การท่องเที่ยวโลว์คาร์บอน Low Carbon Tourism คือ รูปแบบการเดินทางที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เน้นการใช้วิธีเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การเดินเท้าหรือปั่นจักรยาน เลือกที่พักและร้านอาหารในท้องถิ่นที่บริหารจัดการพลังงานและขยะอย่างยั่งยืน หรือการกินอยู่แบบเกษตรอินทรีย์จากวัตถุดิบในชุมชน ฯลฯ
ก่อนหน้านี้เราได้เดินทางไปกับทริป เชียงใหม่ Organic Route@บ่อแก้ว โดย P Smile Travel ซึ่งได้รับรางวัล “กินรีเขียว” จากเวที Thailand Tourism Awards 2025 รวมทั้ง “กินรีทอง” ในฐานะองค์กรสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวยั่งยืน
ล่าสุด บริษัท พี สมาย ออร์กาไนเซอร์ จำกัด ยังได้รับมาตรฐาน Travellife Partner for Tour Operators มาตรฐานความยั่งยืนระดับสากลสำหรับธุรกิจนำเที่ยว จากกรมการท่องเที่ยว
อ่านบทความท่องเที่ยวเส้นทาง เชียงใหม่ Organic Route@บ่อแก้ว ได้ที่นี่ >> ท่องเที่ยวโลว์คาร์บอน เชียงใหม่ Organic Route@บ่อแก้ว
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางพีสมายด์มีการจัด One Day Tip เส้นทางท่องเที่ยวโลว์คาร์บอน ที่ไร่สุขพ่วง จ.ราชบุรี แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและศูนย์เรียนรู้วิถีพอเพียงในอำเภอจอมบึง จ.ราชบุรี
ที่ไร่แห่งนี้ ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสความสุขเรียบง่ายจากการปลูกอาหาร กินตามฤดูกาล และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า ได้รู้ ได้เห็น ได้สัมผัส ได้ลงมือทำ และได้กินอยู่ในวิถีพอเพียงอันสร้างสรรค์
หลังจากจบทริปแล้ว ทาง P Smile Travel ก็จะนำกิจกรรมลดคาร์บอนทั้งหมดไปคำนวณคาร์บอนฟุตปริ๊นท์ ซึ่งได้รับการรับรองจาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก.
เส้นทางท่องเที่ยวโลว์คาร์บอน ที่ไร่สุขพ่วง
- เชิญชวนทุกคนให้พกขวดน้ำ กระเป๋าผ้า แล้วออกเดินทางไปด้วยกัน มื้
- มื้อเช้าน่ารัก ๆ เสิร์ฟข้าวห่อใบบัวที่ห่อด้วยจักสานผักตบชวา ซึ่งดีไซน์มาแล้วว่า “อย่าเพิ่งทิ้ง”
- อิ่มแล้วก็เริ่มต้นการแยกขยะ ซึ่งใบบัวและเศษอาหารจะถูกจัดเก็บในถุงขยะประเภทขยะอินทรีย์
- เพลิดเพลินกับการเดินชมสวนผสมและป่าไผ่ และการจัดการสวนเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
- ครีเอทภาชนะผักตบชวาให้เป็นกระถางรักษ์โลก ร่วมเพาะเมล็ดตะค้อ เปลี่ยนขยะให้กลายเป็นต้นไม้
- มื้อเที่ยง ลิ้มลองอาหารถิ่นฝีมือชาวบ้าน จากวัตถุดิบอินทรีย์สดใหม่ เช่น หมูต้มอ้อย ห่อหมกผักหวานป่า
ตัวอย่างกิจกรรม Workshop ไร่สุขพ่วง
- ปั่นจักรยานคั้นน้ำอ้อย แล้วรังสรรค์เป็นเครื่องดื่มในสไตล์ของตัวเอง
- ชงมัทฉะตำลึง ความเขียวสดชื่นที่ไม่เหมือนใคร
- เก็บผักกูดจากแปลง มาทำยำ Farm to Table
- สานตะกร้าปลูกผักจากสายรัดพลาสติก
- ทำไข่เค็ม จากไข่เป็ดอารมณ์ดี และไบโอชาร์
- ทำปากหม้อจากวัตถุดิบอินทรีย์ในท้องถิ่น
ภายในไร่สุขพ่วงประกอบด้วยพื้นที่ต่าง ๆ ที่น่าสนใจ เช่น
นาข้าวอินทรีย์: ปลูกข้าวโดยเลือกพันธุ์ให้เหมาะกับสภาพภูมิอากาศและพื้นที่
แปลงผักและสมุนไพร: มีผักสวนครัว พริก ขิง ข่า ตะไคร้ และพืชอาหารตามฤดูกาล
สวนไม้ผลและป่ากินได้: ปลูกไม้ผลและพืชกินได้หลายชนิด เพื่อให้มีอาหารหมุนเวียนตลอดปี
บ่อน้ำและพื้นที่เลี้ยงปลา: เป็นทั้งแหล่งกักเก็บน้ำและส่วนหนึ่งของระบบหมุนเวียนทรัพยากรในไร่
พื้นที่เลี้ยงเป็ดและสัตว์เล็ก: ช่วยสร้างอาหารในครัวเรือน และนำมูลสัตว์ไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตร
พื้นที่ปลูกไผ่และไม้ใช้สอย: สอดคล้องกับแนวทางปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
พื้นที่แปรรูปผลผลิต: ใช้ต่อยอดผลผลิตในไร่ เช่น การแปรรูปน้ำตาลอ้อย
แนวคิดของไร่สุขพ่วง มีความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ปลูกสิ่งที่กิน กินสิ่งที่ปลูก และนำผลผลิตส่วนเกินมาแปรรูปหรือต่อยอดเป็นรายได้ จนกลายเป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบอินทรีย์วิถีไทย ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้เข้ามาเรียนรู้การทำเกษตรอย่างเป็นมิตรต่อธรรมชาติ
ไร่สุขพ่วง ถือเป็นอีกแหล่งเรียนรู้ที่เข้ามาเพิ่มประสบการณ์ในการใช้ชีวิต การพึ่งพาธรรมชาติอย่างเรียบง่าย มีกิจกรรมหลากสไตล์ให้เรียนรู้ พร้อมความอยู่ดีกินดีที่มาพร้อมเมนูอร่อย ๆ การออกแบบและผสานการท่องเที่ยวแบบโลว์คาร์บอนไปในกิจกรรมต่าง ๆ จึงเป็นอีกเส้นทางรักษ์โลกที่น่าเที่ยว และน่ารักสำหรับโลกใบนี้จริง ๆ











