ทีทีซีแอล จับมือ แบล็ควูดฯ โรงงานต้นแบบพัฒนาเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด

Published on

ทีทีซีแอล และ แบล็ควูด เทคโนโลยี จากเนเธอร์แลนด์ผสานความร่วมมือประกาศเปิดโรงงานต้นแบบที่ผลิตและปรับปรุงคุณภาพเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดอีกขั้นในไทย ด้วยกระบวนการทอร์รีแฟกชัน (Torrefaction) ลิขสิทธิ์เฉพาะของ แบล็ควูด เทคโนโลยี ที่ชื่อว่า “แฟลชทอร์ (FlashTor®)” ภายใต้งบลงทุนหลายล้านเหรียญสหรัฐฯ

นับเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการพัฒนาคุณภาพเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดในไทย เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ช่วยลดการใช้ถ่านหินเพื่อใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า และเชื้อเพลิงฟอสซิล พร้อมเสริมศักยภาพการแข่งขันแก่ภาคธุรกิจด้วยกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ โดย บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าขอรับการสนับสนุนเงินทุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อผุดโรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดสีดำเพื่อการพาณิชย์แห่งแรกในไทย

ฮิโรโนบุ อิริยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีทีซีแอล จำกัด (มหาชน) หรือ ทีทีซีแอล กล่าวว่า บริษัทฯ ได้เดินหน้าก่อสร้างโรงงานต้นแบบที่ล้ำหน้าขึ้นอีกขั้น เพื่อพัฒนาคุณภาพเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดโดยใช้กระบวนการทอร์รีแฟกชัน (Torrefaction) ภายใต้เทคโนโลยี “แฟลชทอร์ (FlashTor®)” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะของแบล็ควูด เทคโนโลยี ที่พร้อมจะเปลี่ยนชีวมวลคุณภาพต่ำภายในประเทศไทยให้กลายเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดชนิดทอริไฟด์ (Torrefied pellets) ที่เป็นที่รู้จักกันในชื่อเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดสีดำ (Black pellets) หรือถ่านชีวภาพ (Bio-coal)

ฮิโรโนบุ อิริยา

ทั้งนี้ การก่อสร้างโรงงานต้นแบบในครั้งนี้ พัฒนาขึ้นภายใต้วัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ 1. เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีแฟลชทอร์ (FlashTor®) อย่างเป็นรูปธรรมให้ลูกค้าเป้าหมายและบริษัทผู้พัฒนาโครงการเชื้อเพลิงชีวมวลได้เห็นถึงประสิทธิผลของกระบวนการแบบครบวงจร และ 2. เพื่อให้ลูกค้าได้ทดลองใช้งานเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดสีดำในปริมาณที่เพียงพอที่จะให้กลุ่มผู้ลูกค้าได้เห็นถึงศักยภาพของเชื้อเพลิงชนิดนี้ และวางแผนทางธุรกิจได้อย่างเหมาะสมต่อไป

การผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดสีดำ (Black pellets) ถือเป็นการผลิตพลังงานหมุนเวียนเพื่อใช้ทดแทนการใช้ถ่านหิน โดยการพัฒนาโรงงานต้นแบบในครั้งนี้ จะช่วยให้ทั้งฝ่ายผู้ผลิตและผู้ใช้งานได้เห็นถึงประสิทธิผลและความยั่งยืนของห่วงโซ่การลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างครบวงจร ลดข้อกังวลของทั้ง 2 ฝ่ายที่มีมาก่อนหน้า ในฝั่งของผู้ซื้อก็ยังไม่เคยได้ทดลองใช้พลังงานชีวมวลที่ผลิตโดยเทคโนโลยี “แฟลชทอร์ (FlashTor®)” ในขณะที่ฝ่ายผู้ผลิตก็กังวลว่าหากลงทุนสร้างโรงงานปรับปรุงคุณภาพเชื้อเพลิงชีวมวลด้วยกระบวนการทอร์รีแฟกชันแล้วจะมีกำลังซื้อระยะยาวหรือไม่

” ดังนั้นพัฒนาโรงงานต้นแบบจะสามารถแก้ข้อกังวลดังกล่าวได้อย่างสิ้นเชิง ที่สำคัญโรงงานแห่งใหม่นี้ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงพันธสัญญาในการพัฒนาธุรกิจเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดสีดำ (black pellets) ในภูมิภาคเอเชียอีกด้วย โดยตั้งเป้าการดำเนินงานระยะแรกในไทยโดยการมุ่งพัฒนาโรงงานเพื่อการพาณิชย์ 6 แห่ง กำลังการผลิตรวมประมาณ 450,000 ตันต่อปี โดยแต่ละแห่งในประเทศไทยมีกำลังการผลิตประมาณ 75,000 ตันต่อปี” นายฮิโรโนบุ อิริยา อธิบายเพิ่มเติม

มาร์เทน แฮร์รีเบิร์จ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแบล็ควูด เทคโนโลยี กล่าวว่า แบล็ควูด เทคโนโลยีได้ร่วมเทคโนโลยี่การออกแบบก่อสร้างโรงงานต้นแบบที่มีความหยืดหยุ่นสูงทั้งในแง่ของวัตถุดิบที่หลากหลาย และ ด้านการผลิตเพื่อแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี “แฟลชทอร์ (FlashTor®)” สามารถแปรรูปชีวมวลได้หลากหลายชนิด ทั้งชีวมวลจากไม้และเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร

โดยโครงการนี้เป็นผลงานครั้งแรกภายใต้การร่วมมือกับทีทีซีแอล ที่ได้นำเอาเทคโนโลยีการปรับปรุงคุณภาพเชื้อเพลิงชีวมวลด้วยกระบวนการทอร์รีแฟกชันที่ดีที่สุดของแบล็ควูด เทคโนโลยี มาผสมผสานเข้ากับความชำนาญและประสบการณ์อันยาวนานของทีทีซีแอลในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการด้านการออกแบบวิศวกรรม การจัดหาเครื่องจักรและอุปกรณ์ และการก่อสร้างโรงงานแบบครบวงจร (Engineering, Procurement and Construction—EPC) ชั้นนำในประเทศไทย อีกทั้งมีความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติ

นอกเหนือจากแผนการของทีทีซีแอลที่จะเปิดโรงงานเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดสีดำ (Black pellets) เพิ่มเติมในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียนแล้ว แบล็ควูด เทคโนโลยียังได้เจรจากับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่ให้ความสนใจในเทคโนโลยี “แฟลชทอร์ (FlashTor®)” ในภูมิภาคอื่นๆ ที่มีความต้องการใช้กระบวนการทอร์รีแฟกชันด้วยเช่นกัน

มาร์เทน แฮร์รีเบิร์จ

โดยบริษัทฯ ได้นำความโดดเด่นของเทคโนโลยีดังกล่าวซึ่งประกอบด้วย 1. ความสามารถที่จะขยายกำลังการการผลิตได้ในระดับสูง (Scalability) โดยยังคงไว้ซึ่งความคุ้มค่าในการลงทุน ในขณะที่เทคโนโลยีอื่นทำได้ยาก 2. การควบคุมกระบวนการผลิต (Process Control) ที่ดีจะทำให้การใช้วัตถุดิบและพลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพทำให้กระบวนการทอร์รีแฟกชันเกิดขึ้นอย่างสมบรูณ์ ลดการสูญเสียในการผลิต

และ 3. กระบวนการผลิตที่ปลอดภัย (Safe operation) ทำให้สามารถควบคุมการกระบวนการผลิตได้ดีและยังช่วยให้มีปลอดภัยสูง โดยเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตระดับอุตสาหกรรม จึงมั่นใจได้ว่าทุกกระบวนการของการผลิตนั้นมีความปลอดภัย เพื่อสร้างการยอมรับให้เกิดขึ้นและการยอมรับนี้เองจะเป็นเครื่องยืนยันให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเทคโนโลยี แฟลชทอร์ (FlashTor®

Latest articles

Thailand Research Expo 2026 พลังวิจัย เปลี่ยนอนาคตไทย

ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)” ภายใต้แนวคิด “Research Synergy พลังวิจัย สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมไทยยั่งยืน”

จากใบหย่า สู่ใบแจ้งความคนหาย ซีรีส์สืบสวนสอบสวนระทึกขวัญใหม่ “The Husband”

จากใบหย่า สู่ใบแจ้งความคนหาย ซีรีส์สืบสวนสอบสวนระทึกขวัญใหม่ “The Husband” ตอนแรก 4 กรกฎาคมนี้บน Disney+ ที่นี่ที่เดียว ‘นัมกุงมิน’ รับบทศัลยแพทย์ชื่อดังที่ต้องกลายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีการหายตัวไปของภรรยาหลังจากหย่าร้างเพียงหนึ่งวัน

Sea Soul Collection และชุดน้ำชายามบ่ายเพื่อสิ่งแวดล้อม

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในวันสำคัญของโลกซึ่งตรงกับเดือนมิถุนายนของทุกปี กับวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) สำหรับปีนี้โรงแรมฯ ขอพาทุกท่านร่วมเปิดประสบการณ์สุดพิเศษ ผ่านการเล่าเรื่องราวผ่านแนวคิดความยั่งยืน พร้อมถ่ายทอดออกมาในรูปแบบชุดน้ำชายามบ่ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามใต้ท้องทะเล

FC รถแข่ง = ลูกค้าช็อคโกแลต KitKat® x Formula 1® ย้ำแบรนด์ดีเอ็นเอ จริงจังเรื่องการพัก

 “คิทแคท” (KitKat®) โดย บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ในฐานะแบรนด์ช็อกโกแลตหนึ่งเดียวที่ร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ “ฟอร์มูล่า วัน” (Formula 1®) มอเตอร์สปอร์ตที่มาแรงที่สุด ณ เวลานี้ นำแคมเปญความร่วมมือระดับโลกระหว่างคิทแคทและฟอร์มูล่า วัน เปิดตัวที่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

More like this