หัวเว่ยและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมมือสร้างโซลูชันสถานีไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นใหม่

Published on

งานเปิดตัวโซลูชันสถานีไฟฟ้าอัจฉริยะของหัวเว่ย ภายใต้แนวคิด “เอไอเสริมพลังสถานีไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นใหม่” จัดขึ้นอย่างประสบความสำเร็จที่กรุงเทพฯ ในระหว่างงาน หัวเว่ยและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ผู้ให้บริการจำหน่ายไฟฟ้าแก่ผู้ใช้งานในเขตพื้นที่ส่วนภูมิภาคครอบคลุม 74 จังหวัด ของประเทศไทย ได้ร่วมกันเปิดตัวนวัตกรรมการใช้งานโซลูชันสถานีไฟฟ้าอัจฉริยะ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญใหม่สำหรับการเปลี่ยนผ่านและยกระดับสถานีไฟฟ้าสู่ดิจิทัลและความอัจฉริยะในประเทศไทย

วิลเลี่ยม จาง ประธานธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ระบบพลังงานใหม่กำลังเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มการใช้พลังงานสะอาด ระบบพลังงานหมุนเวียน การวัดและติดตามการใช้พลังงานไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ และการดูแลระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งเทคโนโลยีดิจิทัลและความชาญฉลาดคือกุญแจสำคัญในการรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ ในฐานะที่สถานีไฟฟ้าเป็นศูนย์กลางพลังงานที่สำคัญในโครงข่ายไฟฟ้า การยกระดับสู่ดิจิทัลและนำเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ามาประยุกต์ใช้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการปรับปรุงความน่าเชื่อถือของโครงข่ายไฟฟ้า

ความร่วมมือในการพัฒนาโซลูชันสถานีไฟฟ้าอัจฉริยะล่าสุดของหัวเว่ยและกฟภ. ในครั้งนี้ทำให้เกิดระบบการตรวจสอบอัจฉริยะและการบำรุงรักษาที่มีประสิทธิภาพผ่านการป้องกันหลายมิติด้วยการเชื่อมโยงเทคโนโลยีทั้งด้านแสงและภาพ และการบำรุงรักษาเชิงรุกโดยใช้เอไอ ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพในการดำเนินงานของสถานีไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

ปานทอง ถินสถิตย์ ผู้ช่วยผู้ว่าการปฏิบัติการระบบไฟฟ้า (ปฏิบัติโครงข่ายระบบไฟฟ้า) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กล่าวว่า “การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเป็นแนวทางที่ต้องเกิดขึ้นอย่างไม่อาจเลี่ยงได้สำหรับการพัฒนาความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้า ซึ่ง กฟภ. กำลังเร่งยกระดับสถานีไฟฟ้าสู่ระบบอัจฉริยะ โดยใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีเพื่อสร้างกรอบแนวคิดใหม่ในการให้บริการด้านพลังงาน จนถึงปัจจุบัน เราได้นำระบบอัจฉริยะแบบไร้คนประจำการมาใช้งานในสถานีไฟฟ้าแล้วถึง 467 แห่ง โดยอาศัยเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อสร้างแนวป้องกันที่มั่นคงสำหรับการดำเนินงานที่ปลอดภัยของระบบไฟฟ้า

สำหรับอนาคต เราจะยังคงขับเคลื่อนเป้าหมาย ‘ลดกำลังคนและนำระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ’เข้ามาใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยการลดข้อจำกัดด้านข้อมูลด้วยระบบที่เชื่อมโยงถึงกัน พร้อมหลอมรวมเทคโนโลยีต่างๆ อาทิ เสาอัจฉริยะ ระบบจดจำป้ายทะเบียนรถ ระบบตรวจสอบแบตเตอรี่ และปุ่มกดฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อคำสั่งต่างๆ เช่น สัญญาณเตือนไฟไหม้และควันได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งจะทำให้สถานีไฟฟ้าอัจฉริยะกลายเป็นศูนย์กลางหลักของการทำงานร่วมกันในระบบนิเวศพลังงาน และเป็นต้นแบบที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้สำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและระบบอัจฉริยะของอุตสาหกรรม”

ปัจจุบัน สถานีไฟฟ้าแบบดั้งเดิมโดยทั่วไปเผชิญกับจุดอ่อนหลัก 3 ประการ ได้แก่ มาตรการป้องกันความปลอดภัยที่จำกัด ทำให้ยากต่อการตรวจสอบอย่างครอบคลุมตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน, ข้อจำกัดของจำนวนบุคลากรและการตรวจสอบแบบเดิมไม่ทันเวลาและไม่มีความแม่นยำเพียงพอ, วิธีการเดินสายแบบดั้งเดิมที่ซับซ้อน ความล่าช้าในการส่งข้อมูล และความเสถียรไม่เพียงพอ ทำให้ยากต่อการรองรับการประมวลผลบริการหลายอย่างพร้อมกันและความต้องการการนำไปสู่ระบบอัจฉริยะ เพื่อแก้ไขจุดอ่อนเหล่านี้ โซลูชันสถานีไฟฟ้าอัจฉริยะของหัวเว่ยใช้ประโยชน์จากความสามารถหลัก 3 ประการเพื่อสร้างเส้นทางการยกระดับแบบครอบคลุม:

การป้องกันการบุกรุกพื้นที่ของสถานีไฟฟ้า: แนวป้องกันดิจิทัลตลอด 24 ชั่วโมง

โดยการติดตั้งโซลูชันการป้องกันการบุกรุกพื้นที่ของสถานีไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีการตรวจจับด้วยสายใยแก้วนำแสงร่วมกับอัลกอริทึมเอไอของหัวเว่ย สามารถระบุพฤติกรรมการบุกรุกได้โดยอัตโนมัติ และเจ้าหน้าที่บำรุงรักษาสามารถตรวจสอบข้อมูลจากระยะไกลได้ ซึ่งทำให้ “การจัดการการบุกรุกและสัญญาณแจ้งเตือนในสถานีไฟฟ้า” ได้รับการเปลี่ยนแปลงเป็น “การเตือนล่วงหน้า” ด้วยการตรวจสอบตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน จึงสร้างแนวป้องกันความปลอดภัยดิจิทัลตลอดเวลา

การตรวจตราอัจฉริยะ: นวัตกรรมรูปแบบการบำรุงรักษา

โดยการติดตั้งโซลูชันการตรวจสอบอัจฉริยะที่อิงจากอัลกอริทึมการตรวจสอบเอไอ ร่วมกับการวิเคราะห์ข้อมูล และเทคโนโลยีการทำงานร่วมกันของระบบ ซึ่งรองรับความสามารถต่างๆ เช่น การอ่านมิเตอร์อัตโนมัติ และการเตือนการรั่วไหลของน้ำมันจากหม้อแปลง ทำให้สามารถจัดการสถานะการทำงานของอุปกรณ์แบบเรียลไทม์และระยะไกล “การระบุตำแหน่งที่แม่นยำด้วยเอไอ และแผนที่จีไอเอส ที่สามารถแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์” โดยมีการตอบสนองภายในระดับนาทีตั้งแต่การตรวจพบความผิดพลาดจนถึงการแก้ไข

การเชื่อมต่อครอบคลุมทั่วพื้นที่: เชื่อมโยงด้วยระบบสายใยแก้วนำแสง

โดยการติดตั้งเครือข่ายใยแก้วนำแสงภายในสถานีโดยใช้เทคโนโลยีแบบแพสซีฟ หรือ GPON จากจุดเดียวไปหลายจุด ลดต้นทุนและเวลาในการติดตั้ง ส่งข้อมูลได้รวดเร็ว และระยะทางไกล เครือข่ายมีความเสถียรมากยิ่งขึ้น

การเปิดตัวความสำเร็จในความร่วมมือครั้งนี้เป็นสัญญาณอีกหนึ่งความก้าวหน้าที่สำคัญของหัวเว่ย และ กฟภ.ในนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและความร่วมมือในอนาคต หัวเว่ยจะยังคงร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับผู้ให้บริการไฟฟ้าในประเทศและพันธมิตรเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไฟฟ้าอัจฉริยะ

Latest articles

จุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมน้ำมันหล่อลื่นสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่จากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Economy) ทั้งจากนโยบายภาครัฐ มาตรการทางการค้า และความคาดหวังของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องทบทวน “วิธีคิด” ในการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นรูปธรรม

Insta360 เปิดตัว Luna Ultra กล้องกิมบอล ร่วมพัฒนากับ Leica สำหรับครีเอเตอร์ยุคใหม่

Insta360 ประกาศเปิดตัว Luna Ultra กล้องกิมบอลเรือธงรุ่นใหม่ที่พัฒนาร่วมกับ Leica ซึ่งออกแบบมา เพื่อผสานประสิทธิภาพด้านการถ่ายภาพระดับมืออาชีพ โดยมาพร้อมระบบกันสั่น 3 แกน และฟีเจอร์ด้านการถ่ายภาพและวิดีโอที่ครบครันไว้ ในอุปกรณ์ขนาดกะทัดรัด เสริมด้วยระบบเลนส์คู่และเลนส์เทเลโฟโต้ระดับโปร ตอบโจทย์ทั้งครีเอเตอร์สายไลฟ์สไตล์และสายโปรดักชันที่ถ่ายทำและตัดต่อบนสมาร์ตโฟน

โก โฮลเซลล์ จับมือ 26 แบรนด์พันธมิตร ขนวัตถุดิบราคาประหยัด ดันแคมเปญ “HoReCa GO More”

โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารที่มีความสดใหม่ตลอดเวลา เพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตอกย้ำการเป็นธุรกิจค้าส่ง เพื่อนแท้ผู้ประกอบการ ผ่านแคมเปญใหญ่ประจำปี “HoReCa GO More” ร่วมกับพันธมิตร 26 แบรนด์ชั้นนำ ขนทัพวัตถุดิบลดราคาสูงสุด 50% พร้อมอัดโปรแกรมพิเศษเฉพาะกลุ่ม กิจกรรมต่อยอดเสริมแกร่งอีกมากมาย เพื่อช่วยผู้ประกอบการร้านอาหาร ธุรกิจโฮเรก้า ลดต้นทุนเพิ่มกำไร ต่อลมหายใจนาน 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน – 18 สิงหาคม 2569

พญาไท-เปาโล ผนึก Shop.BeDee ยกระดับการเข้าถึงสุขภาพคนไทย ผ่าน Digital Health Ecosystem

เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ประกาศผนึกกำลังครั้งสำคัญร่วมกับ “Shop.BeDee” แพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัลชั้นนำ ยกระดับระบบนิเวศการดูแลสุขภาพ (Healthcare Ecosystem) ในประเทศไทย มุ่งเปลี่ยนผ่านพฤติกรรมผู้บริโภคจากการรักษาโรคไปสู่การป้องกันและดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Care) พร้อมชูจุดเด่นการออกแบบประสบการณ์สุขภาพเฉพาะบุคคล (Personalized Care) ที่เชื่อมต่อแบบไร้รอยต่อจากออนไลน์สู่โรงพยาบาล ตอบโจทย์ผู้บริโภคครบทุกช่วงวัย

More like this