นับถอยหลังเทียนกง-1 ตกสู่โลก  

Published on

สถานีอวกาศ ‘เทียนกง-1’ ของจีน ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรของโลกเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2554 จากฐานปล่อยจรวดเมืองจิ๋วฉวน มณฑลกานซู มีวงโคจรห่างจากโลก 350 กม. มีขนาด 8.5 ตัน และเป็นสถานีอวกาศแห่งแรกของจีน โดยสถานีอวกาศเทียนกง ได้ถูกส่งขึ้นไปเพื่อทดสอบปฏิบัติการหลายอย่างในอวกาศ เพื่อเตรียมการขั้นต้นสำหรับการสร้างสถานีอวกาศของจีนให้เสร็จสิ้นภายในปี 2563

โดยเทียนกง 1 มีความพิเศษไม่เหมือนกับยานลำก่อนๆของจีน ซึ่งภายในตัวยานได้ติดตั้งระบบการเชื่อมต่อไว้มากมาย รวมถึงเตรียมรอรับการเชื่อมต่อยานอวกาศไร้มนุษย์เสิ่นโจว 8 ซึ่งนับได้ว่าเป็นครั้งแรกของจีนที่จะเชื่อมต่อยานอวกาศที่เคลื่อนที่อยู่ในวงโคจร และจีนจะเป็นประเทศที่ 3 ต่อจาก สหรัฐฯ และรัสเซียที่มีเทคโนโลยีในการเชื่อมต่อยานอวกาศในวงโคจร และมีกำหนดว่าจะควบคุมให้กลับสู่โลกลงสู่ทะเล หรือเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ แต่เมื่อเดือนมีนาคม 2559 สำนักงานอวกาศแห่งชาติ (เอ็นเอสเอ) ของจีนได้แจ้งไปยังสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ว่าจีนไม่สามารถควบคุมสถานีอวกาศเทียนกง-1 ได้ทำให้ไม่มีใครสามารถระบุเวลาและจุดตกได้อย่างชัดเจน

การตกของวัตถุจากอวกาศที่ตกมายังพื้นผิวโลกนั้นมีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มมีการส่งดาวเทียมดวงแรกได้ “สปุตนิก” ของสหภาพโซเวียต โดยทั่วไปแล้วชิ้นส่วนส่วนใหญ่ของดาวเทียมจะถูกเผาไหม้ไปกับชั้นบรรยากาศ แต่กรณีที่เป็นสถานีอวกาศที่มีขนาดใหญ่กว่าดาวเทียม จะมีชิ้นส่วนบางชิ้นจะเผาไหม้ไม่หมดตกสู่พื้นผิวโลก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ที่ผ่านมากว่า 60 ปี ชิ้นส่วนจากอวกาศที่ตกลงมาสู่พื้นผิวโลกนั้นไม่ได้สร้างความเสียหายแก่ให้ชีวิตและทรัพย์สินแม้แต่ครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม กฎหมายอวกาศหรือข้อตกลงทางด้านอวกาศมีการกล่าวถึงรายละเอียดของการชดใช้ความเสียหายที่เกิดจากดาวเทียมหรือสถานีอวกาศ โดยประเทศเจ้าของจะเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย

ร้อยตรีพงศธร ศิริสาคร ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องภายใต้คณะทำงานติดตามสถานการณ์เทียนกง-1 ได้ร่วมกันจัดทำแผนเผชิญเหตุภัยจากวัตถุอวกาศ (กรณีสถานีอวกาศเทียนกง-1) ขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น โดยหลักๆ ที่ปรากฏในแผนดังกล่าวจะเน้นไปที่ขั้นตอนการปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการเฝ้าระวัง การติดตามสถานการณ์ การแจ้งเตือนล่วงหน้าเมื่อประเทศไทยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง การเตรียมการกรณีที่ต้องมีการเผชิญเหตุ แนวทางปฏิบัติตนของประชาขน การฟื้นฟู และการเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหาย รวมถึงการประสานงานร่วมกันกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบัน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานในพื้นที่ ระดับจังหวัด อำเภอ มีความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชนอยู่ตลอดเวลา

ดร.สิทธิพร ชาญนำสิน

ทางด้าน ดร.สิทธิพร ชาญนำสิน นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญด้านกลศาสตร์วงโคจรของจิสด้า กล่าวว่า ความสูงของสถานีอวกาศได้ลดระดับลงมาอย่างต่อเนื่องซึ่งคาดการณ์ว่าจะตกในช่วงปลายเดือนมีนาคม – กลางเดือนเมษายน 2561 สำหรับแนวโน้มและผลกระทบในเชิง พื้นที่ ณ ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจน แต่สามารถคาดการณ์พื้นที่จะตกสู่โลกในช่วงละติจูด 43 องศาเหนือ และละติจูด 43 องศาใต้

ทั้งนี้ จิสด้า ในฐานะหน่วยปฎิบัติภารกิจทางด้านอวกาศของไทย ได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยทางจิสด้ามีโปรแกรมที่ใช้ติดตามความสูงของสถานีอวกาศ รวมไปถึงความร่วมมือกับองค์กรนานาชาติเพื่อติดตามการตกของสถานีอวกาศเทียงกง-1 ในครั้งนี้ และจากการติดตามการเคลื่อนที่ของสถานีอวกาศเทียนกง 1 ด้วยข้อมูลจากโปรแกรม EMERALD ที่จิสด้าพัฒนาขึ้น และข้อมูลจาก China manned space พบว่าสถานีอวกาศเทียนกง 1 โคจรรอบโลกด้วยความสูงเฉลี่ย ณ วันที่ 29 มีนาคม 2561 อยู่ที่ 198 กิโลเมตร โดยความสูงในแต่ระวันจะลดลงประมาณ .3-4 กิโลเมตร ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุดของ space surveillance network (SSN) มีการคาดการณ์ว่า สถานีอวกาศเทียนกง 1 จะตกสู่พื้นผิวโลกไม่เกินวันที่ 10 เมษายน 2561 ข้อมูลทั้งหมดนี้อัพเดทล่าสุดวันที่ 28 มีนาคม 2561 ซึ่งจะมีการแตกเป็นชิ้นส่วนขนาดเล็ก และหลงเหลือสู่พื้นโลกเพียงเล็กน้อย เนื่องจากถูกเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศที่มีความร้อนสูงจนทำให้โลหะต่างๆ เกิดการระเหิดและกลายเป็นไอในที่สุด ทั้งนี้ โอกาสที่ชิ้นส่วนจะตกในพื้นที่ของประเทศไทยมีน้อยกว่าร้อยละ 0.1

ที่ผ่านมา จิสด้าได้ติดตามสถานการณ์สถานีอวกาศเทียนกง-1 อย่างใกล้ชิดร่วมกับองค์กรอวกาศจากประเทศต่างๆ รวมถึงได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์เทียนกง -1 ประกอบด้วยหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านกายภาพและการจัดการวัตถุอันตรายเข้ามาร่วมเป็นคณะทำงาน โดยได้ดำเนินการจัดทำแผนเผชิญเหตุและคู่มือปฏิบัติการ รวมถึงการจัดการชิ้นส่วนหรือวัตถุอันตราย เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ได้เข้าใจและมีแนวทางในการจัดการกับชิ้นส่วนที่อาจจะตกลงมาในประเทศไทย ถึงแม้ว่าโอกาสที่เกิดขึ้นจะน้อยมากก็ตาม ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลล่าสุดได้ที่ เพจ facebook จับตาเทียนกง 1 ดร.สิทธิพร กล่าว.

ที่มา : งานเสวนา “นับถอยหลังเทียนกง-1 ตกสูงโลก บทสรุปจากห้วงอวกาศ” โดย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า ร่วมกับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนาจำกัด (มหาชน)

 

Latest articles

เครื่องทำน้ำอุ่นโตชิบา MRN Series คว้ารางวัล Good Design Award 2026 

โตชิบา ตอกย้ำความโดดเด่นด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ด้วยเครื่องทำน้ำอุ่น MRN Series ที่คว้ารางวัล Good Design Award 2026 จากการผสานดีไซน์ที่เรียบหรูเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน

HP Inc. Appoints Emma Walmsley as Chief Executive Officer

Emma Walmsley, former CEO of GSK, as HP’s next CEO, effective January 4, 2027.

SCX คว้าเพิ่ม 3 ที่ดินทำเลเทพ บางนา-แหลมฉบัง-อมตะ ขับเคลื่อนโรดแมป 1,000,000 ตร.ม.

ภาพรวมความต้องการคลังสินค้าในไทย ยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดยภาพรวมอัตราการเช่าทั้งประเทศในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 เฉลี่ยสูงถึงประมาณ 90.2% ขณะเดียวกัน โครงการที่อยู่ภายใต้การพัฒนาของ SCX Logistics ในหลายทำเล มีอัตราการเช่า 100%

MAS โชว์ 3 นวัตกรรมดูแลผิวระดับเซลล์ ในงาน in-cosmetics Asia 2026 หนุน T-Beauty สู่เวทีโลก

นึ่งในความเชี่ยวชาญหลักของ MAS คือการพัฒนา 5 เทคโนโลยี ได้แก่ DBDS, CTDS, TDDS, TFDS และ CAPSEAL2X ซึ่งได้รับการออกแบบเพื่อต่อยอดศักยภาพของสารสำคัญและตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน

More like this