The Touch Clinic ทุ่มงบ 20 ล้านบาท ส่ง “หลิง-ออม” ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาส

Published on

The Touch Clinic ผู้ให้บริการด้านความงามและสุขภาพครบวงจร ฉลองก้าวสู่ปีที่ 13 ทุ่มงบราว 20 ล้านบาท ดึง “หลิงออม” ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ ซึ่งมีภาพลักษณ์โดดเด่นทั้งในเรื่องความสวยงามและสุขภาพดี ตามแนวคิด “The Touch Clinic Glow Together Shine Foreverพร้อมอัดงบกลยุทธ์การตลาดกว่า 80 ล้าน รุกตลาด Wellness เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ใส่ใจด้านสุขภาพ และขยายสาขาเพิ่มในปี 2568

กวินภัสร์ สิทธิปีติพัชร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร The Touch Clinic เปิดเผยว่า ตลาดWellness ทั้งในระดับโลกและในประเทศไทยกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีมูลค่าตลาดที่สูงและแนวโน้มการเติบโตที่น่าจับตามอง ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญสำหรับ The Touch Clinic ในการพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและความงาม เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยในปีนี้ The Touch Clinic ได้เลือก “หลิงออม” หรือ หลิงหลิง ศิริลักษณ์ คอง และ ออม กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เนื่องจากทั้งสองมีภาพลักษณ์ที่สะท้อนถึงความสวยงามและสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก ซึ่งตรงกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ที่เน้นลูกค้าที่ใส่ใจสุขภาพและความงาม โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป

The Touch Clinic เข้าสู่ปีที่ 13 เราเติบโตขึ้นมาโดยมุ่งเน้นการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุก ๆ ครั้งที่ได้เข้ารับบริการ และให้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพึงพอใจตลอดมา โดยเราดูแลทั้งลูกค้าเก่าให้เติบโตและอยู่ด้วยกันได้ตลอดไป รวมถึงสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าใหม่ได้เกิดความประทับใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ารับบริการ ในปีนี้มีความตั้งใจเรื่องการสร้างแบรนด์ให้เกิดความแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิม และมุ่งเน้นขยายกลุ่มลูกค้า ซึ่งปกติเป็นกลุ่มอายุตั้งแต่ 30 ปี ขึ้นไป ซึ่งเราอัดงบราว 20 ล้านบาท เลือกหลิงออมเข้ามาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เราเชื่อว่าจะสามารถขยายฐานลูกค้าได้กว้างขึ้น

โดยสามารถสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่เป็นกลุ่มที่อายุต่ำกว่า 30 ปีได้ ด้วยภาพลักษณ์ของทั้งสองคนที่เป็นผู้หญิงสวย สุขภาพดี ซึ่งตรงกับคอนเซ็ปต์ คือ The Touch Clinic Glow Together Shine Forever โดยของน้องออมจะตรงคอนเซ็ปต์ Glow Together ไม่ได้หมายถึงแค่สุขภาพผิวอย่างเดียว แต่ยังสอดคล้องกับความของการเติบโตไปด้วยกันด้วย ส่วน Shine Forever ของน้องหลิงหลิง จะเป็นการส่งต่อความสดใส มีออร่า สุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก”

ยิ่งไปกว่านั้นเรายังเดินหน้าทุ่มงบการตลาดกว่า 80 ล้าน พร้อมรุกตลาด Wellness ที่กำลังมาแรงในประเทศไทยตอนนี้ โดยสิ่งที่เป็นคอนเซ็ปต์หลักของแบรนด์ คือ 1) High Personal ยกระดับภาพลักษณ์ให้กับลูกค้าทุกคน 2) High Quality ดูแลใส่ใจลูกค้าคนสำคัญด้วยคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล และ 3) High Experience มากด้วยประสบการณ์ด้านความงามยาวนานกว่า 13 ปี พร้อมสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าต่อไป ซึ่งล่าสุดมีการเปิดสาขาใหม่ The Touch Wellness Center ที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ไปเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2568 เน้นการบริการในด้านสุขภาพและความงามแบบองค์รวม เช่น การตรวจสุขภาพ การดริปวิตามิน ด้านกายภาพ และยังเดินหน้าขยายสาขาในกลุ่ม Wellness เพิ่มอีก 2-3 สาขา ในปีนี้

“The Touch เติบโตขึ้นต่อเนื่องทุกปีประมาณ 20% ซึ่งปีที่ผ่านมาก็เป็นไปตามเป้า และคาดว่าปีนี้จะสร้างรายได้เติบโตถึง 30% เพราะได้หลิงออมมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ช่วยสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งมากขึ้น โดยในปีนี้จะมีการจัดกิจกรรมพิเศษ Fan Meeting กับหลิงออม ให้ลูกค้าคนสำคัญของ The Touch Clinic ในช่วงไตรมาสที่ 3 รวมถึงการขยายสาขาของ The Touch Wellness Center ให้เป็นไปตามเป้าหมายด้วย” คุณกวินภัสร์ กล่าวปิดท้าย

Latest articles

ห้องอาหาร เดอะ ซิลค์โร้ด นำเสนอโปรโมชั่นติ่มซำมื้อกลางวันแบบอิ่มไม่อั้นตลอดสองชั่วโมง

ห้องอาหารจีน เดอะ ซิลค์โร้ด ชวนทุกคนมาลิ้มลองติ่มซำสไตล์กวางตุ้งที่ปรุงสดใหม่ทุกเมนู เสิร์ฟครบทั้งเมนูคลาสสิกและเมนูร่วมสมัยหลากหลายสไตล์ โดย เชฟเชง กัม ซิง และทีมเชฟติ่มซำประจำห้องอาหารเดอะ ซิลค์โร้ด บุฟเฟ่ต์ติ่มมื้อกลางวัน รับประทานได้สองชั่วโมง ในราคา 1,190++ บาทต่อท่าน

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ต่อยอด Hidden Taste Thailand Presented by Lotus’s

CP AXTRA ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก “แม็คโคร–โลตัส” เดินหน้าต่อยอด “Hidden Taste Thailand Presented by Lotus’s” จากรายการแข่งขันทำอาหารสู่การสร้างธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยนำเมนูจากรายการมาพัฒนาเป็นสินค้าภายใต้แบรนด์ของโลตัส ทั้งอาหารกล่องพร้อมทาน (Delica) อาหารแช่แข็ง (Frozen) และเบเกอรี (Bakery) วางจำหน่ายจริงในโลตัส

ช้าง โคลด์ บรูว์ ส่ง “Mini Can” จับกลุ่ม Mass Premium ปลุกตลาดเบียร์ 1.6 แสนล้าน

“ช้าง โคลด์ บรูว์” แจ้งเกิด Chang Cold Brew Mini Can ครั้งแรกของตลาดเบียร์ไทย เพิ่มทางเลือกใหม่ในตลาดเบียร์ Mass Premium ด้วยกระป๋องไซซ์ 250 มล. ขนาดมินิ แบบ On The Go มาพร้อมฝาบรรจุภัณฑ์ Open Lid

ผลสำรวจชี้ Digitalization คือกุญแจยกระดับการผลิต F&B สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ระบบอาหารทั่วโลกยังมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 35% และใช้พลังงานเกือบหนึ่งในสามของการใช้พลังงานทั้งหมด ปัจจัยเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำความจำเป็นในการยกระดับการผลิตอาหารให้มีประสิทธิภาพ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และยั่งยืนมากขึ้น

More like this