สิงจิ้นจงกั๋ว | เมืองเสียนหนิง มณฑลหูเป่ย: การจัดระเบียบพื้นที่อย่างครอบคลุม ช่วยพัฒนาชนบททั้งด้านภูมิทัศน์และอุตสาหกรรม

Published on

ภายในโรงเรือนของศูนย์เพาะกล้าจินโซ่วเฉิง หมู่บ้านอวี่ถานเหน่า เมืองเสียนหนิง มณฑลหูเป่ย์ ผู้ดำเนินรายการไลฟ์สดที่ใช้ชื่อว่า “พี่มู่จื่อ” กำลังถือโทรศัพท์มือถือเดินถ่ายทอดสดให้ผู้ชมเห็นการเจริญเติบโตของผักไช่ไถ พร้อมตอบคำถามจากผู้ชมที่ส่งข้อความเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องสายพันธุ์และกำหนดการวางจำหน่าย ทำให้บรรยากาศภายในห้องไลฟ์สดเป็นไปอย่างคึกคัก

ผู้ดำเนินรายการ “พี่มู่จื่อ” กำลังไลฟ์สดภายในโรงเรือนเพาะปลูก ภาพโดย หวัง กัวจี้ ผู้สื่อข่าว People’s Daily Online

เมื่อไม่กี่ปีก่อน หมู่บ้านแห่งนี้ยังเป็นหมู่บ้านที่แทบไม่มีอุตสาหกรรมหลัก เศรษฐกิจส่วนรวมของหมู่บ้านอ่อนแอ พื้นที่ดินกระจัดกระจายเป็นแปลงเล็ก ๆ สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสกปรกและขาดระเบียบ อีกทั้งยังขาดศักยภาพในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาทรัพยากรชนบทที่กระจัดกระจายและประสิทธิภาพการผลิตต่ำ เมืองเสียนหนิงจึงเดินหน้าปฏิรูปการพัฒนาแบบบูรณาการระหว่างเมืองกับชนบทอย่างเต็มรูปแบบ โดยหมู่บ้านอวี่ถานเหน่าได้ใช้โอกาสจากการปฏิรูปดังกล่าว เริ่มจากการพัฒนาอุตสาหกรรม การจัดการทรัพยากรที่ดิน และการยกระดับสภาพแวดล้อม จนสามารถปรับเปลี่ยนหมู่บ้านเก่าให้มีภาพลักษณ์ใหม่ และกลายเป็นตัวอย่างของการปฏิรูปและพัฒนาชนบท

หมู่บ้านได้รวบรวมเงินทุนจากหลายแหล่งรวม 1.17 ล้านหยวน เพื่อลงทุนในอุตสาหกรรมเพาะกล้า และดึงบริษัทจินโซ่วเฉิงเข้ามาดำเนินกิจการ โดยตกลงให้หมู่บ้านได้รับผลตอบแทนขั้นต่ำปีละ 60,000 หยวน และส่วนแบ่งเพิ่มเติม 0.2 หยวนต่อถาดกล้าที่จำหน่ายได้ ฉิน เหว่ยจื้อ ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทจินโซ่วเฉิง เป็นชาวเมืองเสียนหนิงที่ประกอบธุรกิจค้าส่งกล้าผัก โดยรับผิดชอบการเพาะกล้าและการป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช ภายในโรงเรือนใช้ระบบเพาะกล้าแบบน้ำขึ้นน้ำลง ซึ่งสามารถหมุนเวียนน้ำและปุ๋ยกลับมาใช้ซ้ำได้

ส่วนหมู่บ้านรับผิดชอบการจัดหาที่ดินและแรงงาน เพื่อแก้ไขปัญหาด้านแรงงาน หมู่บ้านได้รวบรวมประชาชนอายุต่ำกว่า 65 ปีจากหมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียงที่ต้องการทำงาน โดยแบ่งเป็นกลุ่มละ 10 คน รับผิดชอบงานแยกต้นกล้า ห่อบรรจุต้นกล้า และบรรจุกล่อง ทำให้ชาวบ้านสามารถสร้างรายได้ใกล้บ้านโดยไม่ต้องออกไปหางานทำในพื้นที่อื่น

“นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการผลิตเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน มีการจ่ายค่าจ้างไปแล้วกว่า 600,000 หยวน และในช่วงที่มีงานมากต้องใช้แรงงานมากกว่า 100 คนต่อวัน” เฉิน เยี่ยนเยี่ยน เลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำหมู่บ้านอวี่ถานเหน่า กล่าว

ชาวบ้านที่ทำงานในศูนย์เพาะกล้ากำลังรดน้ำต้นกล้าผัก ภาพโดย หวัง กัวจี้ ผู้สื่อข่าว People’s Daily Online

เมื่อมีฐานการผลิตที่มั่นคงแล้ว การขยายช่องทางจำหน่ายก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน หมู่บ้านจึงใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ช่วยนำกล้าผักออกจากโรงเรือนไปจำหน่ายทั่วประเทศ โดยหลี่ เหลียน ครีเอเตอร์สื่อออนไลน์ด้านการเกษตรในเมืองเสียนหนิง ได้ย้ายสถานที่ไลฟ์สดมาอยู่ภายในโรงเรือนเพาะกล้าโดยตรง เธอกล่าวว่า “การไลฟ์สดครั้งแรกใช้เวลา 1 ชั่วโมง 17 นาที และขายต้นกล้าได้หมดทั้ง 50,000 ต้น” เมื่อมีคำสั่งซื้อจำนวนมาก ผู้หญิงในหมู่บ้านใกล้เคียงที่อยู่บ้านก็เข้ามาช่วยงาน โดยได้รับค่าจ้างวันละ 120 หยวน

หลังจากศูนย์เพาะกล้าเริ่มดำเนินงานอย่างเต็มที่ หมู่บ้านก็หันมาให้ความสำคัญกับการจัดการพื้นที่เกษตรกรรมที่กระจัดกระจาย ในอดีตที่ดินถูกแบ่งเป็นแปลงเล็ก ๆ ตามครัวเรือน มีการปลูกพืชต่างชนิดกัน ทำให้เครื่องจักรการเกษตรเข้าถึงได้ยาก และไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้พื้นที่เพาะปลูกขนาดเล็กบางส่วนถูกปล่อยทิ้งร้าง

“ปัจจุบันหมู่บ้านได้รวบรวมผู้ประกอบการ 6 รายในด้านต่าง ๆ เช่น การเพาะกล้า การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ และเครื่องจักรการเกษตร เพื่อจัดตั้งสหกรณ์ร่วม พร้อมจัดตั้งศูนย์บริการด้านการเกษตรภายใต้สหกรณ์ดังกล่าว” เฉิน เยี่ยนเยี่ยน อธิบายว่า หลังจากรวมพื้นที่เกษตรกรรมให้เป็นแปลงต่อเนื่องกัน ค่าเช่าที่ดินบางแปลงเพิ่มขึ้นจากเดิม 100 หยวนต่อหมู่ เป็นสูงสุด 500 หยวนต่อหมู่ อีกทั้งการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ของศูนย์บริการด้านการเกษตรยังช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงบริการเครื่องจักรการเกษตรได้อย่างมั่นคงและในราคาที่เหมาะสม

“พื้นที่เกษตรกรรมที่เคยกระจัดกระจายได้รับการจัดระเบียบให้เป็นแปลงต่อเนื่องกัน ทำให้เครื่องจักรสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ และกลับมาเพาะปลูกได้อีกครั้ง” เฉิน เยี่ยนเยี่ยน กล่าวว่า ในปีนี้หมู่บ้านมีพื้นที่ปลูกข้าวตามสัญญารับซื้อกว่า 2,000 หมู่ โดยใช้พันธุ์ข้าวเดียวกันและจัดการผลิตอย่างเป็นระบบ พร้อมรับประกันราคารับซื้อขั้นต่ำที่ 1.2 หยวนต่อจิน (ประมาณ 500 กรัม) ทำให้แทบไม่มีพื้นที่เกษตรกรรมถูกปล่อยทิ้งร้าง นอกจากนี้ ศูนย์บริการด้านการเกษตรยังมีกำไรมากกว่า 300,000 หยวน โดยหมู่บ้านร่วมลงทุนด้วยทรัพยากรที่มีอยู่และถือหุ้นร้อยละ 40

เมื่อการจัดการพื้นที่เกษตรกรรมเริ่มเป็นระบบมากขึ้น สภาพแวดล้อมบริเวณบ้านเรือนของชาวบ้านก็ได้รับการปรับปรุงไปพร้อมกัน

หมู่บ้านอวี่ถานเหน่าเป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่อง 3 แห่งของเมืองเสียนหนิงในการปฏิรูปการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานชนบท โดยหน่วยงานท้องถิ่นได้รวบรวมงบประมาณจากหลายแหล่งรวมประมาณ 5.84 ล้านหยวน เพื่อปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียจากครัวเรือนในพื้นที่ชุมชนรวมกลุ่ม 4 แห่งของหมู่บ้าน ครอบคลุม 550 ครัวเรือน และประชาชนกว่า 1,000 คน

“ตั้งแต่ได้รับมอบหมายงาน เริ่มก่อสร้าง จนถึงขั้นตอนที่โครงการแล้วเสร็จเป็นส่วนใหญ่ ไม่เกิดข้อพิพาทใด ๆ” เฉิน เยี่ยนเยี่ยน อธิบายว่า เนื่องจากการปฏิรูปเหล่านี้ตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ชาวบ้านจึงให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และยังร่วมกันปรับปรุงพื้นที่บริเวณหน้าบ้านและหลังบ้านของตนเองให้สะอาดเป็นระเบียบมากขึ้น

บ่อบำบัดน้ำเสียเชิงนิเวศของหมู่บ้านอวี่ถานเหน่า ภาพโดย หวัง อวี่ถง

หมู่บ้านอวี่ถานเหน่าได้คิดหาแนวทางจัดการน้ำเสียให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เนื่องจากหมู่บ้านตั้งอยู่ในเขตเนินเขาที่มีระดับความสูงต่ำตามธรรมชาติ จึงเลือกใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบไม่ใช้พลังงาน โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งอุปกรณ์ขับเคลื่อนหรือจัดเจ้าหน้าที่ประจำระบบ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบำรุงรักษาระยะยาว น้ำเสียจากครัวเรือนจะถูกรวบรวมผ่านระบบท่อและผ่านกระบวนการบำบัด ก่อนส่งเข้าสู่บ่อบำบัดเชิงนิเวศเพื่อนำกลับไปใช้รดน้ำสวนผลไม้และแปลงผัก

สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบำรุงรักษา หมู่บ้านได้วางแผนแบ่งหน้าที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน โดยแต่ละครัวเรือนรับผิดชอบดูแลพื้นที่หน้าบ้านตามหลักการดูแล 3 ด้าน รวมถึงตะแกรงกรองขนาดเล็กและแปลงผักของตนเอง ส่วนระบบท่อส่วนกลางอยู่ภายใต้การดูแลของศูนย์บริการด้านการเกษตร โดยใช้เงินจากรายได้ของแปลงผักในอัตรา 200 หยวนต่อหมู่ รวมปีละกว่า 6,000 หยวน ขณะที่บ่อบำบัดเชิงนิเวศและสถานีสูบน้ำอยู่ในความรับผิดชอบของหมู่บ้าน ทำให้ระบบสามารถดำเนินงานได้โดยไม่เพิ่มภาระหนี้สินของหมู่บ้านหรือเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมจากประชาชน

หมู่บ้านยังมีแผนพัฒนาสวนผลไม้ในพื้นที่โดยรอบ เพื่อส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรและการเก็บผลไม้ในอนาคต โดยให้แปลงผักและสวนผลไม้ทำหน้าที่ทั้งเป็นพื้นที่ภูมิทัศน์และฐานการผลิตทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้น้ำเสียที่เคยเป็นภาระด้านสิ่งแวดล้อมถูกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรน้ำสำหรับการเกษตร

“เมื่อก่อนมีน้ำเสียอยู่ทั่วบริเวณ สกปรกมาก” โจว เสี่ยวหลาน ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าว ปัจจุบันเธอกำลังพรวนดินบริเวณหน้าบ้าน และจัดพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้เลี้ยงไก่ เมื่อสภาพแวดล้อมของหมู่บ้านดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านก็มีความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายมากขึ้น

จ้าว เจ๋อซู่ รองหัวหน้าฝ่ายปฏิรูป สำนักงานวิจัยนโยบายคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเมืองเสียนหนิง อธิบายว่า เมืองเสียนหนิงได้ดำเนินโครงการนำร่องปฏิรูปการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานชนบทใน 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่บ้านอวี่ถานเหน่า เขตเสียนอัน หมู่บ้านเซียวเจียโจว อำเภอเจียอวี๋ และหมู่บ้านเหมยซี อำเภอทงซาน โดยโครงการยึดแนวทางบูรณาการการผลิตกับการดำรงชีวิต การเชื่อมโยงระบบประปากับระบบระบายน้ำ การก่อสร้างและบำรุงรักษาอย่างยั่งยืน การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล และการประสานการฟื้นฟูชนบทกับการบริหารจัดการ เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการและกลไกดูแลรักษาที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่นได้

ปัจจุบันเมืองเสียนหนิงกำลังดำเนินโครงการ “ร้อยหมู่บ้านนำร่อง จัดระเบียบพื้นที่อย่างครอบคลุม” โดยการพัฒนาหมู่บ้านชุดแรกจำนวน 40 แห่งกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งรวมถึงหมู่บ้านนำร่องทั้ง 3 แห่ง เช่น หมู่บ้านอวี่ถานเหน่า ทั้งนี้ เมืองเสียนหนิงตั้งเป้าหมายว่าภายในสิ้นปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573) หมู่บ้านระดับปกครองที่มีประชากรพำนักถาวรรวมกันมากกว่าร้อยละ 50 ของประชากรพำนักถาวรในเมือง จะได้รับการจัดการน้ำเสียจากครัวเรือนอย่างเป็นระบบเป็นส่วนใหญ่

ตั้งแต่โรงเรือนเพาะกล้าไปจนถึงพื้นที่เกษตรกรรมที่ได้รับการจัดระเบียบให้เป็นแปลงต่อเนื่องกัน จากระบบท่อรวบรวมน้ำเสียไปจนถึงสภาพแวดล้อมของหมู่บ้านที่สะอาดเป็นระเบียบ การปฏิรูปของหมู่บ้านอวี่ถานเหน่าดำเนินไปอย่างเชื่อมโยงในทุกด้าน และการเปลี่ยนแปลงลักษณะเดียวกันกำลังเกิดขึ้นในหมู่บ้านอื่น ๆ ของเมืองเสียนหนิงมากขึ้น เมื่อชนบทมีอุตสาหกรรมสร้างรายได้ ที่ดินถูกใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ และสภาพแวดล้อมได้รับการปรับปรุง ประชาชนก็มีโอกาสพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างอนาคตที่ดีขึ้น

(ผู้สื่อข่าว People’s Daily Online โจว เหวิน, หวัง กัวจี้, หวัง อวี่ถง)

(บรรณาธิการ: จาง เพ่ย, จาง จวิ้น)

ที่มา People’s Daily Online

Latest articles

ช่างภาพไทยคว้ารางวัลใหญ่ระดับภูมิภาค เวที Epson International Pano Awards ครั้งที่ 17

เอปสันประกาศผลผู้ชนะการประกวดภาพถ่ายพาโนรามาระดับโลก Epson International Pano Awards ครั้งที่ 17 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อยกย่องความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ของช่างภาพจากทั่วโลก

ไทยผงาดเวทีพลังงานอาเซียน คว้า 21 รางวัล ASEAN Energy Awards 2026

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เผยความสำเร็จประเทศไทยคว้า 21 รางวัลจากเวที ASEAN Energy Awards 2026 ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ จากผลงานที่ส่งเข้าประกวด 30 ผลงาน ครอบคลุมการประกวด 4 สาขา

InMode Global Summit 2026 ตอกย้ำไทยก้าวสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมความงามทางการแพทย์ระดับภูมิภาค

บริษัท อินโหมด (ไทยแลนด์) จำกัด เตรียมจัดงานเสวนาระดับเอเชียแปซิฟิก “InMode Global Summit 2026” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ทาง และนวัตกรรมด้านเวชศาสตร์ความงามและการแพทย์ด้วยพลังงาน

กรมการพัฒนาชุมชน ชวนช้อปสินค้า OTOP ในงาน “OTOP Trader Connect”

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดงาน “OTOP Trader Connect : เชื่อมตลาด สร้างคู่ค้า ขยายโอกาสธุรกิจ” ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2569 ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต

More like this