สธ. เปิดศูนย์ปฏิบัติการยุติวัณโรคแห่งชาติ เขตสุขภาพที่ 10

Published on

กระทรวงสาธารณสุข เปิดศูนย์ปฏิบัติการยุติวัณโรคแห่งชาติ เขตสุขภาพที่ 10 ขับเคลื่อนการดำเนินงานและประสานความร่วมมือด้านวัณโรค ใน 5 จังหวัด เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาทักษะและเพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่รับผิดชอบงานป้องกันควบคุมวัณโรคระดับจังหวัด ระดับอำเภอ พร้อมตั้งเป้าค้นหาผู้ป่วยวัณโรคในกลุ่มเสี่ยง เพิ่มอัตราการค้นพบ และเพิ่มอัตราการรักษาสำเร็จในผู้ป่วยรายใหม่ให้ได้ ร้อยละ 90 ภายในปี 2561 นี้

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย  อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข  พร้อมนายเธียรชัย พุทธรังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี และผู้บริหารจากภาคีเครือข่าย ร่วมเปิดประชุมวิชาการศูนย์ปฏิบัติการยุติวัณโรคแห่งชาติ เขตสุขภาพที่ 10 “Kick off NOC for TB Region 10th” ประจำปี 2561

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 12 กันยายน 2560 เห็นชอบในหลักการแผนปฏิบัติการระดับชาติด้านการต่อต้านวัณโรค พ.ศ.2560–2564 โดยมีเป้าหมายลดอุบัติการณ์ของโรควัณโรคลงร้อยละ 12.5 ต่อปี จาก 171 ต่อประชากรแสนคน ในปี 2557 ให้เหลือ 88 ในปี 2564 ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันควบคุมวัณโรคเป็นวาระสำคัญ   และกำหนดให้หน่วยงานสาธารณสุขทุกระดับดำเนินการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการยุติวัณโรคแห่งชาติขึ้น (National Operation Center for TB) หรือ NOC-TB เพื่อลดปัญหาวัณโรคในประเทศไทย

เขตสุขภาพที่ 10 ประกอบด้วย 5 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ ยโสธร และมุกดาหาร    ซึ่งได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการยุติวัณโรคแห่งชาติในระดับจังหวัดทั้งหมดแล้ว โดยผลการดำเนินงานในปี 2560 ที่ผ่านมา   พบผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ทุกประเภท 5,613 คน คิดเป็นอัตราการค้นพบร้อยละ 71 ของค่าประมาณการผู้ป่วย 7,900 คน อัตราการรักษาสำเร็จผู้ป่วยรายใหม่ ร้อยละ 86  อัตราการเสียชีวิต ร้อยละ 7 ซึ่งยังต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายการดำเนินงานวัณโรคของประเทศ

กระทรวงสาธารณสุข จึงได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการยุติวัณโรคแห่งชาติ เขตสุขภาพที่ 10 ขึ้น เพื่อเป็นการขับเคลื่อนการดำเนินงานและประสานความร่วมมือด้านวัณโรค ใน 5 จังหวัด และเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาทักษะ เพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่รับผิดชอบงานป้องกันควบคุมวัณโรคทั้งในระดับจังหวัด และระดับอำเภอ  โดยในปี 2561 นี้

เขตสุขภาพที่ 10 ได้ตั้งเป้าหมายค้นหาผู้ป่วยวัณโรคในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สัมผัสโรค ผู้ต้องขังในเรือนจำ ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี ผู้ติดเชื้อเอซไอวี ผู้ป่วยเบาหวาน แรงงานข้ามชาติ และบุคลากรสาธารณสุข ให้ครอบคลุมร้อยละ 90 เพิ่มอัตราการค้นพบให้ได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 และเพิ่มอัตราการรักษาสำเร็จผู้ป่วยรายใหม่ให้ได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90  อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานจะประสบความสำเร็จได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายสุขภาพทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการยุติวัณโรคแห่งชาติ ให้บรรลุตามเป้าหมายต่อไป

“ในโอกาสนี้ ขอแนะนำประชาชนว่า วัณโรคสามารถติดต่อได้จากการไอหรือจามรดกัน โรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ เพียงรับประทานยาต่อเนื่องประมาณ 6 เดือน และให้หมั่นสังเกตอาการของตนเอง หากมีไข้ต่ำ ไอติดต่อกัน 2 สัปดาห์ เหนื่อยหอบ และน้ำหนักลด ให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อรับการวินิจฉัย หากพบว่าป่วยจะได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ส่วนการป้องกันโรค ทำได้โดยการสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่น และดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล คือ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ หมั่นออกกำลังกาย ล้างมือด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากการสัมผัสเสมหะ สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

Latest articles

ฟอร์วิส มาซาร์ส  เปิดเวที Tax Talk 2026 รับเทรนด์ภาษีท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก

ฟอร์วิส มาซาร์ส  เปิดเวที Tax Talk 2026 : Transforming Uncertainty into Confidence ระดมผู้เชี่ยวชาญร่วมแบ่งปันข้อมูลเชิงลึก รับเทรนด์ภาษีท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก

OMODA & JAECOO อวดยอดขายทะลุ 1 ล้านคัน ส่งรุ่นเรือธง OMODA 4 บุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย

ครบรอบ 3 ปี OMODA & JAECOO ได้ประกาศยอดขายสะสมทั่วโลกทะลุ 1 ล้านคัน ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์รุ่นใหม่ที่บรรลุเป้าหมาย 1 ล้านคันได้เร็วที่สุด เปิดตัวเผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น นำโดย OMODA 4, OMODA 7 และ JAECOO 7

ร้านกาแฟพันธุ์ไทย ส่งลิมิเต็ดคอลเลกชัน สกาย–นานิ เอาใจแฟนด้อม

 ‘พันธุ์ไทย’ ต่อยอดกระแส ‘สกาย–นานิ’ ฟีเวอร์ ส่งคอลเลกชันลิมิเต็ดเขย่าใจแฟนด้อม หลังสร้างกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากการเปิดตัวพรีเซนเตอร์คู่สุดฮอต จนก้าวขึ้นเป็นดูโอขวัญใจมหาชน

ยอดขอบีโอไอ Q1 กว่า 1 ล้านล้านบาท เผย 5 อันดับการลงทุน อุตสาหกรรมดิจิทัล-AI มาแรง

การลงทุนในกิจการดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์เซอร์วิส ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 8.7 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 86 ของเงินลงทุนในไตรมาสนี้ สาเหตุเนื่องมาจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจดิจิทัล

More like this