HERE Technologies เผยว่า 90% คนไทย ไว้วางใจในระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง

Published on

ผลสำรวจล่าสุดโดย HERE Technologies แพลตฟอร์มข้อมูลและเทคโนโลยีตำแหน่งชั้นนำ เผยให้เห็นถึงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนนในประเทศไทย และความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นต่อระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ในการลดอุบัติเหตุ

ความกังวลเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนในวงกว้าง
ผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่าครึ่งหนึ่ง (53%) เผยว่าเคยประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงสองปีที่ผ่านมา แม้ว่า 64% เชื่อว่ามาตรการความปลอดภัยในปัจจุบันของประเทศไทยได้ผล แต่ 97% ของผู้ทำแบบสอบถามยังคงกังวลอย่างมากต่ออุบัติเหตุบนท้องถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุบัติเหตุที่เกิดจากพฤติกรรมขับขี่โดยประมาท เช่น การขับรถเร็วเกินกำหนดและการขับขี่อย่างก้าวร้าว

ข้อมูลนี้เน้นย้ำถึงความไม่สอดคล้องระหว่างประสิทธิภาพของมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนนที่รับรู้และความกังวลที่แท้จริงที่ผู้ขับขี่ต้องเผชิญอยู่ทุกวันเนื่องจากการขับขี่โดยประมาทถือเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุบนท้องถนน ผลการตอบแบบสอบถามนี้จึงตอกย้ำถึงความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมายและการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมบนท้องถนนของประเทศไทยให้เข้มงวดยิ่งขึ้น

ผู้ขับขี่ยานพาหนะสองล้อยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยง
ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับยานพาหนะสองล้อ โดยมีประชากรนับล้านใช้รถจักรยานยนต์และสกู๊ตเตอร์เป็นพาหนะในการเดินทางประจำวัน ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า 63% ของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และสกู๊ตเตอร์เคยประสบอุบัติเหตุในช่วงที่ผ่านมา และ 92% รู้สึกไม่ปลอดภัยบนท้องถนน สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของผู้ขับขี่กลุ่มนี้

ผลกระทบเชิงบวกจากโครงการริเริ่มความปลอดภัยบนท้องถนนของประเทศไทย
ประเทศไทยได้ดำเนินมาตรการสำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเพื่อปรับปรุงความปลอดภัยบนถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำระบบหักคะแนนจากการกระทำผิดกฎจราจรมาใช้ในเดือนมกราคม 2566 ระบบนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อลงโทษพฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัยซึ่งได้ส่งผลกระทบเชิงบวก โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 76% ระบุว่าระบบหักคะแนนช่วยปรับปรุงพฤติกรรมการขับขี่ของพวกเขา ความสำเร็จของแผนริเริ่มนี้ของรัฐบาลแสดงให้เห็นถึงประสิทธิผลของมาตรการบังคับใช้กฎหมายในการยับยั้งการขับขี่ที่อันตราย ซึ่งเป็นการวางรากฐานสำหรับการปรับปรุงความปลอดภัยบนท้องถนน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามาตรการบังคับใช้กฎหมายเหล่านี้จะเห็นผล แต่ยังมีความต้องการเพิ่มเติมในการนำเทคโนโลยีเพื่อมาเสริมมาตรการดังกล่าว ความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนนในระดับสูงส่งผลให้ความสนใจในเทคโนโลยี ADAS เพิ่มมากขึ้น ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการเสริมสร้างความปลอดภัยทั้งแก่ผู้ขับขี่และความปลอดภัยบนท้องถนน

ความไว้วางใจที่เพิ่มขึ้นในเทคโนโลยี ADAS เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) กำลังกลายมาเป็นที่ยอมรับว่าเป็นทางออกสำคัญสำหรับความปลอดภัยบนท้องถนน โดยประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม (51%) คุ้นเคยกับ ADAS เช่น ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน และระบบเตือนการออกนอกเลน ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากถึง 90% เห็นด้วยว่าระบบเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่และ ความปลอดภัยบนท้องถนน

ความต้องการรถยนต์ที่มาพร้อมกับ ADAS กำลังเพิ่มขึ้น
ความสนใจในยานพาหนะที่มาพร้อมกับ ADAS กำลังเพิ่มขึ้น โดยผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนถึง 74% แสดงให้เห็นว่าต้องการที่จะซื้อยานพาหนะที่ติดตั้งระบบดังกล่าว โดยมีประโยชน์ด้านความปลอดภัย (67%) เป็นแรงจูงใจหลัก รองลงมาคือความน่าเชื่อถือและความสะดวกในการใช้งานของเทคโนโลยีดังกล่าว

เชื่อมั่นใน ADAS และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการ
ความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของ ADAS อยู่ในระดับสูง โดย 85% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติสามารถทำให้ท้องถนนปลอดภัยยิ่งขึ้นและ ลดอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับการขับรถเร็วได้ ประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนการรวม ADAS เข้ากับยุทธศาสตร์ความปลอดภัยบนท้องถนนแห่งชาติของประเทศไทย โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 83% เรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับคุณลักษณะด้านความปลอดภัยขั้นสูงในยานพาหนะเป็นอันดับแรก

จากกรณีศึกษาดังกล่าว เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ให้ความเห็นว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้ขับขี่ ความมั่นใจในการขับขี่และความสะดวกสบายทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร พร้อมความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งหมดนี้สะท้อนค่านิยมหลักที่อยู่ใน DNA ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส โดยมีเทคโนโลยีความปลอดภัยหลายระบบที่ได้รับการยกย่องและเป็นที่รู้จักกันดี เช่น ADAS ที่รู้จักกันในชื่อ ‘Mitsubishi Motors’ Diamond Sense’ ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC) โครงสร้างตัวถังนิรภัยเหล็กกล้า ที่ใช้เหล็กแรงดึงสูง (‘RISE Body’) และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC) เรามุ่งมั่นที่จะมอบความอุ่นใจในการขับขี่ในระดับสูงสุดให้กับลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อขับขี่บนภูมิประเทศที่ท้าทาย และสภาพถนนที่หลากหลายในประเทศไทย”

อาบิจิต เซนกุปตา ผู้อำนวยการอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายธุรกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย HERE Technologies เสริมว่า ความต้องการ ADAS ที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่เทคโนโลยีการขับขี่ที่ปลอดภัยและก้าวหน้ามากขึ้นในประเทศ” เห็นได้ชัดว่าผู้ใช้ถนนชาวไทยกำลังมองหาโซลูชันที่ก้าวข้ามมาตรการด้านความปลอดภัยแบบเดิม และแสวงหาเทคโนโลยีที่สามารถช่วยป้องกันอุบัติเหตุและปรับปรุงประสบการณ์การขับขี่โดยรวม

ความสนใจที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งสัญญาณถึงโอกาสสำคัญสำหรับผู้ผลิตยานยนต์และผู้กำหนดนโยบายที่จะให้ความสำคัญกับการผสานรวมคุณลักษณะ ADAS เข้ากับยานพาหนะและกฎระเบียบข้อบังคับ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการเดินทางที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ที่ HERE Technologies เรามุ่งเน้นไปที่การส่งมอบเทคโนโลยีการระบุตำแหน่งที่สามารถช่วยตอบสนองความต้องการนี้และ ส่งเสริมให้ทั้งผู้ใช้ถนนและผู้กำหนดนโยบายเปิดกว้างเพื่ออนาคตที่ปลอดภัยกว่าและเชื่อมต่อกันมากขึ้นบนท้องถนนของประเทศไทย”

คลอเดีย เคอห์ล รองผู้อำนวยการ Counterpoint Research กล่าวว่า ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ย 50 รายต่อวัน ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุด เนื่องจากการขับรถโดยประมาท สภาพถนนไม่ดี และการเมาแล้วขับ เทคโนโลยี ADAS สามารถตรวจจับสถานการณ์อันตรายล่วงหน้าได้ และช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุได้ดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับความพยายามของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุและปรับปรุงความปลอดภัยบนท้องถนน ระบบ ADAS ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสำคัญควบคู่ไปกับการให้ความรู้ด้านความเสี่ยงและความปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร รวมถึงการพัฒนาทักษะการขับขี่เพื่อบรรลุเป้าหมายของประเทศไทยในการลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนลงร้อยละ 50 ภายในปี 2570

อนุจ เจน หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และการพัฒนาธุรกิจ AWS Automotive & Manufacturing ยังแสดงความคิดเห็นว่า อนาคตของการคมนาคมขนส่งมีรากฐานมาจากเทคโนโลยีเชิงนวัตกรรมที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน” ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) มีศักยภาพที่จะปฏิวัติประสบการณ์การขับขี่ นำไปสู่ยุคใหม่แห่งท้องถนนที่ปลอดภัยและวางใจได้มากขึ้น โดยการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกด้านการระบุตำแหน่ง ADAS สามารถระบุตำแหน่งยานพาหนะได้อย่างแม่นยำ ช่วยตรวจจับอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถนำทางในสถานการณ์ที่ซับซ้อนได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ส่งผลให้อุบัติเหตุน้อยลงและช่วยรักษาชีวิตผู้คนได้มากขึ้น ผ่านความร่วมมือของเรากับผู้นำในอุตสาหกรรมการขนส่งและยานยนต์ อย่าง HERE Technologies, AWS กำลังช่วยให้ลูกค้าเร่งการนำเทคโนโลยีที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มาใช้และพัฒนาต่อยอด ซึ่งจะนำไปสู่ระบบนิเวศการขนส่งที่ปลอดภัยขึ้น วางใจได้มากขึ้น และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Latest articles

CENTRAL MOM MOMENTS เสริฟ์ดีลวงในสุดคุ้ม ลุ้นใกล้ชิดออมและคุณแม่

ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ต้อนรับเทศกาลวันแม่กับแคมเปญ “CENTRAL MOM MOMENTS” ดีลวงใน ตัวมัมเค้ารู้กัน ตั้งแต่วันที่ 1–31 สิงหาคม 2569

แรงบันดาลใจจากเนปาล สู่นิทรรศการ ‘Tiger & Torma: Timeless Tales of Nepal’

นิทรรศการนี้ได้แรงบันดาลใจจาก “พรมเสือทิเบต” (Tibetan Tiger Rug) พรมทอมือโบราณที่มีลวดลายรูปเสืออันเป็นเอกลักษณ์ สัญลักษณ์แห่งการปกป้องคุ้มครองและ ‘ตอร์มา’ (Torma) เครื่องบูชาประดับดอกไม้ในวัฒนธรรมทิเบต

หลักสูตรจริยธรรม AI เรียนฟรีออนไลน์ครั้งแรกของ UNESCO

องค์การยูเนสโกได้กำหนดมาตรฐานสำหรับการใช้งาน AI อย่างมีความรับผิดชอบด้วยกรอบจริยธรรม AI ระดับโลกฉบับแรก ซึ่งได้รับการรับรองจาก 193 ประเทศ ในขณะที่การนำ AI มาใช้กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

SCGP ผนึก Rockworth ขับเคลื่อนกรีนดีไซน์ หนุนโซลูชันบรรจุภัณฑ์และเฟอร์นิเจอร์รักษ์โลก

SCGP และ Rockworth ร่วมกันศึกษาและพัฒนาบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าเฟอร์นิเจอร์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยมุ่งใช้วัสดุที่คุ้มค่า และปรับปรุงโครงสร้างบรรจุภัณฑ์กระดาษเพื่อการขนส่งให้เหมาะสมกับลักษณะสินค้า

More like this