จากเหตุการณ์เพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อ.ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายว่า อาคารคลองถมเซ็นเตอร์เป็นอาคารพาณิชย์แบบโครงเหล็ก 3 ชั้น มีผู้คนใช้งานอาคารจำนวนมาก เมื่อวิเคราะห์เพลิงไหม้ที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว จนทำให้โครงสร้างเกิดการทรุดตัว จึงตั้งข้อสังเกตที่เป็นสาเหตุการลุกลามของเพลิงไหม้อย่างรวดเร็ว ไว้ 5 ข้อ
- อาคารด้านใน มีการแบ่งเป็นพื้นที่ขายเป็นส่วนๆ หากแต่ละส่วนไม่มีผนังกันไฟ ก็อาจทำเพลิงลุกไหม้แพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว
- ภายในพื้นที่ค้า อาจมีเชื้อเพลิงจำนวนมาก เช่น สายไฟ พลาสติก อุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ แบตเตอรี่ แก๊ซ ทำให้มีเสียงดังคล้ายระเบิดเป็นระยะๆ
- โครงสร้างเหล็กมีการทำกันไฟหรือไม่ หากไม่มีการทำกันไฟ จะทนต่อความร้อนได้น้อย เมื่อเหล็กโดนความร้อนสูงถึง 500-600 องศาเซลเซียส กำลังรับน้ำหนักและความแข็งแกร่งของของเหล็กอาจลดลงได้ถึงครึ่งหนึ่ง ทำให้เหล็กรับน้ำหนักได้ลดลง โครงสร้างจึงเกิดการโก่งงอ และบิดเบี้ยวเสียรูป นอกจากนี้ ความแข็งแรงของจุดยึดระหว่างเสากับคานเหล็กก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง หากใช้น๊อตยึดไม่กี่ตัว เมื่อโครงสร้างเหล็กร้อนจัด จะเกิดการขยายตัวดันให้รอยต่อขาดออกจากกัน นำไปสู่ความเสียหายต่อเนื่องและพื้นพังตามลงมาในที่สุด
- อาคารขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่มาก จำเป็นต้องมีการติดตั้งหัวดับเพลิงอัตโนมัติหรือระบบสปริงเกอร์ ต้องตรวจสอบว่าอาคารดังกล่าวมีการติดตั้งสปริงเกอร์หรือไม่ และหากมี ต้องตรวจสอบว่า มีการใช้งานได้ตามปกติหรือไม่
- การดับเพลิงจากด้านนอกทำได้ยาก เนื่องจากความคับแคบของพื้นที่ เป็นอีกหนี่งปัจจัยที่ทำให้เพลิงลุกลามได้รวดเร็ว
ทั้งนี้ ศ.ดร.อมร พิมานมาศ ยังตั้งข้อสังเกตว่า อาคารดังกล่าวเข้าข่ายต้องทำการตรวจสอบอาคาร ตามกฎหมายว่าด้วยการตรวจสอบอาคารหรือไม่ และผลการตรวจสอบล่าสุดเป็นอย่างไร
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมายควบคุมอาคารฯ และข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยการควบคุมอาคาร ปี 2544 โดยกำหนดให้อาคารพาณิชย์ที่มีร้านค้าหนาแน่น และมีการการเก็บสินค้าอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ เช่นแบตเตอรี่ ควรกำหนดให้มีการติดตั้ง ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ เช่นระบบหัวกระจายน้ำอัตโนมัติ (สปริงเกอร์) และ เพิ่มเป็นอาคารที่เข้าข่ายต้องตรวจสอบอาคารประจำปี และตรวจสอบใหญ่ทุก 5 ปี เพื่อดูสภาพความพร้อมใช้งานของระบบดับเพลิงอัตโนมัติภายในอาคาร
นอกจากนี้ ศ.ดร.อมร ยังเรียกร้องให้กรุงเทพมหานครให้ความเข้มงวดกับการตรวจสอบอาคารพาณิชย์ที่มีลักษณะคล้ายกัน และใช้กฎกระทรวง การแก้ไขอาคารที่มีสภาพหรือมีการใช้ที่อาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน หรืออาจไม่ปลอดภัยจากอัคคีภัยฯ พ.ศ. 2563 เพื่อสั่งให้เจ้าของอาคารเก่าแก้ไขอาคารได้ตามความจำเป็นต่อไป

