คปภ. สรุปยอดความเสียหายช่วงสงกรานต์เบื้องต้น 600 ล้าน

Published on

คปภ. สรุปยอดความเสียหาย ในช่วง 7 วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์ มูลค่าความเสียหายด้านการประกันภัย เบื้องต้น 600 ล้านบาท เร่งบริษัทประกันภัยช่วยเหลือประชาชน เพื่อเยียวยาอย่างรวดเร็วและทันท่วงที

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลอุตสาหกรรมประกันภัยและเป็นหนึ่งในคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมาตลอด โดยเฉพาะการแก้ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนซึ่งเป็นสาเหตุที่คร่าชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมาได้ จัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวมาอย่างต่อเนื่องทุกปี รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนเพื่อให้มีการนำระบบประกันภัยมาบริหารความเสี่ยงให้กับประชาชนอย่างเต็มรูปแบบ

สำนักงาน คปภ. ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในช่วงที่ผ่านมาด้วยการออกมาตรการให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านบริการสายด่วน คปภ. 1186 ในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังเทศกาลสงกรานต์ เพื่อเตรียมรับมือและพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านประกันภัยกับประชาชนผู้ประสบภัยได้ทันท่วงทีกรณีเกิดอุบัติเหตุ พร้อมสั่งการให้สำนักงาน คปภ. ภาค 1-9 ติดตามและรายงานความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และประสานความร่วมมือกับสมาคม/บริษัทประกันภัย ให้รายงานข้อมูลให้ทราบอย่างเร่งด่วนผ่าน Platform การรายงานข้อมูลกรณีอุบัติภัยกลุ่มหรือรายใหญ่ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่รองรับไว้แล้ว

อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา จากข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 ในช่วง 7 วัน ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2561 ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พบว่าสถิติอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 โดยในปี 2561 เกิดอุบัติเหตุรวมทั้งสิ้น 3,724 ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปี 2560 จำนวน 34 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 0.92 มีผู้เสียชีวิต 418 ราย และผู้บาดเจ็บ 3,897 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือการขับรถเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนด

สำหรับความเสียหายด้านการประกันภัย สำนักงาน คปภ. ได้รับรายงานล่าสุด ณ วันที่ 23 เมษายน 2561 เวลา 09.00 น. ในช่วงระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2561 มีอุบัติเหตุภัยเกิดขึ้น จำนวน 31,651 ครั้ง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 608,572,386.83 บาท จึงได้สั่งการให้บริษัทประกันภัยเร่งประเมินความเสียหายและจ่ายค่าสินไหมทดแทนด้วยความรวดเร็วเพื่อเป็นการให้ระบบประกันภัยช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

นอกจากนี้ ในช่วง 7 วันอันตราย ได้มีประชาชนใช้บริการผ่านบริการสายด่วน คปภ. 1186 เป็นจำนวนมาก โดยประเด็นที่โทรศัพท์มาขอรับคำปรึกษาสูงสุด 3 อันดับ คือ สอบถามเงื่อนไขความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) สอบถามเงื่อนไขความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจ และตรวจสอบข้อมูลการจัดทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.)

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า “แม้ว่าการทำประกันภัยไม่สามารถป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่การประกันภัยเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงภัย หากเกิดอุบัติเหตุแล้ว การประกันภัยสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ และฝากเตือนถึงเจ้าของรถรวมถึงผู้ใช้รถขอให้ทำประกันภัยตามที่กฎหมายกำหนดและหมั่นตรวจสอบวันหมดอายุกรมธรรม์ด้วยเพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับความคุ้มครองอย่างทั่วถึงและครบวงจร และถ้ามีกำลังซื้อขอให้ซื้อกรมธรรม์ประกันภัยรถภาคสมัครใจเพิ่มเติม เพื่อจะได้รับความคุ้มครองที่มากขึ้นอย่างไรก็ตามสำนักงาน คปภ. ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และจะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการประกันภัยและเร่งประสานงานด้านค่าสินไหมทดแทนให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งผู้ที่ได้รับความเสียหายต่อทรัพย์สินทุกท่านอย่างเต็มที่ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องประกันภัยสามารถติดต่อมาที่สายด่วน คปภ. 1186”

Latest articles

คูราพรอกซ์ ส่ง  Hydrosonic Pro แปรงสีฟันไฟฟ้าอัจฉริยะพลิกโฉมการดูแลช่องปากระดับโปร  

คูราพรอกซ์ (CURAPROX) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปฏิวัติวงการทันตกรรมในเมืองไทย บอกลาแปรงฟันแบบเดิม! คูราพรอกซ์ ส่ง “Hydrosonic Pro” พลิกโฉมการดูแลช่องปากระดับโปร

4 เทรนด์ท่องเที่ยวปี 2570  นักเดินทางชาวไทยครองแชมป์เที่ยวบ่อยสุดในเอเชีย

อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว เปิดผลสำรวจ Asia Travel Pulse ประจำปี พ.ศ. 2570 เผยเทรนด์สำคัญที่จะกำหนดทิศทางการเดินทางของนักเดินทางชาวไทยในปีหน้า ขณะที่นักเดินทางทั่วเอเชียหันไปเที่ยวต่างประเทศมากขึ้นแต่เดินทางน้อยครั้งล

AI เปลี่ยนเกมตลาดแรงงานโลก ผู้เชี่ยวชาญร่วมถอดรหัสทักษะแรงงานแห่งอนาคต  

เมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถเขียนโค้ด วิเคราะห์ข้อมูล และแก้โจทย์เชิงเทคนิคที่ซับซ้อนได้รวดเร็วกว่ามนุษย์ คำถามของตลาดแรงงานจึงไม่ใช่ "AI จะเข้ามาแทนที่ใคร" แต่คือ "คนทำงานด้านเทคโนโลยีต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อไม่ให้ตกขบวน?"

วิริยะประกันภัย รวมใจอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล และฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่ง

ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์เต่าทะเล สัตว์ที่มีบทบาทสำคัญต่อห่วงโซ่อาหารและรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินนโยบาย ESG ด้านสิ่งแวดล้อมของวิริยะประกันภัย พร้อมสนับสนุนเป้าหมาย SDG14 Life Below Water เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

More like this