และผลงานอีกชิ้นหนึ่งที่เขามีส่วนร่วมสร้างสรรค์ได้รับการเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมจีน

แม้จะประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงแล้ว แต่เขากลับเลือกเดินทางกลับบ้านเกิด ในปี ค.ศ. 2017 (พ.ศ. 2560) หวัง ตงกวง กลับมายังเมืองหนานหยาง เพื่อบริหารหอจัดแสดงและเก็บรักษาหยกตู๋ซาน พร้อมก่อตั้งสตูดิโอของตนเอง โดยเริ่มรับหลี่ ชุนสี่ และจ้าว เฉวียน ซึ่งเป็นเยาวชนจากชนบทมาเป็นลูกศิษย์ ก่อนจะช่วยเหลือครัวเรือนยากจนหลายครัวเรือน เช่น ครอบครัวของหลิว เหวินเซิง และกัว ฉางเต๋อ ให้หลุดพ้นจากความยากจน

ต่อมา สตูดิโอของเขาสามารถสร้างงานให้แก่ประชาชนกว่า 370 คน และส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงอีกกว่า 500 คนประกอบอาชีพแกะสลักและขัดเงาหยก นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับสถานศึกษาอาชีวศึกษาจัดหลักสูตรฝึกอบรม เพื่อพัฒนาช่างแกะสลักหยกจำนวนมาก หวัง ตงกวง กล่าวว่า “ทักษะฝีมือเป็นทรัพย์สินของสังคม ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง”

การตัดสินใจของหวัง ตงกวง ไม่ใช่กรณีเดียวที่เกิดขึ้น

ในบรรดาประชาชนประมาณ 400,000 คนของอำเภอเจิ้นผิงที่ประกอบอาชีพเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมหยก มีมากกว่า 150,000 คนที่เคยเดินทางออกไปทำงานต่างถิ่นพร้อมเครื่องมือแกะสลัก บางส่วนเดินทางขึ้นเหนือไปยังตลาดพานเจียหยวนในกรุงปักกิ่ง บางส่วนลงใต้ไปยังเมืองซื่อฮุ่ยและผิงโจว มณฑลกวางตุ้ง และบางส่วนเดินทางไปทางตะวันออกยังย่านเซียงหวังน่ง เมืองซูโจว โดยเฉพาะเมืองซื่อฮุ่ยเพียงแห่งเดียวมีชาวเจิ้นผิงอาศัยอยู่มากกว่า 50,000 คน จนสามารถได้ยินสำเนียงท้องถิ่นเจิ้นผิงตามท้องถนนทั่วไป พวกเขาออกเดินทางเพื่อค้นหาวัตถุดิบ เรียนรู้ฝีมือ และจำหน่ายสินค้า ทำให้ชื่อเสียงของช่างแกะสลักหยกเจิ้นผิงแพร่หลายไปทั่วประเทศ

การออกไปทำงานต่างถิ่นมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาทักษะและประสบการณ์ ขณะที่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัจจัยเอื้อต่อการกลับบ้านเกิดก็เริ่มมีความพร้อมมากขึ้น

ในอดีต การประกอบธุรกิจหยกต้องเผชิญกับความยากลำบากทั้งการจัดหาวัตถุดิบและการจำหน่ายสินค้า ผู้ประกอบการที่เดินทางออกไปหาวัตถุดิบต้องนั่งรถไฟธรรมดาเป็นเวลาถึง 2 วัน และเมื่อถึงจุดหมายยังต้องต่อแถวรอใช้โทรศัพท์สาธารณะเพื่อติดต่อเจ้าของสินค้า ส่วนผู้ที่อยู่ในพื้นที่ก็ต้องตั้งแผงขายสินค้าริมทางและรอให้พ่อค้าจากต่างถิ่นเดินทางมาซื้อ แต่ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไป โดยมีทั้งทางรถไฟหนิงซีและทางด่วนเซี่ยงไฮ้–ส่านซีตัดผ่านพื้นที่ ทำให้สามารถเดินทางไปยังเมืองเจิ้งโจวได้ภายใน 2 ชั่วโมง ระบบโลจิสติกส์ระดับอำเภอ ตำบล และหมู่บ้านมีปริมาณขนส่งสินค้ามากกว่า 5 ล้านตันต่อปี และจัดส่งพัสดุเฉลี่ยเกือบ 300,000 ชิ้นต่อวัน นอกจากนี้ แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์หลายแห่งยังจัดตั้งฐานไลฟ์สดในอำเภอเจิ้นผิง ส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการขายสินค้าผ่านไลฟ์สดมากกว่า 10,000 ราย และสร้างงานด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ประชาชนกว่า 40,000 คน ในปี ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) อำเภอเจิ้นผิงจัดส่งพัสดุรวม 140 ล้านชิ้น และมีมูลค่าการซื้อขายผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มากกว่า 40,000 ล้านหยวน

เมื่อระบบคมนาคมสะดวกขึ้น การขนส่งสินค้ารวดเร็วขึ้น และช่องทางจำหน่ายขยายตัว ช่างฝีมือที่เคยกระจายตัวอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ จึงทยอยเดินทางกลับบ้านเกิด จาง เยี่ยนฮ่าว ซึ่งทำงานต่างถิ่นมาหลายปี กลับมายังอำเภอเจิ้นผิงและก่อตั้งบริษัทเจียหาวจิวเวลรี พร้อมนำเครื่องจักรควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ และพัฒนาแนวทางการผลิตแบบ “เครื่องจักรอัจฉริยะร่วมกับการเก็บรายละเอียดด้วยมือ” ส่วนจู ตงเหว่ย ซึ่งเดินทางไปเรียนรู้ฝีมือที่เมืองซูโจวในปี ค.ศ. 2005 (พ.ศ. 2548) และเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้านักออกแบบของสตูดิโอหลายแห่ง ได้ก่อตั้งสตูดิโอ “หมิงเจ๋ออวี้อี้” ในปี ค.ศ. 2009 (พ.ศ. 2552) ก่อนย้ายสตูดิโอกลับมายังสือฝอซื่อในปี ค.ศ. 2019 (พ.ศ. 2562) ขณะที่จ้าว เหอ ซึ่งกลับมาหลังสำเร็จการฝึกฝีมือ ได้ก่อตั้งสตูดิโอในอำเภอเจิ้นผิง และมีค่าใช้จ่ายด้านค่าจ้างพนักงานเดือนละกว่า 100,000 หยวน การกลับมาของคนหนึ่งคนสามารถสร้างโอกาสให้แก่คนอีกจำนวนมาก และเมื่อช่างฝีมือทยอยกลับมารวมตัวกัน ก็ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้แก่อุตสาหกรรมทั้งระบบ โดยอำเภอเจิ้นผิงได้ดึงดูดช่างแกะสลักหยกกว่า 2,000 คนให้เดินทางกลับมาจากเมืองซูโจว เซี่ยงไฮ้ และพื้นที่อื่น ๆ พร้อมจัดตั้งฐานอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ตามรูปแบบงานช่างสกุลซูโจว สกุลเซี่ยงไฮ้ และสกุลอันฮุย

เมื่อผู้คนกลับมา ทักษะและองค์ความรู้ก็กลับมาด้วยเช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการแกะสลักหยกเนื้อบางที่เรียนรู้จากเมืองซูโจว ความสามารถในการประเมินหยกคุณภาพสูงที่ได้รับจากเมืองเจียหยาง หรือประสบการณ์ด้านการค้าขายหน้าร้านจากเมืองซื่อฮุ่ย ความรู้เหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่ต่างถิ่นอีกต่อไป แต่ถูกนำกลับมาถ่ายทอดและพัฒนาผ่านช่างฝีมือที่เดินทางกลับบ้านเกิดและการติดต่อค้าขายอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นองค์ความรู้ที่สะสมอยู่บริเวณเชิงเขาตู๋ซานและในอำเภอเจิ้นผิง

การรวมตัวของทักษะฝีมือเหล่านี้นำไปสู่ผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในการฟื้นฟูชนบท โดยหมู่บ้านเหล่าปี้จวงอาศัยตลาดวัตถุดิบหยกสร้างโอกาสให้ชาวบ้านกว่า 2,000 คนประกอบอาชีพแปรรูปหยก และมีรายได้สุทธิเฉลี่ยต่อคนมากกว่า 20,000 หยวน ขณะที่หมู่บ้านเฮ่อจวงมีแรงงานถึงร้อยละ 90 ประกอบอาชีพเกี่ยวกับหยก และมีรายได้ส่วนรวมของหมู่บ้านมากกว่า 800,000 หยวนต่อปี ในปี ค.ศ. 2022 (พ.ศ. 2565) อาชีพ “ช่างแกะสลักหยกเจิ้นผิง” ได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และประกันสังคมจีน และสำนักงานฟื้นฟูชนบทแห่งชาติจีน ให้เป็น “แบรนด์แรงงานที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดระดับประเทศ”

ระหว่างการสัมภาษณ์ หวัง ตงกวง กำลังนั่งเก็บรายละเอียดเส้นแกะสลักร่องลึกภายใต้แสงไฟด้วยท่าทีสงบ ปัจจุบันจ้าว เฉวียน สามารถแกะสลักขึ้นรูปชิ้นงานเบื้องต้นได้ด้วยตนเองแล้ว ส่วนหลี่ ชุนสี่ ได้ก่อตั้งสตูดิโอของตนเอง ขณะที่ครอบครัวของหลิว เหวินเซิง ซื้อรถสามล้อเพิ่มเมื่อปีที่แล้วเพื่อใช้ขนส่งวัตถุดิบและสินค้า เครื่องมือแกะสลักยังคงเป็นเครื่องมือชนิดเดิม แต่ในอดีตการแกะสลักหยกหนึ่งชิ้นช่วยเลี้ยงดูได้หนึ่งครอบครัว ขณะที่ปัจจุบันห่วงโซ่อุตสาหกรรมแกะสลักหยกสามารถสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ทั้งอำเภอ

การเดินทางออกไปทำงานต่างถิ่นของช่างฝีมือ 150,000 คน ไม่ใช่การจากบ้านเกิดไปอย่างถาวร แต่เป็นการออกไปแสวงหาโอกาส เมื่อได้เรียนรู้แหล่งวัตถุดิบและตลาด พร้อมนำทักษะฝีมือและเงินทุนกลับมา พื้นที่เชิงเขาตู๋ซานจึงพัฒนาเป็นห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่ครบวงจร การกลับมารวมตัวกันของช่างฝีมือจำนวนมากกำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่เมืองแห่งหยก โดยช่างแกะสลักหยกเหล่านี้กำลังใช้ฝีมือของตนเองสร้างเส้นทางการฟื้นฟูชนบทของอำเภอเจิ้นผิง

 

(ผู้สื่อข่าว People’s Daily Online หวัง เพ่ย)

(บรรณาธิการ: ฮั่ว ย่าผิง, สวี ฉือ)

 

ที่มา People’s Daily Online


Latest articles

ช่างภาพไทยคว้ารางวัลใหญ่ระดับภูมิภาค เวที Epson International Pano Awards ครั้งที่ 17

เอปสันประกาศผลผู้ชนะการประกวดภาพถ่ายพาโนรามาระดับโลก Epson International Pano Awards ครั้งที่ 17 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อยกย่องความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ของช่างภาพจากทั่วโลก

ไทยผงาดเวทีพลังงานอาเซียน คว้า 21 รางวัล ASEAN Energy Awards 2026

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เผยความสำเร็จประเทศไทยคว้า 21 รางวัลจากเวที ASEAN Energy Awards 2026 ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ จากผลงานที่ส่งเข้าประกวด 30 ผลงาน ครอบคลุมการประกวด 4 สาขา

InMode Global Summit 2026 ตอกย้ำไทยก้าวสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมความงามทางการแพทย์ระดับภูมิภาค

บริษัท อินโหมด (ไทยแลนด์) จำกัด เตรียมจัดงานเสวนาระดับเอเชียแปซิฟิก “InMode Global Summit 2026” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ทาง และนวัตกรรมด้านเวชศาสตร์ความงามและการแพทย์ด้วยพลังงาน

สิงจิ้นจงกั๋ว | เมืองเสียนหนิง มณฑลหูเป่ย: การจัดระเบียบพื้นที่อย่างครอบคลุม ช่วยพัฒนาชนบททั้งด้านภูมิทัศน์และอุตสาหกรรม

ภายในโรงเรือนของศูนย์เพาะกล้าจินโซ่วเฉิง หมู่บ้านอวี่ถานเหน่า เมืองเสียนหนิง มณฑลหูเป่ย์ ผู้ดำเนินรายการไลฟ์สดที่ใช้ชื่อว่า “พี่มู่จื่อ” กำลังถือโทรศัพท์มือถือเดินถ่ายทอดสดให้ผู้ชมเห็นการเจริญเติบโตของผักไช่ไถ พร้อมตอบคำถามจากผู้ชมที่ส่งข้อความเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

More like this