เปิดสถิติตลาดกาแฟโลก ประเทศไหนผลิตกาแฟมากที่สุด ชาติใดดื่มจัดที่สุด

Published on

จากการบริโภคเฉพาะกลุ่ม สู่ไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ตลาดกาแฟมูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านบาทในประเทศไทยจึงมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับตลาดทั่วโลก แต่รู้ไหมว่าในโลกนี้ ประเทศใดเป็นผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ของโลก แล้วคนชาติไหนที่ดื่มกาแฟมากที่สุดในโลก 

ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกา (USDA) ระบุว่า  ปีการผลิต 2568/2569 มีผลผลิตกาแฟทั่วโลก 174.4 ล้านกระสอบ (60 กิโลกรัม/กระสอบ) (หรือประมาณ 10.5 ล้านตัน)

ประเทศผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ของโลก 5 อันดับแรกของโลก ได้แก่

  1. บราซิล (64.7 ล้านกระสอบ สัดส่วน 37% ของผลผลิตกาแฟโลก) ผลิตกาแฟอาราบิก้า อันดับ 1 ของโลก
  2. เวียดนาม (29 ล้านกระสอบ สัดส่วน 17%) ผลิตกาแฟโรบัสตา อันดับ 1 ของโลก
  3. โคลอมเบีย (13.2 ล้านกระสอบ สัดส่วน 8%)
  4. อินโดนีเซีย (10.7 ล้านกระสอบ สัดส่วน 6%)
  5. เอธิโอเปีย (10.6 ล้านกระสอบ สัดส่วน 6%)

สำหรับไทย (0.9 ล้านกระสอบ สัดส่วน 0.5%) มีผลผลิตมากเป็นอันดับที่ 18 ของโลก

นอกจากนี้ USDA  ยังรายงานว่า คนทั่วโลกบริโภคกาแฟมากถึง 10.0 ล้านตัน ขยายตัว 1.6% จากปีก่อนหน้า โดยสหภาพยุโรปมีการบริโภคสูงสุด รองลงมา ได้แก่ สหรัฐอเมริกา บราซิล ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ (ไทยบริโภคกาแฟเป็นอันดับที่ 24 ของโลก ทั้งนี้ คาดว่าปี 2568/69 จะมีความต้องการบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้น 1.7% จากปีก่อนหน้า)

จับตาตลาดการค้ากาแฟโลก

การค้ากาแฟของโลก ในปี 2567 โลกส่งออกเมล็ดกาแฟ  (พิกัดศุลกากร 0901) เป็นปริมาณ 9.3 ล้านตัน เป็นมูลค่า 51,544.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 21.7% ประเทศที่มีมูลค่าการส่งออกเมล็ดกาแฟสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1.บราซิล (สัดส่วน 22.1% ของมูลค่าการส่งออกเมล็ดกาแฟของโลก)

2.เวียดนาม (8.1%)

3.สวิตเซอร์แลนด์ (7.7%)

4.เยอรมนี (7.4%)

5.โคลอมเบีย (6.9%)

ส่วนการส่งออกผลิตภัณฑ์กาแฟ  (พิกัดศุลกากร 210111 และ 210112) เป็นปริมาณ 1.3 ล้านตัน เป็นมูลค่า 10,836.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว  15.3% ประเทศที่มีมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์กาแฟสูงสุด 5 อันดับแรก

  1. เยอรมนี (สัดส่วน 10.1% ของมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์กาแฟของโลก)
  2. บราซิล (8.9
  3. เวียดนาม (8.7%)

4 .สเปน (6.3%)

  1. อินโดนีเซีย (6.0%) ตามลำดับ

การค้ากาแฟของไทย

ไทยเป็นผู้นำเข้าสุทธิสินค้ากาแฟ (พิกัดศุลกากร 0901 210111 และ 210112) ในปี 2568 ทั้งการนำเข้าและส่งออกขยายตัว โดยไทยนำเข้าเป็นมูลค่า 703.1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ขยายตัว 58.92% จากปีก่อนที่มีมูลค่าการนำเข้า 442.4 ล้านเหรียญสหรัฐ) หรือ 23,296.9 ล้านบาท

แหล่งนำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เวียดนาม มาเลเซีย สปป.ลาว อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น และส่งออกเป็นมูลค่า 169.7 ล้านเหรียญสหรัฐ (ขยายตัว 10.19% จากปีก่อนที่มีมูลค่าการส่งออก 154.0 ล้านเหรียญสหรัฐ) หรือ 5,571.3 ล้านบาท ตลาดส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว ออสเตรเลีย เมียนมา และฟิลิปปินส์

สมาคมกาแฟไทยให้ข้อมูลว่า ประเทศไทยได้พัฒนาบทบาทจากการเป็นผู้ผลิตกาแฟในอดีต มาสู่การเป็นผู้แปรรูปและส่งออกในปัจจุบัน และยังมีโอกาสที่จะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านการแปรรูปและส่งออกสำคัญของอาเซียน (Hub of ASEAN) โดยนอกจากการใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพภายในประเทศแล้ว จะต้องปลดล็อกทางการค้าให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงเมล็ดกาแฟจากแหล่งผลิตที่หลากหลายทั่วโลก เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์กาแฟที่มีรสชาติแปลกใหม่ สินค้ามีคุณภาพและราคาแข่งขันได้ในตลาดโลก

นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า

ภาพรวมการค้าสินค้ากาแฟ เป็นโอกาสของไทยในการปรับกลยุทธ์ทางการค้าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี และมาเลเซีย ที่ไม่ได้ปลูกกาแฟเป็นหลัก แต่เป็นผู้ส่งออกกาแฟอันดับต้น ๆ ของโลกได้ โดยมีบทบาทเป็นผู้แปรรูปและส่งออกกาแฟคั่วรวมทั้งผลิตภัณฑ์กาแฟ จึงเห็นว่าการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย จำเป็นจะต้องดำเนินการทบทวนกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมให้อุตสาหกรรมและการค้ากาแฟของไทยเติบโตและแข่งขันได้ โดยมีแนวทางสำคัญ ดังนี้

  1. การลดต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทย
  2. รักษาสมดุลตลาดให้เกษตรกรไทยอยู่ได้ และคุ้มครองราคากาแฟของเกษตรกรไทยไม่ให้ถูกกดดันจากกาแฟนำเข้า
  3. ส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าและการแปรรูป เน้นกาแฟคุณภาพ และสนับสนุนการลงทุนในเครื่องจักรและเทคโนโลยีเพื่อการแปรรูปที่ทันสมัย (การคั่ว การบด การบรรจุ และการผลิตกาแฟสำเร็จรูป) รวมทั้งพิจารณาจัดตั้งศูนย์กลางการแปรรูปและกระจายกาแฟในพื้นที่ยุทธศาสตร์ เพื่อลดต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์ และ
  4. ส่งเสริมการค้าที่ยั่งยืนและเป็นธรรม เช่น การผลิตกาแฟแบบลดคาร์บอน บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนส่งเสริมกลไกตลาดที่ทำให้เกษตรกรได้ราคาที่เป็นธรรม เช่น การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า การรับรองการค้าที่เป็นธรรม (Fair Trade) เป็นต้น

Latest articles

KitKat® และ Formula 1® ชวนคนรุ่นใหม่อย่าลืมที่จะพัก เหมือนนักแข่งที่ต้องเข้าพิตสต็อป

คิทแคท (KitKat®) โดย บริษัท เนสท์เล่ (ประเทศไทย) จำกัด นำความร่วมมือระดับโลก ระหว่าง คิทแคท และ ฟอร์มูล่า วัน (Formula 1®) ที่ทุกคนรอคอยมาเปิดตัวที่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ชวนติดตามการโคจรมาพบกันของแบรนด์ช็อกโกแลตที่จริงจังเรื่อง “การพัก” ที่สุดอย่างคิทแคท และ ฟอร์มูล่า วัน มอเตอร์สปอร์ตที่เร็วแรงและขึ้นแท่นป๊อบคัลเจอร์ที่ฮ็อตเกินกว่าใครจะต้านในเวลานี้ ถ่ายทอดแนวคิด “พักเข้าพิต (Pit) คิดถึง

STARLUX Airlines คว้า SKYTRAX 5 ดาว 2 ปีซ้อน พร้อมเปิดเส้นทางใหม่ “ปราก”

STARLUX Airlines สายการบินพรีเมียมจากไต้หวัน ตอกย้ำความสำเร็จบนเวทีการบินระดับโลก หลังได้รับการจัดอันดับ SKYTRAX ระดับ 5 ดาว ประจำปี 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายเส้นทางบินระหว่างประเทศ ด้วยการเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงสู่กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป นับเป็นจุดหมายปลายทางแห่งแรกของสายการบินในทวีปยุโรป

GIA จับมือ GENESENN เปิดตัว “GIA by GENESENN” The Urban Longevity House ยกระดับจาก Aesthetic Clinic สู่ศูนย์ออกแบบสุขภาพชีวิต

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดสุขภาพและความงามทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่ผู้คนมุ่งเน้นการดูแลรูปลักษณ์ภายนอก สู่การให้ความสำคัญกับสุขภาพภายใน คุณภาพชีวิต และการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Healthy Longevity) เพื่อตอบรับแนวโน้มดังกล่าว GIA คลินิกความงามระดับพรีเมียม จึงประกาศความร่วมมือกับ GENESENN ผู้เชี่ยวชาญด้าน Precision Health, Longevity Medicine และ Life Health Design เปิดตัว “GIA by GENESENN – The Urban Longevity House” ศูนย์ดูแลสุขภาพและความงามรูปแบบใหม่ ใจกลางสุขุมวิท 29

Webull Thailand ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าพบ กมธ. ป้องกันปราบปรามการฟอกเงินฯ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับแนวปฏิบัติ KYC/CDD

บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ "Webull Thailand" ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Webull Corporation (NASDAQ: BULL) เจ้าของแพลตฟอร์มเทรดออนไลน์ Webull...

More like this