กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตือนนิติบุคคล อย่าลืม! นำส่งงบการเงินรอบปีบัญชี

Published on

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตือนนิติบุคคลที่มีรอบปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เร่งนำส่งงบการเงินผ่านระบบออนไลน์ DBD e-Filing กรณีบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด สมาคมการค้า และหอการค้า จัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติงบการเงินวันที่ 30 เมษายน 2569 ต้องส่งงบการเงินอย่างช้าที่สุดคือวันที่ 2 มิถุนายน 2569

ส่วนกรณีห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน กิจการร่วมค้า และนิติบุคคลต่างประเทศ ปีนี้สามารถนำส่งงบการเงินได้ถึงวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เช่นกัน แนะนำให้ส่งงบการเงินแต่เนิ่นๆ เพื่อลดความแออัดของการเข้าใช้งานระบบ หากงบการเงินมีข้อบกพร่องยังมีเวลาแก้ไข ซึ่งการส่งงบการเงินมีส่วนสำคัญที่ทำให้ภาคธุรกิจสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจหรือดึงดูดคู่ค้าและนักลงทุนได้อีกด้วย

พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สำหรับปี 2569 มีนิติบุคคลที่ต้องนำส่งงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอยู่ประมาณ 907,151 ราย ปัจจุบันมีนิติบุคคลที่นำส่งงบการเงินเข้าสู่ระบบแล้ว 104,369 ราย หรือคิดเป็น 12% ของผู้มีหน้าที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด โดยงบการเงินถือเป็นการสรุปผลการดำเนินงานตลอดทั้งปีของภาคธุรกิจ ซึ่งมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกิจการ ทั้งกรรมการ ผู้ถือหุ้น คู่ค้า รวมทั้งนักลงทุนที่ต้องการทราบสถานการณ์ทางการเงิน ตลอดจนผลประกอบการของธุรกิจ หากกิจการใดยังนิ่งเฉยไม่นำส่งงบการเงินจะทำให้ขาดความน่าเชื่อถือ และหากไม่นำส่งต่อเนื่องเกิน 3 รอบปีบัญชีจะถูกพิจารณาถอนทะเบียนเป็นนิติบุคคลร้างและขีดชื่อออกจากฐานข้อมูลนิติบุคคล

นิติบุคคลที่ต้องนำส่งงบการเงินในปีนี้ กรณีที่เป็นบริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัดที่ใช้รอบปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติงบการเงินภายใน 4 เดือนหลังจากสิ้นรอบปีบัญชี หรือภายในวันที่ 30 เมษายน 2569 และต้องนำส่งงบการเงินภายใน 4 เดือน แต่ปีนี้ 31 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายเป็นวันหยุดทำให้สามารถส่งได้อย่างช้าที่สุดคือวันที่ 2 มิถุนายน 2569 รวมถึง ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน กิจการร่วมค้า และนิติบุคคลต่างประเทศที่ปิดรอบปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 จะต้องนำส่งงบการเงินภายใน 5 เดือน หลังจากวันปิดรอบปีบัญชี โดยปีนี้สามารถนำส่งงบการเงินได้ถึงวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เช่นเดียวกัน รวมทั้ง สมาคมการค้า หอการค้าที่ปิดรอบปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ฉะนั้นหากจัดประชุมใหญ่อนุมัติงบการเงินในวันที่ 30 เมษายน 2569 จะต้องส่งงบการเงินภายในวันที่ 2 มิถุนายน 2569

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอฝากถึงนิติบุคคลที่มีรอบปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่ยังไม่ได้นำส่งงบการเงิน ขอให้เร่งดำเนินการนำส่งงบการเงิน แม้นิติบุคคลแต่ละประเภทจะมีรอบปีบัญชีสิ้นสุดแตกต่างกันไป แต่ต้องนำส่งงบการเงินตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดเช่นเดียวกัน โดยขอให้นำส่งงบการเงินผ่านระบบ DBD e-Filing ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากงบการเงินได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

ขณะเดียวกันภาครัฐสามารถนำข้อมูลที่เป็นปัจจุบันไปประเมินทิศทางและวิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศได้ทันที อีกทั้งช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายและงบประมาณในการบริหารจัดการเอกสาร ทั้งด้านสถานที่จัดเก็บ และการดูแลรักษา รวมทั้งยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการ ลดปริมาณการใช้กระดาษ และช่วยรักษาทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย

การส่งงบการเงินผ่านระบบ DBD e-Filing เป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนและสนับสนุนภาคธุรกิจไทยให้ก้าวสู่การค้าในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเป็นรูปธรรม หากมีข้อสงสัยประการใด สามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการนำส่งงบการเงินเพิ่มเติมได้ที่ Line Application : @sxw0580y หรือ โทร. 0 2547 4377 และ 0 2547 5978

Latest articles

สสส. เผยวิกฤติสงฆ์ไทย 78% เสี่ยงปัญหาความดันและไขมันในเลือดสูง พร้อมเปิดตัวโครงการ “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ”

สสส. เผยข้อมูลสุขภาพพระสงฆ์ไทยทั่วประเทศในปี 2565-2568 พบว่า 78%* ของพระสงฆ์ไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงกับโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับอาหารที่ฉัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไขมันในเลือดสูง ซึ่งพระสงฆ์ที่เข้ารับการตรวจมีภาวะคลอเรสเตอรอลสูงกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร มากถึง 47.84%-55.42% มีโรคความดันโลหิตสูง มียอดผู้ป่วยสูงสุดเป็นอันดับ 1 คือ 73,077 ราย รวมทั้งมีภาวะอ้วนสะสมถึง 35.73%-44.95% ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา

“เพ็ญภาค” ทรานส์ฟอร์มสู่ผู้ผลิตเครื่องดื่ม RTD และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารครบวงจร

“เพ็ญภาค” ผู้บุกเบิกตลาดยาสมุนไพรและเครื่องดื่มสุขภาพระดับตำนานที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 109 ปี ประกาศปรับทิศทางธุรกิจครั้งใหญ่ ทรานส์ฟอร์มสู่การเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มพร้อมดื่ม (RTD) ทั้งกลุ่มไม่มีแอลกอฮอล์ (Non-Alcohol), มีแอลกอฮอล์ (Alcohol) และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างเต็มรูปแบบ ตอกย้ำภาพลักษณ์เจ้าตลาดเครื่องดื่มสมุนไพรอัดก๊าซซ่าเจนใหม่ที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างลงตัว

Disrupt Health Impact Fund จับเทรนด์ Women’s Health ลงทุนใน “Osteoboost” จากสหรัฐฯ

กองทุน Disrupt Health Impact Fund ประกาศลงทุนใน Osteoboost สตาร์ทอัพ Women's Health Tech สัญชาติอเมริกัน ผู้พัฒนาอุปกรณ์ wearable ตัวแรกและตัวเดียวที่ได้รับการรับรองจาก FDA เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับชะลอภาวะกระดูกบาง เทคโนโลยี Precision Vibration Therapy ของ Osteoboost ช่วยชะลอการลดมวลกระดูกบริเวณกระดูกสันหลังและสะโพก

AirAsia MOVE ชี้ความต้องการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเติบโตต่อเนื่อง

AirAsia MOVE แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวชั้นนำของภูมิภาค เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกด้านการเดินทางประจำไตรมาส 1 ปี 2569 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

More like this