ไม่ใช่แค่เข้ามาเพื่อประชุมสัมมนา ไม่ใช่แค่การจัดงาน แต่นักเดินทางกลุ่ม MICE ต่างมองหาประสบการณ์จากเสน่ห์อันหลากหลายในทุกภูมิภาคทั่วไทย
นักท่องเที่ยวไมซ์ มีการใช้จ่ายต่อทริปสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ก็อยากได้มุมมองแปลกใหม่ เพื่อเติมเต็มทุกช่วงเวลาที่ได้สัมผัส
MICE Adventure เป็นทริปเดินทางที่จะบอกว่า นอกจากเข้ามาเพื่องานและเป้าหมาย ยังมีเรื่องราวหลากหลายให้ค้นหา ไม่ว่าจะเป็นภูเขา ผืนป่า ท้องทะเล รวมไปถึงวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์
กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่มิติใหม่ ผ่านโครงการ “ส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงผจญภัยสำหรับกลุ่ม MICE ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” ภายใต้แนวคิด “10+10 MICE Adventure: Work Hard x Play Smart” มุ่งผสานการเดินทางเพื่อธุรกิจเข้ากับกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงผจญภัยและประสบการณ์ท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์
ชลบุรี – ระยอง เป็น 1 ใน 10 เส้นทาง MICE Adventure ที่นำเสนอสถานที่จัดงานที่มีความพร้อม แหล่งท่องเที่ยว ที่พัก รวมทั้งอาหาร รวมทั้งชุมชนที่มีมาตรฐาน ภายใต้การดำเนินงานของกรมการท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยคัดเลือกกิจกรรมแบบแอดเวนเจอร์แบบเบา ๆ แต่ให้พลังบวกกลับมาได้อย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งเส้นทางนี้ยังเหมาะกับการท่องเที่ยวสำหรับทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะมาเดี่ยว มาคู่ หรือเป็นหมู่คณะ
ลึกลับ อลังการ ป่าเสม็ดโบราณ
เที่ยวระยองหน้าฝน เริ่มต้นกันที่ พื้นที่ชุ่มน้ำขนาดกว่า 3,000 ไร่ นี่คือสมบัติที่ธรรมชาติสร้างให้ โดยเฉพาะในช่วงนี้ ปริมาณน้ำจะสร้างบรรยากาศแปลกตาให้กับป่าเสม็ดโบราณซึ่งอยู่ในระบบนิเวศมานานนับพันปี
สวนพฤกษศาสตร์ระยอง มีสภาพป่าและระบบนิเวศที่แปลกตา หาดูได้ยาก พันธุ์ไม้หลัก ๆ ประกอบด้วย กกหญ้า ป่าเสม็ด และป่าดิบแล้งดั้งเดิมที่สมบูรณ์ มีพรรณไม้ท้องถิ่นภาคตะวันออก พรรณไม้ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์กว่า 400 ชนิด
นอกจากจะเปิดรับนักท่องเที่ยวสายกรีนแล้ว ที่นี่ยังมีภารกิจในการอนุรักษ์พันธุ์ไม้และผืนป่า ซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพ
ป่าเสม็ดขาว นับเป็นไฮไลต์ที่สะท้อนความลึกลับ น่าค้นหา โดยเฉพาะในช่วงหน้าน้ำ ที่เริ่มต้นฤดูกาลแล้วในช่วงนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกนั่งเรือพลังงานสะอาด ปั่นจักรยาน หรือพายคายัคเข้ามา นับเป็นแนวทางการสนับสนุนการท่องเที่ยวแบบโลว์คาร์บอน อันเป็นความหวังของภาคการท่องเที่ยวเพื่อสิ่งแวดล้อม
สีสันแห่งผืนป่า บัวสุธาสิโนบล ดอกสาหร่าย
ภายในอาณาจักรอันกว้างขวาง เส้นทางล่องเรือหรือพายเรือจะมีการทำสัญลักษณ์ไว้ให้ จุดหลัก ๆ ที่จะทำการพายเรือเข้าไป นอกจากเส้นทางไปป่าเสม็ดโบราณแล้ว อีกฝั่งหนึ่งจะเป็นบึงน้ำที่กว้างใหญ่ไพศาล มีบัวกระจายอยู่ตลอดทั้งปี
มันคือ บัวสุธาสิโนบล บัวผันลูกผสมที่มีดอกสีโทนชมพูและม่วง ชูช่อเหนือผิวน้ำ ออกดอกให้ชมตลอดทั้งปี
ที่น่ารักน่าชังไม่แพ้กันในช่วงนี้ คือดอกสาหร่ายสีขาวดอกน้อย ๆ ที่กระจายเต็มผืนน้ำ อีกอย่างคือการได้ชมนกน้ำหลากหลายชนิด เกาะกิ่งและบินโฉบไปมาอย่างอิสระ
สะพานรักษ์เสม็ด ฮีลใจ และท้าทายไปด้วยกัน
หากล่องไปถึง สะพานรักษ์เสม็ด เรือจะจอดให้เราขึ้นไปเดินเล่นบนทางเดินไม้ที่พาดผ่านบึงน้ำและต้นเสม็ด ในช่วงปริมาณน้ำกำลังดี คนที่พายคายัคมาจะได้สนุกสนาน ท้าทายกับการพายเรือลอดสะพาน
แพหญ้าหนังหมา พรมเขียวพริ้วกลางบึง
แผ่นแพหญ้าลอยน้ำธรรมชาติ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของพืชหายาก เช่น กล้วยไม้ดินในพื้นที่ชุ่มน้ำ สามารถนั่งเรือมาเทียบแล้วเดินขึ้นไปชื่นชมบรรยากาศความพลิ้วไหวของทุ่งหญ้าสีเขียว ทางเจ้าหน้าที่จะเตรียมรองเท้าบูทกันน้ำไว้ให้ เพราะเดินขึ้นไปบนแพหญ้า จะรู้สึกได้ถึงความยวบ ๆ เพราะมันปริ่มน้ำอยู่จริง ๆ
ใช้ชีวิตช้า ๆ ที่ชุมชนริมน้ำประแส
จากป่าสู่ทะเล มุ่งหน้าสู่ชุมชนริมน้ำประแส ชุมชนเก่าริมน้ำที่มีเอกลักษณ์และยังคงกลิ่นอายเรียบง่าย ชวนให้ไปใช้ชีวิตช้า ๆ ท่ามกลางธรรมชาติ
เริ่มต้นจากการลิ้มลองอาหารท้องถิ่นจากวัตถุดิบในชุมชนที่ร้านเจ๊หน่องซีฟู้ดที่อยู่ในชุมชน โดดเด่นด้วยอาหารทะเลสดใหม่ พร้อมสูตรเด็ดของคนในพื้นที่ อาทิ จ๊อเคย หมึกต้มน้ำดำ ฯลฯ
ออกจากร้านก็พากันใช้บริการสามล้อพ่วงข้างของคนในชุมชน พากันไปแวะที่ บ้านพิพิธภัณฑ์ปากน้ำประแส ที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของชาวประแสในอดีต
จากนั้นก็แวะไปกราบขอพรเรื่องการงาน การค้าขาย ศาลเจ้าพ่อกื้ออี่ไทรย้อย หรือศาลเจ้าพ่อต้นไทร อีกที่ที่สายมูไม่พลาดคือ การขอพรจากเจ้าพ่อเจ้าแม่ตะเคียนยักษ์ อายุ 300 -500 ปี ที่วัดตะเคียนงาม
ลัดเลาะทุ่งโปรงทอง ลองแล้วจะหลงรัก
หนึ่งในไฮไลต์ของปากน้ำประแส ก็คือ ทุ่งโปรงทอง ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของป่าต้นโปรงที่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น ภายในป่าชายเลนกว่า 6,000 ไร่ เมื่อแสงฉาบทาจะสะท้อนเป็นสีทองอร่าม เป็นความชื่นตา ชื่นใจ เปิดรับพลังธรรมชาติ
ประกอบด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ อาทิ ต้นลำพู ต้นแสม ต้นโกงกาง ต้นตะบูนดำ โปรงแดง โปรงทอง ฯลฯ
จุดเด่นคือต้นโปรงนับหมื่นต้นที่สะท้อนแสงแดดเป็นสีเขียวอ่อนและเหลืองทอง โดยได้รับการฟื้นฟูจากสภาพเสื่อมโทรมให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีสะพานศึกษาธรรมชาติ
เราสามารถเดินลัดเลาะสะพานไม้ในป่าโกงกางไปสู่ทุ่งโปรงทองได้ในระยะประมาณ 2.6 กิโลเมตร สามารถเดินไปทะลุจนถึงอนุสรณ์เรือหลวงประแสได้ด้วย
หากมาที่ประแส เรายังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นคืนระบบนิเวศ ทั้งการปลูกป่าชายเลน หรือการปล่อยพันธุ์ปูคืนสู่ธรรมชาติ
พื้นที่ระยอง-ชลบุรี เป็นอีกเส้นทางเชื่อมโยงที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มไมซ์ เปิดประสบการณ์กับแหล่งท่องเที่ยวแปลกใหม่ สนุกสนานกับการท่องเที่ยวแบบผจญภัยเบา ๆ คลุกเคล้ากับวิถีแห่งการสร้างสรรค์เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การยกระดับมาตรฐานของแหล่งท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ ซึ่งทางกรมการท่องเที่ยว และอีกหลายหน่วยงาน ยังคงเดินหน้าเพื่อโชว์พลังเที่ยวไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: กรมการท่องเที่ยว
FACEBOOK: กรมการท่องเที่ยว Department of Tourism
Website: www.dot.go.th
https://tinyurl.com/ttsdirectory26













