รู้เท่าให้ถึงการณ์ งดสัมผัส-บริโภคสัตว์ป่วยตายไม่ทราบสาเหตุ

Published on

ในหลายพื้นที่ของประเทศไทยยังมีความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในการเลือกบริโภคเนื้อสัตว์ เพราะในบางกรณีเมื่อมีสัตว์ป่วยหรือล้มตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ก็มีการนำเนื้อสัตว์นั้นมาปรุงอาหาร โดยไม่รู้ว่าจะเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายถึงชีวิต เพราะสัตว์ที่ป่วยหรือตายโดยไม่ทราบสาเหตุนั้น อาจจะมีเชื้อโรคติดต่อที่สามารถส่งต่อสู่คนได้

ปัจจุบัน โรคติดต่อที่ทำให้สัตว์ป่วยตายและยังสามารถติดต่อสู่คนได้มีหลายโรค เช่น โรคแอนแทรกซ์ โรคบรูเซลโลสิส โรคไข้หวัดนก หรือโรคไข้หูดับที่เกิดจากการรับประทานหมูที่ติดโรคแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ หรือแม้จะทำให้สุกก็ยังคงมีความเสี่ยงต่อการติดโรคเช่นกัน ยิ่งในช่วงนี้มีการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า สัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งหลาย ก็มีโอกาสล้มตายจากการถูกสุนัขที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัดได้

กรมควบคุมโรค จึงได้ออกคำเตือนย้ำว่า  โรคพิษสุนัขบ้าสามารถเกิดได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด ในไทยพบมากในสุนัข แมวและโค แนะประชาชนหากพบสัตว์เลี้ยงป่วยตายผิดปกติ โดยเฉพาะที่สงสัยถูกสุนัขกัดหรือล้มป่วยตายกะทันหัน ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง ไม่ชำแหละและนำไปรับประทานเนื้อสัตว์ที่ป่วยตาย ให้เลือกซื้อเนื้อสัตว์ทั่วไปจากแหล่งหรือร้านค้าที่ได้มาตรฐาน พร้อมปรุงให้สุกด้วยความร้อนทั่วทั้งชิ้น ลดความเสี่ยงการติดเชื้อโรคได้

 

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากที่มีการรายงานข่าวเรื่องพบสุกรถูกสุนัขกัดและเป็นโรคพิษสุนัขบ้าตายนั้น กรมควบคุมโรค ขอให้ข้อมูลว่า โรคพิษสุนัขบ้าสามารถพบได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด เช่น สุนัข แมว ค้างคาว โค กระบือ สุกร แต่ในประเทศไทยพบมากในสุนัข แมว และโค อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมควบคุมโรคและสำนักงานป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่ได้ทำการป้องกันควบคุมโรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

กรมควบคุมโรค ขอแนะนำว่าหากพบสัตว์เลี้ยงตายหรือป่วยตายผิดปกติ โดยเฉพาะการตายที่เกิดจากสุนัขกัดหรือสัตว์ล้มป่วยตายกระทันหัน ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง หากจำเป็นต้องมีการสัมผัสหรือเคลื่อนย้าย ขอให้สวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงมือยางก่อนการสัมผัส เพื่อลดความเสี่ยงต่อการรับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย รวมถึงอย่านำสัตว์ดังกล่าวมาชำแหละ  ปรุงเป็นอาหารรับประทาน โดยเฉพาะการปรุงอาหารแบบดิบ หรือสุกๆดิบๆ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่อาจติดโรคได้และไม่ขายหรือนำไปให้สัตว์อื่นกินเด็ดขาด ขอให้รีบแจ้งปศุสัตว์ในพื้นที่หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การเลือกเนื้อสัตว์จะต้องเลือกซื้อจากแหล่งที่ได้รับมาตรฐาน เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าที่ได้รับป้ายจากหน่วยงานของรัฐ ซึ่งจะสามารถติดตามกลับถึงแหล่งเลี้ยงและชำแหละสัตว์ได้ หรือดูจากป้าย “ปศุสัตว์ OK” ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนประกอบอาหารประเภทเนื้อสัตว์ด้วยความร้อนจนสุกก่อนรับประทาน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค หรือแบคทีเรียต่างๆ หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

 

Latest articles

กิจกรรม “NF1 สัญจร” ชูแนวคิด “เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเปล่งประกาย”

รพ.มหาราชนครราชสีมา จับมือชมรมบ้านท้าวแสนปม จัดกิจกรรม “NF1 สัญจร” ชูแนวคิด “เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเปล่งประกาย” เปิดพื้นที่ในสังคมสำหรับผู้ป่วยและผลักดันการเข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียม โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ร่วมกับชมรมบ้านท้าวแสนปมแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ได้แก่ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก...

PSP มอบ 1 ล้านบาท สนับสนุนสร้างอาคารเรียน โรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย

บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP เดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในมิติด้านสังคม ร่วมสนับสนุนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษา มอบงบประมาณ 1 ล้านบาท สมทบทุนการก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ โรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อรองรับจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น ยกระดับสภาพแวดล้อมทางการศึกษาให้มีความพร้อม ได้มาตรฐาน

5 ขั้นตอนเตรียมตัวกู้ซื้อบ้าน สำหรับมือใหม่ให้ผ่านฉลุย 

การมีบ้านเป็นของตัวเองคือความสำเร็จครั้งใหญ่ในชีวิต แต่สำหรับมือใหม่หลายคนขั้นตอนการขอสินเชื่อ มักเป็นจุดที่สร้างความกังวลใจมากที่สุด เพราะไม่ใช่แค่เดินเข้าไปยื่นเอกสารแล้วจะผ่านทันที แต่ต้องอาศัยการวางแผนล่วงหน้าหลายเดือนเพื่อให้ธนาคารมองเห็นว่าเราเป็นลูกหนี้ที่มีคุณภาพ การเตรียมตัวกู้ซื้อบ้านอย่างถูกวิธีจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นความจริงได้รวดเร็วขึ้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังวางแผนจะมีบ้านหลังแรก นี่คือ 5 ขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้การยื่นกู้ของคุณผ่านฉลุยแบบไม่มีสะดุด

คัดกรองโรงเรียนนานาชาติ วิเคราะห์หลักสูตรและ ROI ทางการศึกษา

การวางรากฐานการศึกษาให้บุตรหลานในศตวรรษที่ 21 ก้าวข้ามขีดจำกัดของการเรียนรู้ภาษาที่สองไปสู่การบริหารจัดการ "สินทรัพย์ทางปัญญา" และการสร้างเครือข่ายทางสังคมระดับสากล 

More like this