NEPS เดินหน้าขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มธุรกิจโรงพิมพ์

Published on

NEPS รุกเพิ่มพอร์ตลูกค้าใหม่เจาะกลุ่มธุรกิจโรงพิมพ์ “ไซเบอร์พริ้นท์กรุ๊ป” และ “รุ่งศิลป์” ไว้วางใจให้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปรวมกว่า 800 กิโลวัตต์ เผยสามารถคืนทุนให้ลูกค้าได้ภายใน 5 ปี และช่วยลดค่าไฟได้ 60-70% ชูจุดเด่นบริการ One Stop Solutions

ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิว เอ็นเนอร์จี้ พลัส โซลูชั่นส์ จำกัด หรือ NEPS ผู้นำด้านการให้บริการพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและได้มาตรฐานระดับสากล ให้ข้อมูลว่า โรงพิมพ์เป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีการใช้ปริมาณไฟฟ้าจำนวนมาก โดยเฉลี่ยมีค่าใช้จ่ายจากการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 200,000 – 1,000,000 กว่าบาทต่อเดือน โดยขึ้นอยู่กับขนาดของโรงพิมพ์ ส่งผลให้หลายบริษัทให้ความสนใจในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) เนื่องจากเล็งเห็นว่าจะสามารถช่วยลดต้นทุนและประหยัดค่าไฟในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน ซึ่ง NEPS ได้รับความไว้วางใจในการดำเนินการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปให้กับ 2 โรงพิมพ์ที่มียอดขายระดับท็อป 5 ของประเทศ ได้แก่ บริษัท ไซเบอร์พริ้นท์กรุ๊ป จำกัด ที่ให้บริการด้านการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ครบวงจร และบริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จำกัด ซึ่งเป็นโรงพิมพ์ผลิตแบบเรียนอันดับต้นของไทย

“NEPS ได้เข้าไปติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปให้กับ “ไซเบอร์พริ้นท์กรุ๊ป” ที่สำนักงานใหญ่ตรงถนนรัชดาภิเษก ขนาดติดตั้ง 101.37 กิโลวัตต์ บนพื้นที่ 450 ตารางเมตร มูลค่าการลงทุนกว่า 4 ล้านบาท รวมถึงให้บริการเปลี่ยนหลังคาใหม่ทั้งหมดด้วย โดยทำการติดตั้งเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา สามารถช่วยลดค่าไฟได้กว่า 90,000 บาท/เดือน อีกทั้งยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปแล้ว 9,730 กิโลกรัม เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 290 ต้น ขณะที่รุ่งศิลป์การพิมพ์นั้นได้ทำการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ณ โรงงานที่จังหวัดนครปฐม บนพื้นที่ 3,200 ตารางเมตร มีกำลังผลิตไฟฟ้ากว่า 700 กิโลวัตต์ มูลค่าการลงทุนกว่า 18 ล้านบาท โดยหลังจากทำการติดตั้งแล้วจะสามารถคืนทุนให้กับทางโรงพิมพ์ได้ภายใน 5 ปี”

ทั้งนี้ NEPS ได้ส่งมอบบริการคุณภาพให้กับลูกค้าด้วยจุดเด่นของบริษัทซึ่งเป็น One Stop Solutions ตั้งแต่การออกแบบ การขอใบอนุญาต การติดตั้ง การดูแลบำรุงรักษาฟรี 2 ปี และส่งรายงานแสดงผลการใช้งานประจำปี  ให้อีก 25 ปี พร้อมบริการที่เหนือระดับกับแอปพลิเคชันจากอินเวอร์เตอร์ SolarEdge ที่สามารถดูการใช้ไฟฟ้าได้แบบเรียลไทม์ และแสดงผลด้านต่างๆ เช่น ค่าไฟฟ้าที่ลดลง ตัวเลขเปรียบเทียบค่าการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และจำนวนเทียบเท่าของการปลูกต้นไม้ เป็นต้น ซึ่งโรงพิมพ์สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับคาร์บอนเครดิตได้ในอนาคต

ตรีรัตน์ ประเมินทิศทางการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปของโรงพิมพ์ในไทยว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เห็นได้จาก NEPS ที่ได้รับการติดต่ออย่างต่อเนื่องจากลูกค้าที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจนี้ ผนวกกับเศรษฐกิจไทยที่เริ่มกระเตื้องกลับมาหลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ทำให้การใช้ชีวิตของประชาชนและการดำเนินงานของภาคธุรกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้หลายธุรกิจเริ่มฟื้นตัวหลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งรวมถึงกลุ่มธุรกิจโรงพิมพ์เช่นกัน โดยดีมานด์ของสื่อสิ่งพิมพ์เริ่มกลับมา ทั้งจากการเติบโตของสื่อโฆษณา การขยายตัวของธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่และอีคอมเมิร์ซที่มีอัตราการใช้บรรจุภัณฑ์ (Packaging) พุ่งสูงขึ้น

ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส

“ธุรกิจโรงพิมพ์มีค่าใช้จ่ายหลักคือค่าไฟ ซึ่งการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปจะช่วยโรงพิมพ์ประหยัดค่าไฟได้ถึง  60-70% โดยเล็งเห็นว่าภาครัฐควรสนับสนุนให้โรงพิมพ์ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ด้วยการออกนโยบายต่างๆ อาทิ การลดหย่อนภาษีหรือทำให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น ก็จะช่วยโรงพิมพ์ขนาดเล็กได้อีกทางหนึ่ง เพราะไทยถือว่าเป็นฮับการพิมพ์ของโลก ด้วยดีมานด์จากทั้งจากในประเทศและต่างประเทศที่เข้ามาใช้บริการโรงพิมพ์ของไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากโรงพิมพ์ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐก็จะช่วยลดค่าไฟและประหยัดต้นทุนได้ ส่งผลให้ธุรกิจโรงพิมพ์ขับเคลื่อนได้เร็วกว่าเดิมและสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้ ขณะเดียวกัน ยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยในแง่ของโรงพิมพ์ที่ใช้พลังงานสะอาด เป็นการตอบโจทย์เทรนด์โลกที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมอีกด้วย” ตรีรัตน์ กล่าวปิดท้าย

Latest articles

แต่งแต้มสีสันแห่งความโรแมนติก ด้วยคอลเลกชันฤดูใบไม้ผลิจาก PAUL & JOE

เครื่องสำอาง PAUL & JOE (พอล แอนด์ โจ) จากประเทศฝรั่งเศส เปิดตัว “2026 SPRING COLLECTION” ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากความฝันและเสน่ห์แห่งปารีส ผสานความอ่อนหวานและความเปล่งประกายรับฤดูใบไม้ผลิ

TFM ประกาศผลปี 68 ยอดทะลุ 6 พันล้าน กำไรสุทธิโตพุ่ง 36.9% พร้อมปันผล 0.60

TFM ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำและอาหารสัตว์เศรษฐกิจของไทย ประกาศผลการดำเนินงานปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งในทุกมิติ ทำยอดขายพุ่งแตะ 6,035 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5 เปอร์เซ็นต์ และทำกำไรสุทธิทะยานสู่ 733 ล้านบาท

AMWAY EXPO 2026 เปิดประสบการณ์ Health & Wellbeing สู่อนาคตที่ยั่งยืน

AMWAY EXPO 2026 เปิดประสบการณ์ Health & Wellbeing åสู่อนาคตที่ยั่งยืน พบกัน 21-22 กุมภาพันธ์ 2569 อิมแพ็ค เมืองทองธานี 

โรงแรมเรดิสัน โฮเทล ชาโต เดอ แบงค็อก ชวนคู่รักฉลอง Valentine’s Romance Dinner

วาเลนไทน์ปีนี้ โรงแรมเรดิสัน โฮเทล ชาโต เดอ แบงค็อก ขอเชิญคู่รักร่วมเฉลิมฉลองค่ำคืนแห่งความรักกับ Valentine’s Romance Dinner ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 18.00–22.00 น.

More like this