เกษียณอย่างไร? ให้สำราญ

Published on

วันที่ 30 ก.ย. ของทุกปี จะเป็นวันสุดท้ายของการทำงานโดยเฉพาะข้าราชการในประเทศไทย หลายคนยังมีความสุขกับการฉลองส่งท้ายชีวิตการทำงานตลอด 60 ปี บางคนเริ่มวางแผนชีวิตหลังเกษียณ เช่น เดินทางท่องเที่ยว วางแผนทำกิจกรรมที่ชอบ แต่ก็มีบางคนที่ยังกังวลใจว่าจะใช้ชีวิตหลังเกษียณต่ออย่างไร? เมื่อไม่มีเงินเดือนอีกต่อไป

ปัจจุบัน จำนวนคนไทยมี 66 ล้านคน 20% เป็นผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือมีจำนวนกว่า 13 ล้านคน มีจำนวนกว่า 600,000 คนที่ดูแลกันเองได้ในครอบครัว หรือคิดเป็นสัดส่วนเพียง 4.67% เท่านั้น ขณะที่เป็นกลุ่มเปราะบางที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 4.8 ล้านคน หรือคิดเป็น 36.96% และมีถึง 10.32% หรือ 1.34 ล้านคน ที่อยู่เพียงตามลำพัง

จากรายงาน “คนไทยพร้อมแค่ไหนกับการเกษียณอายุ” ของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ เผยดัชนีความพร้อมเพื่อการเกษียณ หรือ NRRI (National Retirement Readiness Index: NRRI) ในปี 2566 พบว่า ดัชนี NRRI ของประชากรไทยมีคะแนนเฉลี่ยในภาพรวมอยู่ที่ 49.30 (จากคะแนนเต็ม 100) ปรับตัวลดลงจาก
ปี 2020 ที่มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 56.70 เมื่อพิจารณาดัชนีย่อยที่บ่งบอกถึงความมั่นคงทางด้านการเงิน (F-IRR) พบว่า คนไทยมีความมั่นคงทางด้านการเงินอยู่ในระดับต่ำ โดยดัชนีย่อย F-IRR มีคะแนนเฉลี่ยเพียง 38.40 (ลดลงจากปี 2020 ที่มีค่าเฉลี่ยที่อยู่ 48 คะแนน) สะท้อนให้เห็นว่า คนไทยมีความพร้อมต่อการเกษียณอายุลดลง

นอกจากนี้ จากผลสำรวจพฤติกรรมทางการเงินครัวเรือนไทย ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระหว่างปี 2561 – 2565 พบว่าในปี 2565 มีคนเพียง 16% ที่วางแผนเก็บออมเพื่อการเกษียณและสามารถทำได้ตามที่ตั้งใจไว้ โดยมีสัดส่วนที่ลดลงจากปี 2563 อยู่ที่ 18% และปี 2561 ที่ 19% ขณะเดียวกัน คนที่ไม่ได้คิดหรือวางแผนออมเงินเพื่อเกษียณอายุเลยกลับมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 19% (ปี 2565) จากปี 2563 อยู่ที่ 15%

จากข้อมูลดังกล่าวมีข้อสังเกตที่น่าสนใจอีก 3 ประการที่สะท้อนถึงความไม่พร้อมในการเกษียณอายุของคนไทย ได้แก่
1. กลุ่มคนที่เกษียณอายุแล้ว (อายุ 61 ปีขึ้นไป) ที่สามารถเก็บออมได้ตามแผนที่ตั้งใจไว้ มีสัดส่วนเพียง 21–22% เมื่อเทียบกับคนในช่วงวัยเดียวกัน

2. กลุ่มคนที่เกษียณอายุแล้ว แต่ยังไม่สามารถเก็บออมได้ตามแผนที่ตั้งใจ มีสัดส่วนสูงถึง 42–47% เมื่อเทียบกับคนในช่วงวัยเดียวกัน

3. สัดส่วนของคนในวัยใกล้เกษียณ (ช่วงอายุ 51–60 ปี) รวมถึงคนที่เกษียณอายุแล้ว ที่ยังไม่ได้คิดวางแผนเก็บออมเพื่อยามชราภาพเลย มีสัดส่วนสูงถึง 15–21% เมื่อเทียบกับกลุ่มคนในช่วงวัยเดียวกัน

ปัจจุบัน แหล่งรายได้หลังเกษียณของคนไทยจะมี 3 กลุ่มหลัก
1. เบี้ยยังชีพชราภาพ ประชาชนทุกคนมีสิทธิได้ ยกเว้นข้าราชการ โดยมีการจ่ายเป็นขั้นบันไดตามอายุ

2. บำเหน็จบำนาญข้าราชการ มีเงินบำเหน็จบำนาญ ที่ได้ตามอายุราชการ รวมกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้ารายการ ซึ่งกลุ่มนี้สามารถออมเงินเพิ่มเติมผ่านกองทุนสำรองเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หรือซื้อประกันแบบบำนาญเพิ่มเติมได้

3. แรงงานในระบบและนอกระบบ จะได้เงินจากกองทุนประกันสังคมเป็นหลัก กลุ่มแรงงานในระบบจะมีเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพิ่มเติม และสามารถออมเพิ่มเพิ่มเติมผ่านกองทุนสำรองเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หรือซื้อประกันแบบบำนาญ หรือออมในกองทุนการออมแห่งชาติ

จะเห็นได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ได้เตรียมความพร้อมในการเกษียณ จะอาศัยเพียงเบี้ยคนชราจากรัฐบาลคงไม่เพียงพอที่จะใช้ชีวิตให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้นควรต้องวางแผนการออมตั้งแต่วันนี้ ผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งในระบบและนอกระบบ รวมถึงมองหาทางเลือกในการลงทุนที่เหมาะสมกับตัวเอง ที่สำคัญต้องมีวินัย เพื่อไปสู่เป้าหมายการเกษียณอย่างสำราญได้ในบั้นปลายของชีวิต

Latest articles

PTG คว้าหุ้นยั่งยืน “ระดับสูงสุด AAA” จาก SET ESG Ratings ปี 2568

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ได้รับผลการประเมินความยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 ในระดับสูงสุด “AAA” จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

‘เรนวูด ปาร์ค’ คว้ารางวัล Best Luxury Mega Township Development (Asia)

‘เรนวูด ปาร์ค’ คว้ารางวัล Best Luxury Mega Township Development (Asia) ตอกย้ำศักยภาพผู้พัฒนาอสังหาฯ ระดับเวิลด์คลาส จากเวที PropertyGuru Asia Property Awards 2025

SAPPE คว้า SET ESG Ratings 2025 ระดับ A ติดอันดับหุ้นยั่งยืนต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน

การประเมิน SET ESG Ratings ครอบคลุมทั้งมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้สำหรับนักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียในการตัดสินใจลงทุนอย่างยั่งยืน

สหรัฐฯ อนุมัติยาใหม่รักษาโรคหนองใน ครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ ไทยร่วมการทดลองทางคลินิก รับมือเชื้อดื้อยา

องค์กรไม่แสวงผลกำไร Global Antibiotic Research & Development Partnership (GARDP) ประกาศในวันนี้ว่า องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ได้อนุมัติ ยาปฏิชีวนะแบบรับประทานแบบครั้งเดียวสำหรับรักษาโรคหนองในแบบไม่ซับซ้อน ภายใต้ชื่อ Nuzolvence

More like this