พม. รณรงค์ “สังคมไทย ห่วงใย คนไร้ที่พึ่งและคนขอทาน”

Published on

พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์ “สังคมไทย ห่วงใย คนไร้ที่พึ่งและคนขอทาน” เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในการสร้างความเข้าใจกับประชาชนทั้งชาวไทย และ  นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ  มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง  ด้วยการแจ้งเหตุให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนไร้ที่พึ่งและคนขอทานให้ได้รับการคุ้มครอง ตลอดจนสร้างความเป็นระเบียบของสังคมและภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ

รัฐบาล  โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ตระหนักถึงคุณค่าของกลุ่มเป้าหมายในฐานะมนุษย์ที่ควรได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเหมาะสมตามศักยภาพของแต่ละบุคคล โดยเฉพาะกลุ่มคนไร้ที่พึ่งและคนขอทาน ภายใต้การคุ้มครองสวัสดิภาพและช่วยเหลือด้วยมาตรการ 3 ด้าน ประกอบด้วย 1) มาตรการป้องกัน (Preventions)  2) มาตรการคุ้มครอง (Protection) และ 3) มาตรการส่งเสริมการมีส่วนร่วม (Partnership) เพื่อให้คนไร้ที่พึ่งและคนขอทานได้ตระหนักในคุณค่าของตนเอง  ด้วยความภาคภูมิใจในศักยภาพของตนเอง  นำมาซึ่งการยอมรับของสังคม และมีส่วนร่วมในการแบ่งปันให้ความช่วยเหลือ  สร้างกำลังใจ  ให้คำแนะนำ และพัฒนาศักยภาพคนไร้ที่พึ่งและคนขอทาน จนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสังคมอย่างมีคุณค่าและปกติสุข

กระทรวง พม. โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ได้จัดโครงการรณรงค์ “สังคมไทย ห่วงใยคนไร้ที่พึ่งและ  คนขอทาน” ภายใต้นโยบาย DSDW CANNON 2018 เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในการสร้างความเข้าใจกับประชาชน ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง  ด้วยการแจ้งเหตุให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนไร้ที่พึ่งและคนขอทานให้ได้รับการคุ้มครอง ตลอดจนสร้างความเป็นระเบียบของสังคมและภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ   ทั้งนี้ ได้เริ่มดำเนินโครงการดังกล่าวที่จังหวัดภูเก็ตเป็นแห่งแรก และขยายผลมายังจังหวัดสมุทรปราการ เป็นแห่งที่ 2 เนื่องจากจังหวัดสมุทรปราการเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศไทย และมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่น่าสนใจ อาทิ ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งและเทศกาลสงกรานต์พระประแดง เป็นต้น  ทำให้นักท่องเที่ยวให้ความสนใจและเดินทางมาเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก

สำหรับโครงการรณรงค์ “สังคมไทย ห่วงใยคนไร้ที่พึ่งและคนขอทาน” ในครั้งนี้ ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญที่หลากหลาย ได้แก่ 1) กิจกรรมการเสวนา เป็นการให้ความรู้ด้านกฎหมายและการให้ความคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งและคนขอทาน 2) กิจกรรมบันเทิง อาทิ การแสดงขบวนกลองยาว โดยชมรมผู้สูงอายุบางน้ำผึ้ง การละเล่นเด็กไทยตามรอยพระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  โดยเยาวชนโรงเรียนวัดบางน้ำผึ้งใน และการแสดงจากศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ ตำบลบางน้ำผึ้ง  3) กิจกรรมการแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากกลุ่มอาชีพต่างๆ เช่น กระเป๋าจักรสาน เครื่องจักรสานจากก้านจาด ผลิตภัณฑ์น้ำยาเอนกประสงค์ และผ้าทอ ศูนย์การเรียนรู้ปลาสลิดบางบ่อ เป็นต้น และ 4) การประกาศเจตนารมณ์ “คนสมุทรปราการ ห่วงใยใส่ใจ คนไร้ที่พึ่งและคนขอทาน” พร้อมด้วยการเดินรณรงค์เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาคนไร้ที่พึ่งและการขอทาน ตามแนวทางประชารัฐ เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติการให้ทานที่ถูกวิธี จากการให้เงินเปลี่ยนมาเป็นการให้โอกาสและ งานทำสำหรับกลุ่มเป้าหมาย

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจ สามารถร่วมบริจาคเงินเข้า “กองทุนเพื่อพัฒนาคนไร้ที่พึ่ง คนขอทาน” โดยบริจาคผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 721-1-17499-4 โดยเงินบริจาคจะนำไปพัฒนา บำบัด ฟื้นฟู และสนับสนุนการพัฒนาอาชีพ  อีกทั้งเป็นทุนประกอบอาชีพแก่คนไร้ที่พึ่งและคนขอทาน  ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ด้วยกำลังใจที่เข้มแข็ง ให้สามารถดำรงชีวิต ในสังคมได้อย่างมีคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์  ทั้งนี้ หากพบเห็นคนไร้ที่พึ่งและคนขอทาน หรือผู้ประสบปัญหาทางสังคม สามารถแจ้งศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง

Latest articles

เผยผิวโกลว์สุขภาพดี พร้อมรับเมคอัพด้วย Glow Dew Serum ใหม่ล่าสุดจาก KMA

แบรนด์เครื่องสำอาง KMA ในเครือ โอซีซี ชวนเตรียมผิวให้พร้อมก่อนแต่งหน้าด้วย Glow Dew Serum เซรั่มเนื้อบางเบา ซึมไว ช่วยให้ผิวโกลว์ใสแบบไม่ใช้ชิมเมอร์ พร้อม 3 ส่วนผสมสำคัญ

ทีทีบี จับมือ Schroders เสริมแกร่ง Wealth Ecosystem สู่ลูกค้ากลุ่มมั่งคั่งระดับสูง

ทีทีบี เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ Wealth Ecosystem ด้วยแนวคิด Holistic Wealth Solutions พร้อมผนึกกำลังกับ Schroders บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนและบริหารความมั่งคั่งระดับโลก ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานกว่า 200 ปี

ตาแห้ง ภัยเงียบคนติดจอ ไม่ใช่เพราะน้ำตาน้อย ไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุ

“บำรุงราษฎร์” ชี้คนยุคดิจิทัลเสี่ยง “ตาแห้ง” จากการใช้หน้าจอต่อเนื่อง โดยพบความชุกเฉลี่ยทั่วโลกประมาณ 34.6% หรือราว 1 ใน 3 ของประชากรโลก และสูงถึง 52.4% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงยกระดับการดูแลผ่าน “คลินิกตาแห้ง”

SHEEP  เปิดตัว “Disney Princess Collection” รวม 5 เจ้าหญิงไอคอนิก   

SHEEP สานต่อความร่วมมือกับ Disney เปิดตัว คอลเลกชัน  “Disney Princess ” รวม 5 เจ้าหญิงไอคอนิก ได้แก่ Cinderella, Ariel, Rapunzel, Belle และ Jasmine ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Wear Your Bow Own Your Crown”

More like this