“อินโนพาวเวอร์” เปิดให้คำปรึกษา Decarbonization หนุนธุรกิจไทยรับมือ

Published on

ภาคธุรกิจไทยเผชิญความท้าทายเมื่อพลังงานสะอาดกลายเป็นมาตรฐานสากลที่ขับเคลื่อนการลงทุนระดับโลก เตือนผู้ประกอบการเตรียมพร้อมรับมือมาตรการปรับค่าคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนจากหลายประเทศ “อินโนพาวเวอร์” เล็งเดินหน้าเปิดหน่วยธุรกิจให้คำปรึกษาด้านพลังงานสีเขียวแบบครบวงจร ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน ซึ่งมูลค่าตลาดการบริการลดคาร์บอน(Decarbonization Service) ทั่วโลกเติบโตต่อเนื่องมากกว่า 12%ต่อปี

นายอธิป ตันติวรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ เปิดตัวหน่วยธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการลดคาร์บอน “Decarbonization Strategy Consulting ” แบบครบวงจร มุ่งช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยให้ปรับตัวสู่มาตรฐานพลังงานสะอาดที่เข้มงวด และยกระดับการจัดการคาร์บอนอย่างมีประสิทธิภาพ
“การเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์ แต่เป็นเงื่อนไขใหม่ในการทำธุรกิจระดับสากล ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเตรียมพร้อม และนั่นคือที่มาของการบริการด้าน Decarbonization Strategy Consulting ของอินโนพาวเวอร์ ที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถวางกลยุทธ์ลดคาร์บอนเชิงลึก เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน” นายอธิปกล่าว

บริการ Decarbonization Consulting ของอินโนพาวเวอร์ ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์การใช้พลังงานและการปล่อยคาร์บอน การกำหนดเป้าหมาย Net Zero การออกแบบกลยุทธ์ลดคาร์บอนที่เหมาะสม ไปจนถึงการเลือกใช้โซลูชันพลังงานสะอาดที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน หรือการลดการปล่อยคาร์บอนผ่านการชดเชยคาร์บอน เพื่อสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรได้
นอกจากนี้ การขยายตัวของตลาดซื้อขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificates: RECs) รวมถึงกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและ ESG ที่เข้มงวดขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เช่น มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ของสหภาพยุโรป ยังเป็นปัจจัยเร่งให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวมากยิ่งขึ้น โดยยังมีหลายประเทศคู่ค้าหลักของไทย เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และแคนาดา ที่กำลังพิจารณามาตรการที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งจะเป็นการกดดันให้ธุรกิจไทยต้องเร่งวางแผนด้านการลดคาร์บอนและเพิ่มพลังงานสะอาดเพื่อคงความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

ข้อมูลจาก Coherent Market Insights ระบุว่า ตลาดการบริการลดคาร์บอน (Decarbonization Service) ทั่วโลกคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 98.76 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และจะเติบโตขึ้นเป็น 222.45 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2032 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 12.3% ในช่วงปี 2025 ถึง 2032 การเติบโตนี้สะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นขององค์กรทั่วโลกในการปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม พลังงาน และการผลิต ที่จำเป็นต้องมีการวางแผนและกลยุทธ์ลดการปล่อยคาร์บอนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งบริการที่ปรึกษาด้านการลดคาร์บอนจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้

ด้วยการเติบโตของตลาด Decarbonization และการเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการระหว่างประเทศ การปรับตัวให้เข้าสู่ Net Zero จะไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็น “ความจำเป็น” ทางธุรกิจ อินโนพาวเวอร์พร้อมเป็นพันธมิตรพิชิตคาร์บอน (Decarbonization Partner) ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยไม่เพียงแค่ตอบสนองต่อข้อกำหนด แต่ยังสามารถขยายโอกาสในการแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน

Latest articles

เกาะเต่า เกาะนางยวน เกาะอยู่ในใจ ใกล้ ไกล ก็ยังคิดถึง

ใกล้กับเกาะเต่า คือ เกาะนางยวน อันประกอบด้วยเกาะเล็ก ๆ 3 เกาะ  เชื่อมเข้าหากันด้วยสันทรายสีขาว ตัดกับน้ำทะเลสีสด  นับเป็นเกาะที่โรแมนติกสุด ๆ เพราะมีความเป็นส่วนตัวสูงจากที่พักเดี่ยว ๆ บนเกาะที่ไม่ผู้ใดรบกวน

จุดเช็คชามไก่ลำปางของแท้ คุ้มครองด้วย พ.ร.บ. GI ห้ามปลอมแปลงแอบอ้าง

ชามไก่ลำปาง สินค้าที่เรารู้จักกันมายาวนาน และได้รับความนิยมในการซื้อหามาใช้งานอย่างแพร่หลาย จนทำให้เกิดความสับสนว่า จริง ๆ แล้ว ชามไก่ลำปางแท้ ๆ เป็นอย่างไร และที่เห็นออกมามากมายในท้องตลาดนั้นเป็นของจริงหรือไม่

KPI Go Green x Green Road เปลี่ยนขยะเป็นคุณค่า สู่สังคมยั่งยืน

บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ KPI จัดแคมเปญ “KPI Go Green x Green Road” ร่วมกับ องค์กรวิสาหกิจ Green Road เพื่อสังคม ชวนพนักงานร่วมบริจาค ฝาขวดและถุงพลาสติกวิบวับ เพื่อนำไปรีไซเคิลและอัปไซเคิล เปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ttb analytics ชี้สงครามตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ดันต้นทุนการผลิตวัสดุก่อสร้างไทยพุ่งกว่า 20%

ttb analytics คาดว่าต้นทุนการผลิตวัสดุก่อสร้างของไทยในปี 2569 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นราว 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตามต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อกว่าคาด โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตพลาสติกที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบสูงสุด

More like this