ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ

Published on

รศ. ดร. ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เข้าร่วมเวทีเสวนา “ปฏิรูปข้าราชการ Firming Thailand?” ภายใต้โครงการ Social Asks TU Acts มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกับนักวิชาการจากหลากหลายสาขา ได้แก่ รศ. ดร.สุนิสา ช่อแก้ว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์, รศ. ดร.สามชาย ศรีสันต์ ประธานบริหารหลักสูตรบัณฑิตศึกษา วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ และ รศ. ดร.ธนาธร ทะนานทอง หัวหน้าหน่วยวิจัยด้านนวัตกรรมข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งแต่ละท่านได้นำเสนอประเด็นที่แตกต่างกัน ทั้งในมิติของการบริหารราชการ นโยบายสังคม เศรษฐศาสตร์ และเทคโนโลยี

ประเด็นที่เวทีชวนสังคมตั้งคำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า “เราจะลดจำนวนข้าราชการได้อย่างไร?” แต่ผู้เขียนเริ่มต้นด้วยคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า “ข้าราชการมีไว้เพื่ออะไร และงบประมาณของรัฐมีไว้เพื่ออะไร?” เพราะการปฏิรูประบบราชการไม่ควรถูกมองเพียงในมิติของการลดจำนวนคน ลดเงินเดือน หรือลดสวัสดิการ แต่ควรมองให้กว้างกว่านั้นว่า ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดจะถูกจัดสรรอย่างไร เพื่อสร้างคุณค่าสูงสุดให้กับประชาชนและประเทศ

ในมุมนี้ สวัสดิการรักษาพยาบาลและบำนาญของข้าราชการ เป็นส่วนสำคัญของโจทย์ เพราะเป็นทั้งต้นทุนทางการคลังและเครื่องมือในการบริหารทรัพยากรบุคคลของภาครัฐ การปฏิรูปจึงไม่ควรเริ่มต้นด้วยคำถามว่าจะ “ตัดสิทธิ” อย่างไร แต่ควรเริ่มจากคำถามว่า จะทำอย่างไรให้ทุกหนึ่งบาทที่รัฐใช้สร้างคุณค่าได้มากที่สุด

แนวคิดนี้นำไปสู่ข้อเสนอว่า การปฏิรูประบบสวัสดิการข้าราชการ โดยเฉพาะระบบ CSMBS ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการนำข้าราชการใหม่เข้าสู่ระบบประกันสุขภาพเอกชนทั้งหมด แต่ควรเริ่มจากการ ลดความสูญเปล่า เพิ่มประสิทธิภาพ และปรับระบบการจัดซื้อและการจ่ายเงินให้สร้างคุณค่ามากขึ้น

ในด้านสุขภาพ เทคโนโลยี Data Analytics และ AI สามารถช่วยตรวจจับรูปแบบการเบิกจ่ายที่ผิดปกติ การใช้บริการที่อาจไม่จำเป็น และรูปแบบการให้บริการของผู้ให้บริการที่แตกต่างจากกลุ่มเดียวกัน ขณะที่การลดความสูญเปล่าสามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องลดสิทธิประโยชน์ เช่น การกำหนดให้ใช้ยาสามัญเป็นลำดับแรก (generic-first) การกำหนดราคาอ้างอิง (reference pricing) และการจัดซื้อบริการสุขภาพเชิงยุทธศาสตร์ (strategic purchasing) ซึ่งเน้นการใช้ข้อมูลเพื่อเลือกซื้อบริการที่มีคุณภาพ คุ้มค่า และสร้างผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ดีที่สุดภายใต้งบประมาณที่จำกัด

ในด้านการจ่ายเงิน ควรปรับจากระบบที่จ่ายตาม ปริมาณการให้บริการ (Fee-for-Service) ไปสู่ระบบที่คำนึงถึง คุณค่าและผลลัพธ์ของการรักษา (Value-Based Purchasing) พร้อมทั้งปรับการจ่ายเงินให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงและความต้องการด้านสุขภาพของผู้ป่วย และสร้างแรงจูงใจให้สถานพยาบาลพัฒนาคุณภาพและผลลัพธ์ของการรักษา การปรับระบบเช่นนี้จะช่วยเปลี่ยนแรงจูงใจจากการมุ่งเพิ่ม “ปริมาณบริการ” ไปสู่การสร้าง “คุณค่าของการรักษา” ให้กับผู้ป่วยและระบบสุขภาพ

เป้าหมายจึงไม่ควรเป็นเพียง “ลดงบ CSMBS หรือ สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ” แต่คือ “เพิ่มคุณค่าที่ได้รับจากทุกหนึ่งบาทของงบประมาณ” ซึ่งเรื่องนี้ควรพัฒนากลไกความร่วมมือระหว่าง 3 กองทุนประกันสุขภาพ เพื่อให้มีมาตรฐานและกลไกการจัดซื้อบริการสุขภาพที่สอดคล้องกันมากขึ้น และในระยะยาว ประเทศไทยอาจจำเป็นต้องพัฒนากลไกอภิบาลร่วมของระบบประกันสุขภาพทั้ง 3 กองทุน เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากร การจัดซื้อบริการ และมาตรฐานสิทธิประโยชน์มีทิศทางที่สอดคล้องกันมากขึ้น

เช่นเดียวกันกับการปฏิรูประบบบำนาญ การเปลี่ยนแปลงควรยึดหลัก “Protect the Past, Reform the Future” คือคุ้มครองสิทธิที่เกิดขึ้นแล้ว ขณะเดียวกันออกแบบกติกาใหม่สำหรับคนรุ่นต่อไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปและประกาศให้ทราบล่วงหน้า โดยมีแรงจูงใจที่เหมาะสมและเป็นธรรมสำหรับคนรุ่นต่อไปที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานในหน่วยงานภาครัฐ

ท้ายที่สุด การปฏิรูประบบราชการไม่ควรถูกตีความว่าเป็นเพียงการทำให้ภาครัฐ “เล็กลง” แต่ควรเป็นการทำให้ภาครัฐ มีประสิทธิภาพมากขึ้น สร้างคุณค่าให้ประชาชนมากขึ้น และใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนมากขึ้น
หากจะสรุปแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ทั้งหมดจากเวทีครั้งนี้เป็นประโยคเดียว อาจกล่าวได้ว่า ลดความสูญเปล่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ, รักษาคุณภาพ, และสร้างความยั่งยืนทางการคลัง เพราะการปฏิรูปที่ดีไม่ใช่การตัดสิทธิให้ได้มากที่สุด แต่คือการทำให้ ทุกหนึ่งบาทของงบประมาณสร้างคุณค่าให้ประชาชนได้มากที่สุด

Latest articles

“เพาเวอร์บาย” ฉลอง 30 ปี แจกหนัก! ลุ้นรถยนต์ไฟฟ้า–เครื่องใช้ไฟฟ้า

เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสู่ทศวรรษใหม่ ประกาศยกระดับจากผู้ค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าสู่ “Technology & Smart Lifestyle Solutions Provider” ผสานสินค้า เทคโนโลยี และบริการ เพื่อพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคทุกเจเนอเรชัน พร้อมฉลองครบรอบ 30 ปีด้วยแคมเปญ “Power Buy 30th Anniversary”

“พลาสติกคืนค่า” เปลี่ยนพลาสติกจากปัญหา สู่คุณค่าที่ส่งต่อให้สังคม

พลาสติกเป็นหนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สังคมไม่ควรมองข้าม เช่นเดียวกับพลาสติกที่ผ่านการใช้งานแล้วก็ไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยการเป็น “ขยะ” หากได้รับการจัดการอย่างถูกต้องและนำกลับเข้าสู่ระบบ ก็สามารถรักษาคุณค่าของทรัพยากรและสร้างประโยชน์ใหม่ให้กับผู้คนและสังคมได้

realme จับมือ Warner Bros. Discovery Global Consumer Products เปิดประตูสู่โลกเวทมนตร์ เปิดตัวสมาร์ตโฟน Harry Potter รุ่นพิเศษ

realme (เรียลมี) แบรนด์สมาร์ตโฟนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ประกาศความร่วมมือครั้งล่าสุดกับ Warner Bros. Discovery Global Consumer Products พร้อมเปิดประตูสู่โลกแห่งเวทมนตร์กับ realme 16 Pro Harry Potter Edition สมาร์ตโฟนรุ่นพิเศษที่นำมนตร์เสน่ห์จากโลกของ Harry Potter มาผสานเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยของ realme

เอทิฮัดเปิดตัว “Beyond Borders” แคมเปญระดับโลก พลังแห่งความมุ่งมั่นไร้พรมแดน

เมื่อการเดินทางที่ทรงพลังที่สุดอาจเริ่มต้นจากการตัดสินใจเพียงครั้งเดียวว่าจะไปให้ไกลกว่าที่เคย สายการบินเอทิฮัด เปิดตัว “Beyond Borders” แคมเปญแบรนด์ระดับโลกที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความมุ่งมั่นซึ่งเป็นหัวใจของแบรนด์ ผ่านการสื่อสารแบบบูรณาการครอบคลุมทุกช่องทาง

More like this