อัพเดทคอลเล็คชั่นใหม่ CASIO G-SHOCK ในงาน Watch Expo 2018 ที่พารากอน

113

นับเป็นช่วงเวลาที่บรรดาคนรักเรือนเวลารอคอย กับงานแสดงนาฬิการะดับโลกในเมืองไทย ที่จะมาอัพเดทคอลเล็คชั่นใหม่ของแต่ละปี พร้อมความพิเศษที่แบรนด์ต่างๆ นำออกมาเสนอ และภายในงาน สยามพารากอน วอชท์ เอ็กซ์โป 2018 (Siam Paragon Watch Expo 2018)  ที่สยามพารากอน ทาง บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด (CMG) ผู้นำเข้านาฬิกา CASIO G-SHOCK อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ก็ได้เผยโฉมนาฬิกาไฮไลท์ 2 รุ่นสุดเอ็กซ์คูซีฟ G-STEEL x CORDURA และ MTG-B1000 พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก

ในงานนี้ CASIO G-SHOCK นำทัพนาฬิกาด้วย G-STEEL x CORDURA นาฬิกาคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดในตระกูล G-STEEL อันแข็งแกร่งที่ผสมผสานความสตรีทและความเรียบหรูอย่างลงตัว ภายใต้นิยาม G-STEEL : From Suit To Street, When Style Meets Function ด้วยรูปลักษณ์ที่เหมาะสมกับการใช้งานในทุกโอกาสชีวิต ไม่ว่าจะเป็นวันสบายๆ วันที่ต้องลุยงานหนัก หรือวันที่ต้องสวมใส่สูทไปงานเลี้ยงสุดหรู

G-STEEL x CORDURA

 

G-STEEL x CORDURA โดดเด่นด้วยดีไซน์อันทรงเอกลักษณ์ พร้อมโครงสร้างสายนาฬิกาที่ผสมผสานวัสดุ 3 ชนิดเข้าด้วยกัน โดยประกอบด้วยชั้นใน ทัฟ เลเธอร์ (Tough Leather) ชั้นกลาง เรซิ่น (Resin) และชั้นนอกสุดยอดนวัตกรรมผ้าคอร์ดูรา (Cordura®) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่  G-SHOCK ได้นำเทคโนโลยีผ้าพิเศษนี้มาใช้กับ G-STEEL เพื่อเพิ่มความสวยงามและเสริมในเรื่องของความแข็งแรงทนทานที่เหนือกว่า โดยผ้าคอร์ดูรามีความแข็งแรงทนทานกว่าผ้าปกติถึง 3 เท่า และได้ถูกนำไปใช้ในหลายๆ ผลิตภัณฑ์ เช่น กระเป๋า รองเท้า เครื่องแต่งกายทหาร และกระเป๋าใส่กระสุน ที่สำคัญ ผ้าคอร์ดูรามีความทนทานต่อการถลอก รอยขูดขีด การฉีกขาด และยังสามารถป้องกันการดูดซึมของน้ำและเหงื่อเพื่อปกป้องความอับชื้นที่เป็นปัญหาหลักของนาฬิกาสายผ้าอีกด้วย

G-STEEL-x-CORDURA

 

นอกจากสายนาฬิกาคอร์ดูราที่แข็งแรงและทนทานแล้ว G-STEEL x CORDURA ยังมาพร้อมกับ วงขอบตัวเรือนสเตนเลสสตีล ระบบพลังงาน ทัฟ โซลาร์ (Tough Solar) ซึ่งชาร์จไฟด้วยแสงอาทิตย์ ไฟฟลูออเรสเซนต์และแหล่งพลังงานแสงอื่นๆ รวมถึงความสามารถในการกันน้ำได้ถึง 200 เมตร และ ระบบ Mobile Link เพื่อการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนแบบไร้สายผ่านระบบ Bluetooth® ซึ่งตอบสนองทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน ไม่ว่าจะใช้ในการลุยน้ำ เล่นกีฬา ไปเที่ยวหรือทำงาน ครบทุกไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ไม่หยุดนิ่งได้เป็นอย่างดี

 

ทั้งนี้ G-STEEL x CORDURA มีให้เลือกถึง 4 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ GST-S130BC-1A สายสีดำกรอบสีดำเคลือบแบ็ค ไอพี, GST-S130BC-1A3 สายสีเขียว Military กรอบสีดำเคลือบแบ็ค ไอพี และ GST-S130C-1A สายสีดำกรอบสีเงิน ในไซส์ปกติ (Standard Fit) และ GST-S330C-1A สายสีดำกรอบสีเงินในขนาดกลาง (Asian Fit)

MTG-B1000

อีกหนึ่งรุ่นในกลุ่มพรีเมี่ยมที่น่าจับตามองคือ รุ่น MTG-B1000 จากซีรี่ส์ MTG (Metal Twisted G-Shock) ด้วยวัสดุผสมผสานระหว่างโลหะและเรซิน ที่มีขนาดตัวเรือนกระชับข้อมือ เสริมด้วยโครงสร้าง TRIPLE G RESIST ซึ่งทนทานต่อแรงกระแทก แรงเหวี่ยง และแรงสั่นสะเทือน พร้อมกระจกแซฟไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อน ระบบไฟ LED ความสว่างสูง แสดงเวลาโลก นาฬิกาจับเวลา และมีระบบการชาร์จด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ทัฟ โซลาร์ แบบทนทานดั้งเดิมของ CASIO

นอกจากนี้ MTG-B1000 ยังมาพร้อมกับ Connected Engine ใหม่ เพื่อความแม่นยำของเวลาที่มากยิ่งขึ้น พร้อมฟังก์ชันการสื่อสารด้วย Bluetooth® ทำให้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่ใช้แอป G-SHOCK Connected ได้อย่างง่ายดาย เสริมด้วยฟังก์ชั่น Multiband 6 ซึ่งควบคุมด้วยคลื่นวิทยุ เพื่อปรับเทียบมาตรฐานเวลา เพื่อความแม่นยำในทุกสถานการณ์

G-SHOCK RANGEMAN GPR-B1000

G-SHOCK MTG-B1000

นาฬิกาไฮไลท์รุ่นสุดท้าย ที่นำมาเปิดตัวแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่แรกที่เดียว ณ งาน สยามพารากอน วอทช์ เอ็กซ์โป 2018 ได้แก่ G-SHOCK RANGEMAN GPR-B1000 รุ่นใหม่ล่าสุด ด้วยวัฒนาการความแข็งแกร่งทนทานขั้นล่าสุดของ G-SHOCK และอีกหนึ่งความภาคถูมิใจของนาฬิกาซีรี่ส์ “Master of G” (มาสเตอร์ ออฟ จี) ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในทุกสภาวการณ์อันแสนเลวร้าย โดยสามารถป้องกันฝุ่นผง สิ่งสกปรก โคลน และต้านทานอุณหภูมิได้ต่ำสุดถึง -20 องศาเซลเซียส ด้วยสายนาฬิกาชนิดเสริมคาร์บอนไฟเบอร์ และใช้กระจก แซฟไฟร์ คริสตัล

นาฬิกา RANGEMAN มาพร้อมกับ ทริปเปิ้ล เซ็นเซอร์ ระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับ 3 ชนิด ซึ่งทำให้สามารถตรวจวัดทิศ ความกดอากาศ/ระดับความสูง และอุณหภูมิได้ โดยสร้างขึ้นบนพื้นฐานแนวคิด “ความทนทานเพื่อความอยู่รอด” นอกจากนี้ นาฬิการุ่นใหม่ GPR-B1000 ยังมาพร้อมกับสัญญาณบลูทูธเพื่อเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน และระบบการนำทางด้วย จีพีเอส (GPS) ที่นำแสงอาทิตย์มาใช้เป็นพลังงานเสริมเป็นครั้งแรกของโลก พร้อมการบันทึกข้อมูล “แทร็ก” แนวเส้นทางที่เดินทางจริงและ “พ้อยต์” เพื่อระบุตำแหน่งภูมิประเทศ ณ จุดที่เราอยู่ [รวมไปถึง ลองจิจูด (ตำแหน่งเส้นแวง) / ละติจูด (ตำแหน่งเส้นรุ้ง), อัลติจูด (ระดับความสูง) และอุณหภูมิ] ไว้ในหน่วยความจำได้ด้วย

G-SHOCK RANGEMAN GPR-B1000

พิเศษสุด สำหรับงาน สยามพารากอน วอชท์ เอ็กซ์โป 2018 ลูกค้าที่ซื้อนาฬิกา G-STEEL x CORDURA รุ่นใดก็ได้ จะได้รับเซ็ทเครื่องมือเดินป่าอเนกประสงค์  G-STEEL (G-STEEL MILITARY KIT) โดยมีจำนวนจำกัด นอกจากนี้ G-SHOCK ยังมีกิจกรรมมากมายให้ผู้ร่วมงานทุกท่านได้ร่วมสนุก โดยทุกวัน ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์จะมีการแข่งขัน G-SHOCK MINI G-SQUAD CHALLENGE ณ บูธ CASIO G-SHOCK ซึ่งผู้ชนะการแข่งขันสควอท 3 ท่านต่อวันจะได้รับนาฬิกา G-SQUAD Activity Tracker  ซีรี่ยส์ รุ่น GBA-800 มูลค่า 5,500 บาทเป็นรางวัลอีกด้วย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ G-SHOCK รุ่น  G-STEEL x CORDURA, MTG-B1000 และนาฬิกา G-SHOCK รุ่นอื่นๆ สามารถเข้าชมได้ที่งาน สยามพารากอน วอชท์ เอ็กซ์โป 2018 ณ บูธ CASIO G-SHOCK ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 9 สิงหาคม 2561 หรือผ่านทางเว็บไต์ www.casio-cmg.com และ Facebook/Casio Watches Thailand