ททท. เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต (ศตท.) รับมือน้ำท่วมภาคใต้

Published on

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต (ศตท.) เพื่อเป็นสื่อกลางสนับสนุนและประสานช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุจากอุทกภัยในภาคใต้ พร้อมติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบทางการท่องเที่ยว รวมถึงสื่อสารมาตรการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุ และอัปเดตสถานการณ์การเดินทางในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจสถานการณ์ที่ถูกต้องแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่หลายจังหวัดภาคใต้ที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางในหลายจังหวัด ได้แก่ สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สตูล และสุราษฎร์ธานี โดยมี อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ซึ่งยังคงมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ยังคงติดค้างอยู่ในโรงแรม ไม่สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้

ททท.จึงได้เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต (ศตท.) ขึ้น ณ อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อให้เป็นช่องทางสื่อกลางในการสนับสนุนประสานความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยว พร้อมติดตามสถานการณ์พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่ออัปเดตและสื่อสารสถานการณ์การเดินทางในพื้นที่ไปยังประชาชน นักท่องเที่ยว พันธมิตรบริษัทนำเที่ยว และผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการเดินทางและลดผลกระทบให้อยู่ในวงจำกัด

รวมถึงเร่งประเมินผลกระทบทางด้านการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งในตลาดระยะใกล้และไกล เพื่อเตรียมวางแผนมาตรการสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางและฟื้นฟูการท่องเที่ยวในระยะต่อไป

สำหรับมาตรการของ ททท. ในระยะแรก จะดำเนินการประสานช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ตกค้างในพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยประสานระหว่างสถานทูตและสถานกงสุล รวมถึงบริษัทนำเที่ยวที่ได้รับแจ้งการตกค้างของนักท่องเที่ยวในพื้นที่ และประสานกับกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาและหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจากโรงแรมและสถานที่ต่าง ๆ สู่ศูนย์พักพิงนักท่องเที่ยวก่อนการเดินทางกลับ เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย

โดยในช่วงสถานการณ์ที่ผ่านมา ททท. ได้รับแจ้งรายชื่อนักท่องเที่ยวและโรงแรมที่นักท่องเที่ยวติดค้างจากสถานกงสุลของประเทศต่างๆ ในพื้นที่ประสบเหตุ และได้ประสานขอความช่วยเหลือในพื้นที่เพื่อเร่งช่วยนักท่องเที่ยวที่ตกค้าง  นอกจากนี้ ททท. จะดำเนินมาตรการบริหารข่าว โดยติดตามการเผยแพร่ข่าวทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ การทำ fact sheet ข้อเท็จจริงรายวัน เพื่อสร้างความเข้าใจในสถานการณ์ และพื้นที่ที่เกิดเหตุ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจจะเกิดกับพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆ วางแผนมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในและนอกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และเตรียมวางแผนมาตรการฟื้นฟูการท่องเที่ยวในพื้นที่ภายหลังภาวะวิกฤต

เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ทาง ททท. จะประเมินผลกระทบทางการท่องเที่ยว และปรับแผนการส่งเสริมตลาดกลุ่มเป้าหมาย เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทาง ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และการจัดเทศกาล และอีเวนต์ต่าง ๆ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลอัปเดตการเดินทางและเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนประสานงานกรณีเร่งด่วน ผ่านช่องทาง TAT Call Center:  1672 Travel Buddy และสามารถขอรับความช่วยเหลือผ่านสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว หมายเลขโทรศัพท์ 1155

Latest articles

โอสถสภา ยกระดับองค์กรไทยสู่ Top 3 ของโลกด้านความยั่งยืนกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม

OSP ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญบนเวทีระดับสากล โชว์ศักยภาพองค์กรยั่งยืนด้วยการทะยานขึ้นสู่ตำแหน่งอันดับ 3 จากทั้งหมด 76 บริษัททั่วโลก ในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม จากผลการประเมิน S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA)

CHAGEE ร่วมฉลองวันชาสากล ชวนสัมผัสเสน่ห์และความงดงามของศิลปะแห่งชา

CHAGEE ร่วมฉลองวันชาสากล ชวนสัมผัสเสน่ห์และความงดงามของศิลปะแห่งชา ร่วมเปิดตัวเมนูใหม่ ฤดูกาลแห่งประสบการณ์การเรียนรู้ และคำเชิญร่วมค้นพบศิลปะกับวัฒนธรรมที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังชาทุกแก้ว

สนามมินิกอล์ฟธีมปิ้งย่าง “กระทะบาร์บีกอนยักษ์”  Hole In Fun: Bar B Golf

สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการร้านอาหารและรีเทลไทย เมื่อ บาร์บีคิวพลาซ่า ร่วมกับ ซีคอนสแควร์ เนรมิตพื้นที่กว่า 1,500 ตารางเมตร ใจกลางศูนย์การค้า ให้กลายเป็นสนามมินิกอล์ฟธีมปิ้งย่างครั้งแรก ภายใต้คอนเซ็ปต์ THE GIANT BAR B GON ARENA

finbiz by ttb : เจาะการค้าโลก 2026 แนะ SME บริหารความเสี่ยง รับมือความผันผวน 

ในปี 2026 ที่โลกการค้าเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน กลายเป็นเรื่องปกติใหม่ที่ทุกคนต้องปรับตัว เศรษฐกิจโลกคาดว่าจะโตเพียง 3.1% สะท้อนแรงกดดันจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง

More like this