การท่องเที่ยวมาเก๊ารุกตลาดไทยเต็มรูปแบบ

Published on

สำนักงานการท่องเที่ยวรัฐบาลมาเก๊า (MGTO) เดินหน้ารุกตลาดนักท่องเที่ยวไทยเต็มรูปแบบ จัดงาน “Macao Tourism Product Updates Seminar & Travel Mart” พร้อมขยายโรดโชว์สู่เชียงใหม่และภูเก็ตเป็นครั้งแรก สะท้อนกลยุทธ์การทำตลาดเชิงรุกที่มุ่งขยายฐานพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวและเข้าถึงนักเดินทางไทยในหลากหลายภูมิภาค หลังตลาดนักท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นหนึ่งในตลาดต่างชาติศักยภาพสูงของมาเก๊า

โดยงาน “Macao Tourism Product Updates Seminar & Travel Mart” ครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ (CCC) และสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ (CNTO) รวบรวมพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการชั้นนำจากมาเก๊า ทั้ง 6 กลุ่มรีสอร์ตครบวงจรระดับโลก ได้แก่ MGM, Galaxy, Wynn Macau, Melco, Sands และ SJM รวมถึงตัวแทนธุรกิจท่องเที่ยวจากมาเก๊า และตัวแทนธุรกิจท่องเที่ยวจากเมืองเหิงฉิน ประเทศจีน เพื่ออัปเดตเทรนด์การท่องเที่ยว ทิศทางตลาด และกลยุทธ์การท่องเที่ยวมาเก๊าประจำปี 2569 พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจร่วมกันระหว่างไทยและมาเก๊า

นางมาเรีย เฮเลน่า เดอ เซนน่า เฟอร์นานเดซ ผู้ว่าการท่องเที่ยวมาเก๊า (Maria Helena de Senna Fernandes, Director of the Macao Government Tourism Office (MGTO)) เปิดเผยว่า ในปี2568 มาเก๊าต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 40 ล้านคนจากทั่วโลก เพิ่มขึ้น 14.7% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวไทยมีจำนวน 185,963 คน เติบโต 38.1% และยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องในปี 2569 โดยในไตรมาสแรกของปีมาเก๊าต้อนรับนักท่องเที่ยวไทยแล้วจำนวน 88,819 คน เติบโตสูงถึง 59.93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ประเทศไทยขึ้นเป็นอันดับ 6 จากนักท่องเที่ยวทั่วโลก“ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่ รวมถึงกลุ่มที่มองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวระยะใกล้ที่ครบทั้งไลฟ์สไตล์ อาหาร วัฒนธรรม และความบันเทิง ปีนี้จึงนับเป็นครั้งแรกที่ MGTO ขยายกิจกรรมโรดโชว์จากกรุงเทพฯ สู่เชียงใหม่และภูเก็ต เพื่อสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในระดับภูมิภาค และเข้าถึงกลุ่มนักเดินทางไทยได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น” นางมาเรีย เฮเลนา เดอ เซนนา เฟอร์นันเดส กล่าว

นักท่องเที่ยวไทยโตสวนกระแสเศรษฐกิจ

แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ยังคงมีความไม่แน่นอน ทั้งราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก แต่ตัวเลขนักท่องเที่ยวไทยเดินทางสู่มาเก๊ากลับเติบโตสวนกระแสอย่างชัดเจน สาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเดินทางของคนไทย ที่หันมาเลือกจุดหมายปลายทางระยะใกล้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวและกลุ่มนักเดินทางที่ต้องการ maximize ประสบการณ์ภายใต้งบประมาณที่มีอยู่ มาเก๊าจึงได้เปรียบอย่างมากในฐานะจุดหมายปลายทางที่ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชั่วโมง 45 นาทีจากกรุงเทพฯ แต่มอบประสบการณ์ระดับโลกได้อย่างครบถ้วนในทริปเดียว โดยปัจจุบันมีเที่ยวบินตรงระหว่างไทยและมาเก๊าประมาณ 39 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ให้บริการโดย Air Macau, Thai AirAsia และ Thai Lion Air

มาเก๊า ประตูสู่ Greater Bay Area และนโยบายฟรีวีซ่าจีน ตัวเร่งสำคัญให้มาเก๊าน่าสนใจกว่าเดิม

อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวไทยเติบโตต่อเนื่อง คือการมีจุดแข็งเชิงยุทธศาสตร์ในฐานะประตูสู่ Greater Bay Area (GBA) ที่ครอบคลุมมาเก๊า ฮ่องกง และอีก 9 เมืองในมณฑลกวางตุ้ง ได้แก่ กว่างโจว เซินเจิ้น จูไห่ ฝอซาน ฮุ้ยโจว ตงกวน จงซาน และเจียงเหมิน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเขตพัฒนาเศรษฐกิจที่มีมูลค่า GDP รวมสูงที่สุดในโลก นักท่องเที่ยวไทยจึงเดินทางได้ทั้งแบบเที่ยวเฉพาะมาเก๊า (Mono Macao) และแบบหลายจุดหมาย (Multi-destination) ยิ่งไปกว่านั้นนโยบายฟรีวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวไทยเดินทางเข้าจีนยิ่งเป็นตัวเร่งสำคัญ ที่ทำให้สามารถเดินทางต่อสู่จูไห่ เหิงฉิน
กว่างโจว หรือเซินเจิ้นได้ทันทีโดยไม่ต้องขอวีซ่าเพิ่มเติม ทำให้ทริปมาเก๊าในปี 2569 มีมูลค่าและความคุ้มค่าสูงกว่าที่เคยในสายตาของนักเดินทางไทยอย่างมีนัยสำคัญ

Partnership Ecosystem ใหม่ โอกาสทางธุรกิจสำหรับแบรนด์ไทย

หนึ่งในกลยุทธ์ที่น่าจับตามองที่สุดของ MGTO ในปีนี้คือการขยายเครือข่ายพันธมิตรออกนอกกรอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมเน้นความร่วมมือกับบริษัทนำเที่ยวและสายการบิน ในปี 2026 นี้ MGTO เดินหน้าสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ใหม่กับกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงิน แพลตฟอร์มโทรคมนาคม ช้อปปิ้งมอลล์และร้านค้าปลีก รวมถึงแบรนด์สินค้าต่าง ๆ เพื่อเข้าถึงคนไทยในทุก Touchpoint สร้างแรงบันดาลใจในการเริ่มวางแผนการเดินทางสู่มาเก๊า

ที่โดดเด่นยิ่งไปกว่านั้นคือการที่ MGTO มองหาความร่วมมือกับร้านอาหารไทย คาเฟ่ และแบรนด์คาแรคเตอร์ไทย เพื่อนำวัฒนธรรมและเสน่ห์ของมาเก๊าเข้าสู่ชีวิตประจำวันของคนไทยผ่านช่องทางใหม่ ๆ ที่ไม่เพียงสร้าง Brand Awareness ในวงกว้าง แต่ยังเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่สำหรับแบรนด์และผู้ประกอบการไทยในการเป็นส่วนหนึ่งของ Ecosystem การท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ซึ่งถือเป็นโมเดลความร่วมมือที่แตกต่าง สร้างประสบการณ์ความประทับใจได้ตั้งแต่ก่อนเดินทาง

กระแสสายมูไทยดันตลาดมาเก๊าโตต่อเนื่อง

MGTO ยังเดินหน้าผลักดันภาพลักษณ์ใหม่ของมาเก๊าภายใต้แนวคิด “Tourism+” ที่ขยายบทบาทของเมืองจากจุดหมายปลายทางด้านความบันเทิง สู่เมืองท่องเที่ยวที่ผสานทั้งอาหาร วัฒนธรรม มรดกทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ กีฬา เทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ และการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ (MICE) เพื่อตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ที่ต้องการประสบการณ์หลากหลายในทริปเดียว

ขณะเดียวกัน กระแสการท่องเที่ยวสายมูยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันตลาดนักท่องเที่ยวไทยในมาเก๊าเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเทศกาลพิธีเปิดคลังสมบัติเจ้าแม่กวนอิม ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักเดินทางชาวไทยทุกปี รวมถึงการเดินทางไปสักการะวัดอาม่าและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังของมาเก๊า สะท้อนพฤติกรรมนักท่องเที่ยวไทยที่ให้ความสำคัญกับการเดินทางที่ผสานทั้งประสบการณ์ วัฒนธรรม ความเชื่อ และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน

นอกจากนี้ MGTO ยังเตรียมจัดกิจกรรม “Macao Wonder Online Travel Fair” ระหว่างวันที่ 1–15 มิถุนายน 2569 รวบรวมโปรโมชันพิเศษจากสายการบิน โรงแรม บริษัทนำเที่ยว OTA และพันธมิตรแพลตฟอร์มการเงิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวไทยวางแผนและจองทริปมาเก๊าได้ง่ายยิ่งขึ้น และตอกย้ำมาเก๊าในฐานะจุดหมายปลายทางระยะใกล้ที่คุ้มค่าและครบครันที่สุดสำหรับนักเดินทางไทยในทุกไลฟ์สไตล์

Latest articles

“เฉินหลง” ร่วม Trip.com Group โปรโมตกุ้ยหลินสู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก

“เฉินหลง” นักแสดงระดับตำนานและแบรนด์แอมบาสเดอร์ด้านการท่องเที่ยวจีนของ Trip.com Group ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของเมืองกุ้ยหลินสู่สายตานักเดินทางทั่วโลก ความสนใจที่เพิ่มขึ้นต่อกุ้ยหลินสะท้อนผ่านข้อมูลการท่องเที่ยวล่าสุด โดยในไตรมาสแรกของปี 2569 ยอดจองตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศไปยังกุ้ยหลินเติบโตถึง 75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้เมืองแห่งนี้ติดอันดับจุดหมายปลายทางที่เติบโตเร็วที่สุดในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ

finbiz by ttb แนะ 3 แนวทาง SME เพิ่มสภาพคล่อง ใช้สินเชื่ออย่างฉลาด หนุนธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังผันผวนและต้นทุนการดำเนินธุรกิจอยู่ในระดับสูง “สภาพคล่อง” กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้วัดความอยู่รอดและความสามารถในการเติบโตของธุรกิจ SME มากกว่าตัวเลขกำไรเพียงอย่างเดียว เพราะแม้ธุรกิจจะมีโอกาสทำรายได้ แต่หากเงินสดหมุนเวียนไม่เพียงพอ ก็อาจสะดุดได้ในทุกจังหวะสำคัญ finbiz by ttb จึงรวบรวม 3 แนวทางสำคัญที่ผู้ประกอบการควรเร่งดำเนินการ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่องและเลือกใช้ “สินเชื่อ SME” ได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคงในภาวะที่ความไม่แน่นอนยังเป็นโจทย์ใหญ่ของผู้ประกอบการไทย

MR. D.I.Y.ได้รับการจัดอันดับใน ESG Emerging List 2026 ของสถาบันไทยพัฒน์

บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (“MRDIYT” หรือ “บริษัทฯ”) ผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ทั่วไป ได้รับการคัดเลือกให้เข้าอยู่ในทำเนียบ “บริษัทวิถียั่งยืนที่น่าลงทุน” หรือ “ESG Emerging List” โดยสถาบันไทยพัฒน์ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (ESG) พร้อมสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน

นิทรรศการ “CENRETA ART AWARD 2026 THAILAND + JAPAN: Exhibition in Nagoya”

ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ร่วมกับ J. Front Retailing จัดนิทรรศการ “CENRETA ART AWARD 2026 THAILAND + JAPAN: Exhibition in Nagoya” นำ 47 ผลงานศิลปะที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจากเวที “CENRETA ART AWARD 2025” จัดแสดง ณ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

More like this