จากช่องแคบฮอร์มุช สู่ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ประตูน้ำมันดิบโลก ชี้ชะตาเศรษฐกิจเอเชีย

Published on

ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โลกกำลังจับตามองไปที่ จุดยุทธศาสตร์ทางทะเล 2 แห่ง ช่องแคบฮอร์มุช สู่ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจโลก หากเส้นทางเหล่านี้เป็นอัมพาต จะส่งผลกระทบลูกโซ่ตั้งแต่ราคาพลังงานไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภค

ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz): ประตูน้ำมันดิบโลก

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นทางเข้า-ออกเพียงแห่งเดียวของ อ่าวเปอร์เซีย ซึ่งล้อมรอบด้วยประเทศผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซรายใหญ่ เช่น อิหร่าน, ซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE), คูเวต, กาตาร์ และบาห์เรน

ความสำคัญเชิงปริมาณ: มีน้ำมันดิบไหลผ่านสูงถึง 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 20% ของปริมาณการใช้ทั่วโลก โดยกว่าร้อยละ 80 ของน้ำมันดิบเหล่านี้ถูกส่งมายังภูมิภาคเอเชีย

** LNG และสินค้าอื่น:** กาตาร์ซึ่งเป็นผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รายใหญ่ ส่งออกผ่านเส้นทางนี้ถึง 1 ใน 5 ของโลก นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ปุ๋ยยูเรีย พลาสติก และก๊าซฮีเลียม (ที่ใช้ในเครื่องมือแพทย์อย่าง MRI) ซึ่งหากติดขัดจะกระทบต่ออุตสาหกรรมเกษตรและเสื้อผ้าทั่วโลก

ลักษณะทางกายภาพ: แม้จะมีความกว้างประมาณ 33 กิโลเมตร แต่ร่องน้ำที่เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ (Tanker) สามารถสวนกันได้นั้นกว้างเพียงไม่กี่กิโลเมตร โดยมีเรือผ่านเข้าออกเกือบ 50,000 ลำต่อปี หรือราว 100 ลำต่อวัน

ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ (Bab el-Mandeb): จุดหนีที่กลายเป็นจุดเสี่ยง

เมื่อช่องแคบฮอร์มุซมีปัญหา หรือเพื่อความคล่องตัว ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างซาอุดีอาระเบียและ UAE ได้วางแผนสำรองโดยการสร้าง “ท่อส่งน้ำมัน” เพื่อเลี่ยงไปออกทะเลด้านนอก:

ซาอุดีอาระเบีย: วางท่อพาดผ่านประเทศไปออกที่เมือง ยานบู (Yanbu) ริมฝั่งทะเลแดง

UAE: วางท่อไปออกที่เมืองฟูไจราห์ (Fujairah) ในอ่าวโอมาน

อย่างไรก็ตาม น้ำมันที่มาออกทางทะเลแดงเพื่อจะส่งมายังเอเชีย จะต้องผ่าน “ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ” ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเยเมนและจิบูตี จุดนี้กลายเป็นสมรภูมิใหม่เนื่องจากกลุ่ม กบฏฮูตี (Houthi) ในเยเมน (ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน) มักทำการโจมตีเรือในพื้นที่นี้เพื่อตอบโต้ทางการเมือง ทำให้เส้นทางนี้มีความเสี่ยงสูงไม่แพ้กัน

ผลกระทบโดยตรงต่อ “เอเชีย” และ “ไทย”

ข้อมูลที่น่าสนใจคือ วิกฤตนี้ส่งผลกระทบต่อเอเชียรุนแรงกว่ายุโรปและสหรัฐฯ เนื่องจากประเทศในเอเชียพึ่งพาพลังงานจากสองช่องแคบนี้เป็นหลัก โดยมีสัดส่วนการนำเข้าพลังงานผ่านช่องทางดังกล่าว ดังนี้:

สัดส่วนการนำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และ ช่องแคบเอล-มันเดบ สู่ประเทศในเอเชีย (ต่อปี)

ญี่ปุ่น 57% 1.4 แสนล้านดอลลาร์เหรียญดอลลาร์สหรัฐ

ไทย 56% 4.3 หมื่นล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ

เกาหลีใต้ 55% 1.44 แสนล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ

อินเดีย 50% 1.8 แสนล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ

ไต้หวัน 40% 4.7 หมื่นล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ

จีน 35% 4.13 แสนล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ

มาเลเซีย 29% 4.4 หมื่นล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ

ฟิลิปปินส์ 26% 1.6 หมื่นล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ

อินโดนีเซีย 15% 3.5 หมื่นล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ

ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=QX9GzgPXShg

ขณะที่สหรัฐอเมริกาแทบไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงเนื่องจากมีแหล่งพลังงานภายในประเทศเพียงพอ แต่สำหรับไทยและประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน หากทั้งช่องแคบฮอร์มุซและบับ เอล-มันเดบ ถูกปิดกั้นพร้อมกัน จะเกิดภาวะขาดแคลนพลังงานและสินค้าราคาแพงขึ้นอย่างฉับพลัน

Latest articles

DKSH and Sanofi Enter Strategic Partnership to Expand Treatment Access Across Malaysia, Singapore, and Thailand

DKSH and Sanofi Enter Strategic Partnership to Expand Treatment Access Across Malaysia, Singapore, and Thailand

วิริยะประกันภัย ผสานพลังจิตอาสา ร่วมสร้างจิตสำนึกขับขี่ปลอดภัย “ง่วงไม่ขับ เมาไม่ขับ ขับไม่โทร”

วิริยะประกันภัย ผสานพลังจิตอาสา ร่วมสร้างจิตสำนึกขับขี่ปลอดภัย “ง่วงไม่ขับ เมาไม่ขับ ขับไม่โทร” รับเทศกาลสงกรานต์ 2569

Forests Without Names ทำไม! ป่าใต้ทะเล ต้องมีชื่อ

แม้ป่าบนบกหลายแห่งจะเป็นที่รู้จักในระดับโลก แต่ “ป่าใต้ทะเล” จำนวนไม่น้อยกลับยังไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ขาดการรับรู้ในวงกว้าง และอาจถูกมองข้ามในมิติของการดูแลและฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล

Amazing Thailand Health & Wellness Trade Meet 2026 ชิงเค้กท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 43 ล้านล้าน

ททท. รับเทรนด์ Wellness Tourism เตรียมจัดงาน “Amazing Thailand Health & Wellness Trade Meet 2026” ยกระดับศักยภาพประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีระดับโลก

More like this