อาการปวดท้องแบบไหน เป็นสัญญาณเตือน … โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

Published on

เวลารู้สึกปวดท้อง คนเรามักรักษาเนื้อรักษาตัว ทานยาตามอาการ แล้วปล่อยให้อาการค่อย ๆ ทุเลาลงไป แต่ถ้าเกิดการปวดท้องรอบนี้มันกินเวลานานกว่าที่เคยล่ะ แบบนี้จะถือว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนอะไรมารึเปล่า? เพราะอาการปวดท้องเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นแบบท้องผูกเรื้อรัง หรือท้องเสียที่รักษาไม่หายขาด ล้วนแล้วแต่หนึ่งในอาการสำคัญที่นำไปสู่ ‘โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่’ กันทั้งคู่

ถึงตรงนี้เราไม่ได้จะบอกว่าปวดท้องแล้วต้องเป็นโรคร้ายเสมอไป แต่เพราะมะเร็งลำไส้ใหญ่คือสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ที่สูงถึงลำดับที่ 4 จึงจะเป็นการดีกว่าไหม … ถ้าเราจะเสียเวลาเล็กน้อย เพื่อเช็กให้แน่ใจจริง ๆ ว่าปวดท้องรอบนี้ ไม่ได้รุนแรงจนน่ากังวล

ต้องเกริ่นก่อนว่า โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colon Cancer) มีส่วนคล้ายกับโรคมะเร็งอื่น ตรงที่ไม่สามารถบอกสาเหตุได้อย่างแน่ชัดว่าเกิดจากอะไร โดยผลการศึกษาในเบื้องต้น ระบุได้เพียงว่าผู้ที่มีพันธุกรรม, มีความสัมพันธ์ หรือใกล้ชิดกับคนในครอบครัวที่มีประวัติเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ จะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป รวมทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะจากการดูแลสุขภาพ อาหาร การออกกำลังกาย

นอกจากอาการปวดท้องเป็นเวลานานแล้ว โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ยังมีสัญญาณเตือนอื่นอยู่อีกหลายแบบ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดมะเร็ง เช่นอาการที่ท้อง แน่นท้อง ท้องอืดเป็นประจำ หรือมีอาการท้องผูกสลับท้องเสีย (คล้ายกับโรคลำไส้แปรปรวน) หรืออาการที่สังเกตได้จากอุจจาระ เช่นอุจจาระเป็นเลือด มีเลือดออกบริเวณทวารหนัก หรือมีปริมาณและความถี่การถ่ายอุจจาระที่ผิดไปจากเดิม รวมถึงอาการผิดปกติของร่างกาย อ่อนเพลีย น้ำหนักลด เบื่ออาหาร หรือคลำเจอก้อนที่บริเวณช่องท้องด้านขวา

ข้อมูลจาก นายแพทย์ระพีพันธุ์ กัลยาวินัย ผู้เชี่ยวชาญอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลพระรามเก้า ได้ระบุไว้ว่า โดยหลักแล้วโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่จะแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ซึ่งการก้อนหรือติ่งเนื้อบริเวณช่องท้องด้านขวาหรือที่เยื่อบุลำไส้ใหญ่ คือสัญญาณของระยะที่ 1

จากนั้นในระยะที่ 2 ก้อนเนื้องอกเหล่านี้ จะค่อย ๆ พัฒนากลายเป็นเซลล์มะเร็งและแพร่กระจายไปสู่ผนังลำไส้ จนทำให้ลำไส้ใหญ่มีการทำงานที่ผิดปกติ หรือสูญเสียการทำงานในการดูดซึมน้ำและแร่ธาตุ จนส่งผลต่อลักษณะของอุจจาระและการขับถ่าย ก่อนที่เซลล์มะเร็งจะแพร่กระจายไประยะที่ 3 ที่จะลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียง “ในระยะที่ 4 เซลล์มะเร็งจะแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด รวมถึงอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย และส่งผลให้อัตราการรอดชีวิตภายใน 5 ปี ของผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ในระยะสุดท้าย ลดเหลือเพียง 13% เท่านั้น”

อย่างไรก็ตาม หากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ยังอยู่ในระยะแรก ๆ หรือยังไม่ลุกลามไปอวัยวะอื่น ๆ ก็เท่ากับว่าเรายังมีโอกาสกำจัดเนื้อร้ายนี้ให้หายขาดได้ โดยแพทย์จะใช้ 3 วิธีหลักในการรักษา ซึ่งประกอบด้วย การผ่าตัดกำจัดเนื้อเยื่อมะเร็งเพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง / คีโม หรือการรักษาโดยยาเคมีบำบัด เพื่อให้ยาเข้าไปหยุดหรือชะลอการเติบโต ไม่ให้เซลล์มะเร็งแพร่กระจาย / การฉายแสง หรือรักษาโดยใช้รังสีฉายจากภายนอกร่างกายเข้าไปทำลายเซลล์มะเร็งภายใน

ซึ่ง นายแพทย์ระพีพันธุ์ เสริมว่า วิธีการในการรักษามะเร็งจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ ประกอบกับการตรวจคัดกรองเพื่อวินิจฉัยมะเร็งลำไส้ใหญ่ เช่น การใช้นิ้วคลำตรวจทางทวารหนัก, การตรวจเลือดและตรวจหาสารบ่งชี้โรคมะเร็ง, การตรวจอุจจาระเพื่อหาเลือดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (Fecal Occult Blood Test), การตรวจเอกซเรย์ด้วยคอมพิวเตอร์ (Computer Tomography Colonoscopy), การตรวจลำไส้ด้วยการส่องกล้อง (Colonoscopy) หรือหากพบชิ้นเนื้อภายในบริเวณลำไส้ใหญ่ แพทย์จะทำการส่องกล้องเพื่อตัดชิ้นเนื้อ (Biopsy) เพื่อตรวจวินิจฉัยคัดกรองเซลล์มะเร็งเพิ่มเติม

นายแพทย์ระพีพันธุ์ กัลยาวินัย

“ทั้งนี้แม้จะยังไม่มีอาการใด ๆ แต่การตรวจเช็กมะเร็งลำไส้ใหญ่ ก็จำเป็นต้องทำอย่างถี่ถ้วนแม้อายุยังน้อย ด้วยการหมั่นตรวจสุขภาพประจำปีเป็นประจำทุกปี หรือง่ายกว่านั้นคือหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงและควรดูแลสุขภาพเพื่อเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด”

หลีกเลี่ยง – การรับประทานอาหารเนื้อแดง เนื้อสัตว์แปรรูป อาหารปิ้งย่าง อาหารไขมันสูง อาหารที่มีกากใยต่ำ งดการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ และควรรับประทานผัก ผลไม้ อาหารที่มีเส้นใย และควรออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ

Latest articles

มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา  จับมือพันธมิตร จัดงานวิ่งเชื่อมสองสะพาน Thai PBS KINGBRIDGE RUN 2026

แถลงข่าวเปิดงานวิ่งแห่งปี “Thai PBS KINGBRIDGE RUN 2026” ภายใต้แนวคิด “วิ่งเชื่อมสองสะพาน” ครั้งแรกของการเปิดประสบการณ์การวิ่งชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาแบบพาโนรามา 360 องศาบน สะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2

รวมเคล็ดลับสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์  ดูแลผิวช่วงฮอร์โมนเปลี่ยน เตรียมพร้อมก่อนคลอด

หลายคนอาจโฟกัสกับการดูแลลูกน้อยในครรภ์ จนลืมไปว่าการดูแลสุขภาพของคุณแม่ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะตลอดระยะเวลา 9 เดือน ร่างกายของคุณแม่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งฮอร์โมน ผิวพรรณ และความต้องการสารอาหารที่เพิ่มขึ้น

รพ.วิมุต-เทพธารินทร์ จัดประชุมใหญ่ ขับเคลื่อนมาตรฐานการรักษาด้านต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิก

หัวใจสำคัญของการดูแล ผู้ป่วยเบาหวาน ไทรอยด์ และโรคต่อมไร้ท่อในปัจจุบัน คือการมองให้ลึกกว่าการรักษาโรคเฉพาะจุด เพราะผู้ป่วยจำนวนมากมีโรคร่วมหลายด้าน ทั้งโรคอ้วน ความเสี่ยงด้านหัวใจและหลอดเลือด สุขภาพกระดูก ฯลฯ

ม.มหิดลเตรียมผลักดัน โรคไข้ดิน สู่ วาระโลก หลังทุ่มเทวิจัยกว่า 30 ปี

โรคเมลิออยโดสิส หรือไข้ดิน  ในปัจจุบันยังคงระบาดชุกในช่วงฤดูฝน แต่กลับพบผู้ติดเชื้อจากการสัมผัสดินปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียก่อโรค แม้ผิวหนังที่สัมผัสไม่มีบาดแผล และผู้ป่วยไม่ได้สัมผัสโดยตรงกับแหล่งน้ำคูคลองต้องสงสัย ก็อาจติดเชื้อที่ถูกพัดขึ้นมา ปนมากับอากาศได้

More like this