เปิดงานวิจัยควันหลงสงกรานต์ ชี้ยังเกาไม่ถูกที่คัน

Published on

เปิดงานวิจัยควันหลงสงกรานต์ ชี้ยังเกาไม่ถูกที่คัน ย่ำอยู่กับที่ พบน้ำเมาต้นเหตุหลัก ดื่มหนัก สู่อุบัติเหตุเจ็บตาย ซ้ำสงกรานต์เสื่อม เลยเถิด ลวนลามคุกคามทางเพศพุ่ง  แนะออกมาตรการรับมือก่อนความสูญเสียรอบใหม่มาถึง บังคับใช้กฎหมาย เพิ่มโทษเมาแล้วขับ

ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) ร่วมกับ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) จัดเวทีเสวนา“ควันหลง…สงกรานต์  ถอดรหัส เจ็บ ตาย : หรือเกาไม่ถูกที่คัน” โดย นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ประธานคณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า เทศกาลสงกรานต์กว่า 10 ปีที่ผ่านมา ปัญหาสุราเป็นสาเหตุของการบาดเจ็บ ตาย พิการ ทะเลาะวิวาท พฤติกรรมไม่เหมาะสม แม้จะมีมาตรการต่างๆ ออกมาควบคุม แต่ข้อมูลจากศูนย์ความปลอดภัยทางถนน ตั้งแต่วันที่11-17 เมษายน 2561 มีผู้เสียชีวิตสะสม418ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บ 3,897ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่มีผู้เสียชีวิต390ราย สุรายังคงเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุและความรุนแรงต่างๆ ขณะที่ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2560 ประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปจำนวน 55.9 ล้านคน เป็นผู้ที่ดื่มสุราในรอบปีที่ผ่านมาประมาณ 15.9 ล้านคน (28.4%) จำนวนผู้ดื่มสุราลดลงจากเดิมเมื่อปี 2557 และ 2558 (32.3% และ 34.5%) แม้สถานการณ์การดื่มของประชาชนไทยลดลง แต่ผลกระทบจากสุราทั้งการบาดเจ็บ ตาย พิการ พฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ มีให้เห็นตลอดระยะเวลาในช่วงเทศกาลหยุดยาวของคนไทย

น.ส.กนิษฐา ไทยกล้า สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า จากการศึกษาผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ระหว่างพื้นที่โซนนิ่งปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  และพื้นที่ปกติ 3 จังหวัด คือ เชียงใหม่  ขอนแก่น และอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พบว่า แม้เทศกาลงานสงกรานต์ส่งผลดีในแง่ธุรกิจการท่องเที่ยว แต่เมื่อมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเกี่ยวข้องย่อมกระทบเชิงลบ ทั้งการคุกคามทางเพศ การลวนลาม การเมา และทะเลาะวิวาท พบมากที่สุดในพื้นที่รอบคูเมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเขตโซนนิ่งปลอดเหล้า มีคนเล่นน้ำสงกรานต์จำนวนมาก ก่อให้เกิดอุบัติเหตุจราจร กระทบวัฒนธรรมประเพณีไทย ส่วนรณรงค์สงกรานต์ปลอดเหล้า แค่ขอความร่วมมืออาจไม่เพียงพอ แต่ต้องสร้างจิตสำนึกไม่ดื่มเครื่องดื่ม และเข้มข้นบังคับใช้กฎหมาย เช่น เพิ่มกฎหมายการห้ามดื่มในทางเดินทางสาธารณะ

นางสมควร งูพิมาย ภาคประชาสังคมนครราชสีมา กล่าวถึงความสูญเสียกรณีไลฟ์สดดื่มแล้วขับ จนมีผู้เสียชีวิตถึง 4 รายที่โคราชในช่วงสงกรานต์ซึ่งผ่านมา จากการเข้าไปพูดคุยกับญาติผู้สูญเสีย พบว่ากระทบต่อติดใจอยากมาก ครอบครัวที่เสียลูกชายทั้ง 2 คน ขณะนี้ภรรยาผู้เสียชีวิตไม่ยอมพูดคุยกับใคร เสี่ยงเข้าสู่ภาวะซึมเศร้า และลูกชายวัย 8 ขวบ ยังปรับตัวไม่ได้ ไม่ยอมไปโรงเรียนเพราะเสียใจที่พ่อจากไป ส่วนอีกครอบครัวต้องมีหนี้สินเพิ่ม เนื่องจากกู้เงินเพื่อไปทำงานที่ต่างประเทศ  แต่ผู้เป็นพ่อต้องออกจากงานกระทันหันเพื่อมางานศพลูก ซึ่งถนนเส้นนี้เกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยมาก ยิ่งถ้ามีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อุบัติเหตุยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่าตัว อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นบทเรียนให้ต้องมาช่วยกันป้องกัน อยากฝากถึงผู้ที่ใช้รถใช้ถนน ต้องมีสติ ดื่มไม่ขับเป็นเรื่องที่ดีที่สุด ส่วนบริษัทน้ำเมาต้องหยุดโฆษณาโหมการตลาด เพราะไม่เคยเห็นธุรกิจนี้ออกมาแสดงความรับผิดชอบ เมื่อมีเหยื่อน้ำเมาเกิดขึ้นจากสินค้าของตนเองเลย

นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนพัฒนานโยบายสาธารณะ สคล. กล่าวว่ามาตรการเรื่องโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ ได้ขยายตัวไปอย่างมากนับตั้งแต่ถูกบรรจุไว้ในแผนของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยบนท้องถนน (ศปถ.) ตั้งแต่ปี 2554 โดยเจ้าภาพจัดงานต่างๆ ทั่วประเทศมากกว่า 90% เห็นด้วยกับการโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้าปลอดภัย โดยมี 50 ถนนเล่นน้ำตระกูลข้าวปลอดเหล้าที่ริเริ่มโดยสสส.และสคล. เป็น Model สำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลง ซึ่งแสดงให้เห็นสัญญาณและทิศทางความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์  โดยถ.ข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น เป็นตัวอย่างพื้นที่เล่นน้ำสนุก ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์ จาก10ปีที่แล้วมีเหตุทะเลาะวิวาททุกชั่วโมง แต่ปีล่าสุดมีคนเข้าไปร่วมเล่นคลื่นมนุษย์ไร้แอลกอฮอล์สูงถึง 460,492 คน โดยไม่มีเหตุทะเลาะวิวาทและลวนลาม และได้ขยายModel นี้ใน 26 อำเภอของจ.ขอนแก่น เพื่อให้มีหนึ่งอำเภอหนึ่งพื้นที่เล่นน้ำปลอดภัย ขณะที่ สงกรานต์ที่สีลม ที่เคยมีประเด็นเมาเต้นเปลือยอกบนรถเมื่อปี 2554 มีร้านขายนำเมามากถึง 900 ร้าน แต่ใน 2 ปีล่าสุด ไม่มีการขายน้ำเมาแม้กระทั่งในร้านค้าสะดวกซื้อ เช่นเดียวกับสงกรานต์ผ้าขาวม้าที่สยามสแควร์, สงกรานต์ M2F ที่ Central World ที่เป็นพื้นที่จัดงานเอกชนปลอดเหล้า ขณะที่ ถ.ข้าวสาร ที่สมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร ออกมาร่วมรณรงค์ส่งผลให้ภาพการขายน้ำเมาลดลงไปกว่าครึ่งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม พื้นที่จัดงานเอกชนและห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ต่างๆ กลายเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงแทน เนื่องจากถูกธุรกิจแอลกอฮอล์ใช้เป็นสถานที่ส่งเสริมการขาย มีการจัดเป็นสงกรานต์กลางคืนหรือMidnight สงกรานต์ที่พ่วงลานเบียร์ ซึ่งยากต่อการควบคุมดูแลและเยาวชนส่วนใหญ่ที่มาร่วมงานใช้จักรยานยนต์ในการเดินทาง

นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ กล่าวว่า เทศกาลสงกรานต์ 2561 ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุทางถนนรวม 3,724 ครั้ง สาเหตุจากดื่มแล้วขับมากถึง 40.28% ขับเร็ว 26.50% และตัดหน้ากระชั้นชิด 17.05% โดยผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิตสูงสุดถึง 67.4% การดื่มแล้วขับในช่วงเทศกาลมีจำนวนสูงมากเป็นปัญหาร้ายแรงที่ต้องเร่งแก้ไข ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารที่ดื่มแอลกอฮอล์ มักละเลยการใช้อุปกรณ์นิรภัยทั้งหมวกกันน็อกหรือเข็มขัดนิรภัย โดยเฉพาะการส่งเสริมการขายแอลกอฮอล์ของสถานประกอบการ ร้านค้า มีทั้งการจัดคอนเสิร์ตเที่ยงวันถึงเที่ยงคืน กลายเป็นต้นทางของปัญหาดื่มแล้วขับ จึงมีข้อเสนอให้รัฐบาลยกระดับกลไกแก้ไขปัญหาระดับประเทศให้มีเอกภาพ บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และต้องทำทั้งระบบในช่วงเทศกาล ให้รัฐบาลขอความร่วมมือกับภาคเอกชนรายใหญ่ ทั้งผู้ผลิตและจำหน่ายให้งดกิจกรรมส่งเสริมการขายและจัดกิจกรรมรื่นเริงในช่วงเทศกาล ให้ปลอดแอลกอฮอล์ รวมถึงมาตรการทางกฎหมาย อาทิ ผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมาย เพิ่มบทลงโทษให้สูงตามการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ หรือกรณีที่ทำความผิดซ้ำ สิ่งที่พยายามทำกันอยู่ก็คือเพิ่มศักยภาพระดับพื้นที่ สนับสนุน กำหนดให้เป็นวาระอำเภอ มีการดำเนินงานตลอดปี ทำให้ท้องถิ่นและชุมชนเข้ามาเป็นเจ้าภาพหลักในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายและแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อลดจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุต่อไป

 

Latest articles

แต่งแต้มสีสันแห่งความโรแมนติก ด้วยคอลเลกชันฤดูใบไม้ผลิจาก PAUL & JOE

เครื่องสำอาง PAUL & JOE (พอล แอนด์ โจ) จากประเทศฝรั่งเศส เปิดตัว “2026 SPRING COLLECTION” ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากความฝันและเสน่ห์แห่งปารีส ผสานความอ่อนหวานและความเปล่งประกายรับฤดูใบไม้ผลิ

TFM ประกาศผลปี 68 ยอดทะลุ 6 พันล้าน กำไรสุทธิโตพุ่ง 36.9% พร้อมปันผล 0.60

TFM ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำและอาหารสัตว์เศรษฐกิจของไทย ประกาศผลการดำเนินงานปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งในทุกมิติ ทำยอดขายพุ่งแตะ 6,035 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5 เปอร์เซ็นต์ และทำกำไรสุทธิทะยานสู่ 733 ล้านบาท

AMWAY EXPO 2026 เปิดประสบการณ์ Health & Wellbeing สู่อนาคตที่ยั่งยืน

AMWAY EXPO 2026 เปิดประสบการณ์ Health & Wellbeing åสู่อนาคตที่ยั่งยืน พบกัน 21-22 กุมภาพันธ์ 2569 อิมแพ็ค เมืองทองธานี 

โรงแรมเรดิสัน โฮเทล ชาโต เดอ แบงค็อก ชวนคู่รักฉลอง Valentine’s Romance Dinner

วาเลนไทน์ปีนี้ โรงแรมเรดิสัน โฮเทล ชาโต เดอ แบงค็อก ขอเชิญคู่รักร่วมเฉลิมฉลองค่ำคืนแห่งความรักกับ Valentine’s Romance Dinner ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 18.00–22.00 น.

More like this