MINT โชว์ผลงานแกร่ง กำไรหลักจากการดำเนินงาน Q1 2569 เติบโต 189%

Published on

บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (“MINT”) รายงานการเริ่มต้นปี 2569 อย่างแข็งแกร่ง โดยกำไรหลักจากการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569 เพิ่มขึ้น ร้อยละ 189 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็น 145 ล้านบาท เทียบกับ 50 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ผลการดำเนินงานดังกล่าวถือว่าโดดเด่นเป็นพิเศษ เนื่องจากไตรมาสแรกเป็นช่วง low season ของธุรกิจในยุโรปตามปัจจัยฤดูกาล ตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์มธุรกิจระดับโลกที่มีความหลากหลายของ MINT ความต้องการด้านการเดินทางที่ยังคงแข็งแกร่ง รวมถึงการมุ่งเน้นวินัยด้านต้นทุนและการบริหารงบดุลอย่างต่อเนื่อง

กำไรสุทธิตามงบการเงิน (Reported Net Profit) เพิ่มขึ้น ร้อยละ 56 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็น 649 ล้านบาท สูงกว่ากำไรหลักจากการดำเนินงาน โดยได้รับแรงหนุนจากผลกระทบเชิงบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน

แม้ยังคงมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ (รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่าน) และเศรษฐกิจมหภาค MINT ยังคงได้รับประโยชน์จากความต้องการที่แข็งแรงในตลาดหลัก โดยได้รับแรงหนุนจากการวางตำแหน่งแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ช่องทางการจัดจำหน่ายตรง โปรแกรมสะสมความภักดีที่บูรณาการ และการดำเนินงานอย่างมีวินัย ขณะเดียวกัน การบริหารเงินทุนเชิงรุกและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ยังช่วยเสริมคุณภาพของกำไรและความสามารถในการทำกำไรให้ดียิ่งขึ้น

ไมเนอร์ โฮเทลส์: การเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPar) ที่แข็งแกร่ง และการเร่งขยายธุรกิจด้วยโมเดล Asset-Light

ไมเนอร์ โฮเทลส์ ยังคงสร้างโมเมนตัมการดำเนินงานที่แข็งแกร่งต่อเนื่องในไตรมาส 1 ปี 2569 โดยผลขาดทุนตามฤดูกาลปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 501 ล้านบาท จาก 595 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568 ได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในยุโรป ประเทศไทย และมัลดีฟส์ ความสามารถในการทำกำไรโดยรวมปรับตัวดีขึ้น โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจที่มีความหลากหลายของกลุ่มบริษัท แม้จะได้รับผลกระทบที่จำกัดจากสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่านที่มีต่อโรงแรมในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ โรงแรมในเครือไมเนอร์ โฮเทลส์ ทุกแห่งในตะวันออกกลางดำเนินงานภายใต้โมเดล Asset-Light ซึ่งช่วยจำกัดความเสี่ยงของกลุ่มบริษัทได้อย่างมีนัยสำคัญ

ผลขาดทุนสุทธิตามงบการเงินปรับตัวดีขึ้นเป็น 107 ล้านบาท เทียบกับ 228 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

จุดเด่นสำคัญด้านการดำเนินงาน ได้แก่:

  • ยุโรปและอเมริกา: รายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPar) เติบโต ร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการเพิ่มขึ้นของอัตราราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) และความต้องการที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษในอิตาลี
  • ประเทศไทย: รายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPar) เพิ่มขึ้น ร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากการปรับเพิ่มของอัตราราคาห้องพักของโรงแรมที่มีการปรับปรุงใหม่และโรงแรมรีสอร์ทในต่างจังหวัด
  • มัลดีฟส์: รายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPar) เติบโต ร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ได้รับแรงหนุนจากความต้องการเดินทางระยะไกล (long-haul) ที่ยังคงแข็งแกร่ง และการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวจีน

ไมเนอร์ โฮเทลส์ ยังคงเดินหน้าดำเนินกลยุทธ์การขยายธุรกิจแบบ Asset-Light อย่างต่อเนื่อง โดยเปิดโรงแรมใหม่ภายใต้สัญญารับจ้างบริหารในประเทศไทย โอมาน โครเอเชีย และสโลวีเนีย ในระหว่างไตรมาส

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ลงนามในข้อตกลงรูปแบบ Asset-Light เพิ่มเติมในหลายตลาดเชิงกลยุทธ์ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ประเทศไทย อียิปต์ เติร์กส์และเคคอส อินเดีย และแทนซาเนีย พร้อมการขยายธุรกิจเพิ่มเติมในประเทศออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร อินเดีย บราซิล กานา และอิตาลี ภายใต้แบรนด์ Anantara และ Avani

ในไตรมาสนี้ยังเป็นช่วงที่สัญญารับจ้างบริหารโรงแรมภายใต้แพลตฟอร์ม luxury soft-brand ใหม่ของไมเนอร์ โฮเทลส์ ได้แก่ Colbert Collection และ Minor Reserve Collection ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การเปิดตัวแบรนด์ select service iStay ยังคงสร้างโมเมนตัมอย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกัน ไมเนอร์ โฮเทลส์ ยังคงลงทุนในศักยภาพด้านดิจิทัลระยะยาว ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (Data and AI Platform) ระดับโลก ซึ่งมีแผนเปิดตัวในปี 2569 โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวคาดว่าจะช่วยเสริมประสบการณ์เฉพาะบุคคลของแขกผู้เข้าพัก ขยายความสัมพันธ์โดยตรงกับลูกค้า และเพิ่มประสิทธิภาพเชิงพาณิชย์ในทุกแบรนด์และทุกจุดบริการ

ไมเนอร์ ฟู้ด: ผลกำไรที่แข็งแกร่งและโมเมนตัมของแบรนด์ที่ต่อเนื่อง

ไมเนอร์ ฟู้ด รายงานผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาส 1 ปี 2569 โดยกำไรหลักจากการดำเนินงานทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่ 646 ล้านบาท แม้จะเผชิญกับการชะลอตัวของการบริโภค และสภาพแวดล้อมการแข่งขันที่รุนแรงในหลายตลาด

กำไรสุทธิตามงบการเงินเพิ่มขึ้น ร้อยละ 17 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในประเทศไทย และกำไรที่เกี่ยวข้องกับการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ใน Art of Baking ร่วมกับ Europastry เพื่อเร่งการเติบโตในกลุ่มธุรกิจเบเกอรี่ในระดับภูมิภาค

จุดเด่นด้านการดำเนินงาน ได้แก่:

  • ยอดขายสาขาเดิมในประเทศไทยทรงตัว ขณะที่จีนรายงานการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมในเชิงบวก ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3
  • แบรนด์ต่าง ๆ รวมถึง GAGA, Bonchon, Dairy Queen, Swensen’s และ Burger King สร้างการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมที่แข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากนวัตกรรมสินค้าอย่างต่อเนื่อง
  • The Steak & More เริ่มขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ ภายหลังความสำเร็จของการขยายสาขาที่บริษัทลงทุนเอง
  • ไมเนอร์ ฟู้ด เปิดตัว ‘The Stone’ ร้านอุด้งหินร้อนสไตล์ญี่ปุ่นแนวคิดใหม่ในประเทศไทย
  • การขยายธุรกิจในต่างประเทศยังคงดำเนินต่อเนื่อง โดย Sanook Kitchen เริ่มเข้าสู่ตลาดอินโดนีเซียและอินเดีย

ไมเนอร์ ฟู้ด ยังคงเสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศดิจิทัลทั้งในด้านการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าและการดำเนินงาน บริษัทได้ขยายแพลตฟอร์มลอยัลตี้แบบข้ามแบรนด์ พัฒนาช่องทางดิจิทัลของตนเอง และนำระบบบริหารการสั่งซื้อและการจัดการคิวขั้นสูงมาใช้งาน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและประสบการณ์ลูกค้าในทุกจุดบริการ

สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ดิลลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม MINT ให้ความเห็นว่า:

“ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569 สะท้อนถึงการเริ่มต้นปีที่แข็งแกร่งของ MINT โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการด้านการเดินทางทั่วโลกที่ยังคงแข็งแกร่ง การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ และความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจที่หลากหลายของเรา

แม้จะยังคงมีความไม่แน่นอนทั้งจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์ ความต้องการในตลาดหลักของเรายังคงแข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุโรป ที่แนวโน้มการจองล่วงหน้ายังคงน่าพอใจ การกระจายตัวทางภูมิศาสตร์ที่กว้างขวางและฐานลูกค้าที่หลากหลายของเรา ยังคงเป็นปัจจัยที่ช่วยเสริมความสามารถในการรับมือและป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด

ขณะเดียวกัน เรายังคงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เสริมความแข็งแกร่งของอัตรากำไร และการบริหารงบดุลให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การลงทุนอย่างต่อเนื่องในแพลตฟอร์มดิจิทัล ศักยภาพด้านข้อมูล และการบูรณาการระบบ จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพและสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวอย่างยั่งยืน

มองไปข้างหน้า เรายังคงมั่นใจในทิศทางเชิงกลยุทธ์ของเรา และมุ่งเน้นการดำเนินกลยุทธ์การขยายธุรกิจด้วยโมเดล Asset-Light เสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ระดับโลกของเรา และส่งมอบมูลค่าที่ยั่งยืนในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น”

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “ภายใต้กลยุทธ์การขยายธุรกิจด้วยโมเดล Asset-Light ไมเนอร์ โฮเทลส์ ตั้งเป้าลงนามสัญญารับจ้างบริหารโรงแรม (HMA) ประมาณ 30 สัญญา ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เพื่อขยายแผนการพัฒนาธุรกิจระดับโลกในตลาดเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ โมเมนตัมดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องของเจ้าของทรัพย์สินแบรนด์ที่แข็งแกร่ง เครือข่ายการจัดจำหน่ายระดับโลก และศักยภาพในการดำเนินงานที่ได้รับการพิสูจน์แล้วของเรา ในขณะเดียวกัน ไมเนอร์ ฟู้ด ยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายร้านอาหารในไตรมาส 1 ปี 2569 ด้วยการเปิดร้านใหม่เกือบ 20 สาขา ในตลาดหลักของเรา ขณะที่กลยุทธ์ด้านแฟรนไชส์ของเรายังคงดำเนินไปตามแผน ตอกย้ำโอกาสการเติบโตที่ขยายตัวได้และมีประสิทธิภาพในการใช้เงินทุน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ”

ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท

บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (MINT) เป็นบริษัทระดับโลกที่มุ่งเน้นในสองธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร MINT เป็นเจ้าของ ผู้บริหาร และนักลงทุนในโรงแรม โดยมีพอร์ตโฟลิโอจำนวน 643 แห่ง ภายใต้แบรนด์ Anantara, Avani, Oaks, Tivoli, NH Collection, NH, nhow, Elewana, The Wolseley, Colbert Collection, Minor Reserve Collection, iStay, Four Seasons, St. Regis, JW Marriott และ Radisson Blu ใน 66 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง แอฟริกา คาบสมุทรอินเดีย ยุโรป และอเมริกา (รวมโรงแรมที่บริษัทลงทุนเองที่จะเปิดตัวในอนาคตและกิจการร่วมค้าที่ได้มีข้อผูกพันแล้ว ตลอดจนโรงแรมภายใต้การเช่าบริหารและสัญญารับจ้างบริหารที่เซ็นสัญญาแล้ว) นอกจากนี้ MINT ยังเป็นหนึ่งในบริษัทร้านอาหารรายใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยมีร้านอาหารมากกว่า 2,763 สาขา(รวมสัญญาแฟรนไชส์ที่ได้ลงนามแล้ว) ใน 25 ประเทศ ภายใต้แบรนด์ The Pizza Company, The Coffee Club, Riverside Grilled Fish, Sanook Kitchen, Benihana, Bonchon, Swensen’s, Sizzler, Dairy Queen, Burger King และ GAGA รวมถึงร้านอาหารอีกกว่า 1,000 สาขาที่ดำเนินการผ่านพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของ MINT (เช่น S&P และ BreadTalk)

Latest articles

AWC รุกกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง ร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก

AWC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ที่สะท้อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพของพอร์ตธุรกิจโรงแรมและคอมเมอร์เชียล ภายใต้กลยุทธ์ Sustainable Growth-Led Strategy

หยางหยางทุ่มสุดตัว! เตรียมท่องยุทธภพสืบคดีลับกับ “Zhan Zhao Adventures จั่นเจาตะลุยยุทธภพ”

หยางหยางเผยการถ่ายทำ “โหดแบบสุด ๆ” ขณะที่ โหวโหงวเลี่ยง โปรดิวเซอร์เจ้าของผลงาน The Story of Minglan เปิดเหตุผลที่เลือกเขามารับบทจั่นเจา พร้อมผนึกดรีมทีมเบื้องหลังซีรีส์จีนคุณภาพมาสร้างสรรค์การผจญภัยครั้งใหม่

ผลสำรวจเผยซีอีโอถึง 80% ระบุ AI จะบีบองค์กรให้ต้องยกเครื่องขีดความสามารถการดำเนินงานใหม่หมด

การ์ทเนอร์ บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาด้านธุรกิจและเทคโนโลยี เผยผลสำรวจล่าสุดพบว่า 80% ของผู้บริหารระดับซีอีโอระบุว่า AI จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับขีดความสามารถในการดำเนินงานในระดับสูงถึงปานกลาง

แม่ซู่กี๊ ขนมไทย เผยความสำเร็จผ่านเซเว่น รับซื้อกล้วยน้ำว้าจากสวน 48,000 กิโลต่อเดือน

เบื้องหลังความสำเร็จของขนมไทยบนชั้นเชลฟ์ ไม่ได้มีเพียงรสชาติที่คุ้นเคยเท่านั้น แต่ยังมาจากการบริหารวัตถุดิบต้นน้ำอย่างเป็นระบบ โดยบริษัทฯ รับซื้อกล้วยน้ำว้าจากเกษตรกรเฉลี่ยกว่า 48,000 กิโลกรัมต่อเดือน

More like this