เปิดประตูสู่ ดิบ บางกอก พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยนานาชาติแห่งแรกในกรุงเทพฯ

Published on

ดิบ บางกอก เปิดประตูต้อนรับสาธารณชนอย่างเป็น ทางการในวันนี้ นับเป็นหมุดหมายสำคัญในฐานะพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยนานาชาติแห่งแรกของ กรุงเทพฯ และเป็นสถาบันแห่งแรกของประเทศไทยที่จัดแสดงคอลเล็กชันศิลปะร่วมสมัยระดับโลก

ดิบ บางกอก เปิดตัวด้วยนิทรรศการปฐมฤกษ์ในชื่อ ล่อง(ไม่)หน (In)visible Presence ซึ่งจะจัด แสดงจนถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2569 รวบรวมผลงานศิลปะร่วมสมัยทั้งจากศิลปินไทยและนานาชาติที่สำคัญ  เพื่อพลิกโฉมมิวเซียมให้เป็นพื้นที่ที่ผู้ชมสามารถสัมผัสประสบการณ์ได้หลากหลาย ได้สำรวจความทรงจำ และสิ่งที่ไม่อาจมองเห็น ผ่านประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสหลายมิติ โดยมีแก่นหลักคือประเด็นลึกซึ้ง เรื่องความทรงจำและสภาวะการดำรงอยู่ของมนุษย์ (Memory and the Human Condition) นำโดย ภูรัตน์ (แฌง) โอสถานุเคราะห์ ประธานผู้ก่อตั้ง ดร. มิวาโกะ เทสุกะ ผู้อำนวยการคนแรก โดยมี อารียนา ชัยวาระนนท์ เป็นภัณฑารักษ์

จากอาคารโกดังเก่าที่สร้างขึ้นยุคทศวรรษ 1980 ก่อนได้รับการปรับปรุงและออกแบบใหม่โดย  WHY Architecture ด้วยความร่วมมือกับบริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมชั้นนำระดับนานาชาติของไทย อย่าง สถาปนิก 49 (A49) พื้นที่ ดิบ บางกอก พร้อมเปิดตัวในฐานะจุดหมายทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ ที่ชวนผู้ชมร่วมสัมผัสศิลปะร่วมสมัยจากประเทศไทยและนานาชาติ ภายใต้วิสัยทัศน์อันก้าวหน้าของ ภูรัตน์ (แฌง) โอสถานุเคราะห์ ประธานผู้ก่อตั้ง ผู้ซึ่งนำแรงบันดาลใจจากมรดกความฝันของ เพชร โอสถานุเคราะห์ ผู้เป็นบิดา มาตีความและต่อยอดใหม่ให้สอดคล้องกับโลกปัจจุบัน จากการที่จะเก็บรักษาคอลเลกชันไว้ส่วนตัว วิสัยทัศน์ของเขาคือการมอบชีวิตให้กับผลงานได้เปิดเผยต่อสาธารณะ ผ่านการก่อตั้งมิวเซียมที่เปิดกว้างต่อผู้ชมหลากหลายรุ่นและวัฒนธรรม

จากจุดเริ่มต้นของงานที่ เพชร โอสถานุเคราะห์ สะสมไว้ คอลเลกชันของ ดิบ บางกอก เติบโตอย่าง ต่อเนื่อง นำโดย ภูรัตน์ และ ดร.มิวาโกะ ผลงานสำคัญจากศิลปินโมเดิร์น และศิลปินร่วมสมัยระดับโลกมิวเซียมแห่งนี้จึงเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยน และการมองโลกผ่านศิลปะในมุมใหม่

ชื่อ “ดิบ” สะท้อนแนวคิดของความเป็นธรรมชาติและความจริงแท้ ซึ่งปรากฏอยู่ในประสบการณ์ การออกแบบ และกิจกรรมต่างๆ ของพิพิธภัณฑ์

ภูรัตน์ (แฌง) โอสถานุเคราะห์ ประธานผู้ก่อตั้ง ดิบ บางกอก กล่าวถึงแรงบันดาลใจของ  พิพิธภัณฑ์ว่า “การสนับสนุนศิลปะและการศึกษาเป็นเป้าหมายสำคัญของครอบครัวเรามาโดยตลอด

เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้แนะนำมิวเซียมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติแห่งแรกของประเทศไทยใน  กรุงเทพฯ และยินดีต้อนรับทุกท่านสู่พื้นที่ซึ่งศิลปะสามารถรับรู้ได้ด้วยความรู้สึก ไม่เพียงแค่ชมได้ด้วยสายตาเท่านั้น พื้นที่แห่งนี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมใช้เวลากับความคิด การสำรวจ และความสนุกเชิงสร้างสรรค์

โดยในทุกครั้งที่มาเยือน ผู้ชมจะค้นพบสิ่งใหม่และไม่คาดคิด กรุงเทพฯ เมืองที่เต็มไปด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์ และไม่หยุดนิ่ง และเราคงเห็นตรงกันว่า กรุงเทพฯ มีห้างสรรพสินค้าเพียงพอแล้ว เป้า  หมายของเราคือการสร้างพื้นที่ในอีกรูปแบบหนึ่ง พื้นที่ที่เชิญชวนให้ผู้คนได้ใช้เวลาอยู่กับศิลปะ

ถึงเวลาแล้วที่จะมีสถาบันศิลปะร่วมสมัยซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำคัญ เพื่อสะท้อนความมีชีวิตชีวา และเฉลิมฉลองศิลปะด้วยแนวทางที่ทรงพลังและโดดเด่นไม่แพ้ตัวเมืองเอง”

นิทรรศการเปิดตัวของ ดิบ บางกอก ในชื่อ ล่อง(ไม่)หน (In)visible Presence นำเสนอผลงาน สำคัญจากคอลเลกชันของสถาบัน โดยจัดแสดงและออกแบบให้สอดประสานกับสถาปัตยกรรมของอาคาร  นิทรรศการนี้ใช้พื้นที่ทั้งสามชั้นเป็นเส้นทางเล่าเรื่อง เพื่อพาผู้ชมสำรวจแนวคิดว่า อดีตคือสิ่งที่นำทางเราไป  สู่อนาคต พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่า เราจะระลึกถึงสิ่งที่เรารักแต่ไม่อาจมองเห็นได้อย่างไร

ดร. มิวาโกะ เทสุกะ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ กล่าวถึงวิสัยทัศน์ด้านภัณฑารักษ์ของนิทรรศการ เปิดตัว ดิบ บางกอก ว่า “แนวทางการทำงานด้านภัณฑารักษ์ของเรายึดแนวคิด (Theme) เป็นศูนย์กลาง   สำหรับการเปิดพิพิธภัณฑ์ครั้งนี้ ธีมหลักคือ ล่อง(ไม่)หน (In)visible Presence หรือศิลปะที่ขยายการรับรู้  ไปไกลกว่าการมองเห็นด้วยสายตา

แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจในการยกย่องและรำลึกถึง คุณเพชร โอสถานุเคราะห์ ก่อนจะถ่ายทอดมาเป็นกรอบการทำงานด้านภัณฑารักษ์ โดยเราได้คัดเลือกผลงาน 81 ชิ้นจากศิลปิน 40 ท่าน ซึ่งร่วมกันตั้งคำถามว่า เราจะรับรู้และจดจำสิ่งที่มีความหมายแต่ไม่อาจมอง  เห็นได้อย่างไร นอกจากนั้น แนวคิดนี้ยังสะท้อนบริบทของยุคสมัยที่โลกถูกโอบล้อมถาโถมด้วยภาพจำนวน  มหาศาล จำเป็นต้องใช้ความใส่ใจที่ลึกซึ้งและสภาวะนิ่งสงบเพื่อสร้างสมดุลให้เกิดขึ้น”

คอลเล็กชันถาวรของ ดิบ บางกอก มุ่งเน้นไปที่ศิลปะร่วมสมัยระดับโลก โดยเฉพาะผลงานที่  ท้าทายการรับรู้ จุดประกายบทสนทนา และเชื้อเชิญให้ใคร่ครวญอย่างลึกซึ้งถึงความซับซ้อนของการดำรง  อยู่ของมนุษย์ในหลากหลายมิติ คอลเล็กชันนี้ประกอบด้วยผลงานกว่า 1,000 ชิ้น โดยศิลปินกว่า 200 ท่าน  จากทั่วโลก ครอบคลุมสื่อศิลปะหลากหลาย ตั้งแต่จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพถ่าย งานจัดวางขนาด  ใหญ่ ไปจนถึงสื่อใหม่ ตั้งแต่ทศวรรษ 1960 จนถึงปัจจุบัน

ดิบ บางกอก ตั้งอยู่ระหว่างถนนพระราม 4 และซอยสุขุมวิท 40 ประกอบด้วยห้องจัดแสดง 11 ห้อง  รวมพื้นที่กว่า 7,000 ตารางเมตร พร้อมลานกลางขนาด 1,400 ตารางเมตร สวนประติมากรรมกลางแจ้ง  และพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมพิเศษ

นอกจากนี้ ดิบ บางกอก ยังขยายบทบาทความเป็นผู้นำด้านศิลปะผ่านพื้นที่สาขาอย่าง ดิบ26 (Dib26) ซึ่งตั้งอยู่ในย่านพร้อมพงศ์ ซอยสุขุมวิท 26 ห่างจาก ดิบ บางกอก เพียง 10 นาที

สำหรับแผนในอนาคต ปี 2569 ดิบ บางกอก เตรียมพร้อมที่จะเสริมสร้างการเข้าถึงโครงการแลก  เปลี่ยนทางศิลปะระหว่างประเทศไทย ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และโลก โครงการที่กำลังจะเปิดตัว   อาทิ การนำทัวร์ชมโดยภัณฑารักษ์ทุกสัปดาห์ เวิร์กช็อปใหม่สำหรับครอบครัวที่ออกแบบมาเพื่อบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงทุกช่วงวัยเข้าด้วยกัน รวมถึงการประชุมวิชาการนานาชาติเกี่ยวกับ ศิลปะร่วมสมัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ข้อมูลนิทรรศการ

ล่อง(ไม่)หน (In)visible Presence

เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2569

เวลาทำการ: วันพฤหัสบดี–วันจันทร์ เวลา 10.00-19.00 น. (ปิดวันอังคารและวันพุธ)

บัตรเข้าชม: 550 บาทสำหรับคนไทย และ 700 บาทสำหรับชาวต่างชาติ สามารถสำรองบัตรเข้าชมได้ล่วงหน้าทางเว็บไซต์ www.dibbangkok.org

ที่อยู่: 111 ซอยสุขุมวิท 40 พระโขนง คลองเตย กรุงเทพฯ 10110

วัตถุดิบ บิสโตร แอนด์ บาร์

เปิดวันพฤหัสบดี-วันจันทร์ เวลา 09.00-24.00 น.

เปิดให้บริการสำหรับผู้ที่ซื้อบัตรเข้าชมและผู้ที่ไม่ได้ซื้อบัตร

Latest articles

แพทย์วิมุต เตือนวัยทำงานอย่ามองข้าม “กรดไหลย้อน-โรคกระเพาะ” เสี่ยงโรคระบบทางเดินอาหารส่วนบนเรื้อรัง

“โรคระบบทางเดินอาหารส่วนบน” กำลังคุกคามคนวัยทำงานอย่างเงียบ ๆ ที่น่ากังวลคือ โดยหลายคนเริ่มต้นจากอาการใกล้ตัวอย่างกรดไหลย้อนหรือโรคกระเพาะ ที่มักถูกมองว่าเป็นเพียงอาการชั่วคราวและปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา ทั้งที่หากเกิดการอักเสบเรื้อรังต่อเนื่อง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรครุนแรง เช่น มะเร็งหลอดอาหารและมะเร็งกระเพาะอาหารได้

เพาเวอร์บาย ปลุกตลาดทีวีไทยรับบอลโลก 2026 ดันแคมเปญ “Champion Deals”

เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ดึงกระแสบอลโลก 2026 เร่งชิงตลาดทีวีไทยผ่านกลยุทธ์ “Moment Marketing” เปิดตัวแคมเปญ “Champion Deals” จับอินไซต์คอบอลยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ Home Entertainment ภายในบ้านมากขึ้น

LINE MAN ร่วม ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ชูจุดแข็งแชมป์คนละครึ่งเดลิเวอรี

LINE MAN ขานรับนโยบายภาครัฐ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เดินหน้ากระตุ้นการใช้จ่ายและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากต่อเนื่อง ตอกย้ำบทบาทแพลตฟอร์มที่อยู่เคียงข้างทั้งร้านอาหาร ไรเดอร์ และผู้บริโภคทั่วประเทศ ต่อยอดความสำเร็จจากโครงการ “คนละครึ่ง พลัส”

เจาะลึกกองทุน DE สนับสนุนไอเดียสู่การใช้งานจริง 

กองทุน DE  ภายใต้การดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้กำหนดแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมุ่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยเน้นการส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

More like this