ดิ โอกุระ เพรสทีจ รับสมัครนักศึกษาการโรงแรมร่วมแข่งทำอาหาร

64

โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ประกาศรับสมัครนิสิต นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในสาขาวิชาการโรงแรม งานครัว และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่มีความสนใจการทำอาหาร และต้องการพัฒนาความสามารถในการปรุงอาหาร ได้มีโอกาสสมัครเข้าร่วมแข่งขันการทำอาหารชิงรางวัลเป็นทุนศึกษาดูงานที่ โรงแรม โฮเทล โอกุระ อัมสเตอร์ดัม (Hotel Okura Amsterdam) โดยเริ่มเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 เป็นต้นไป

Advertisement

โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ได้จัดการแข่งขันทำอาหารครั้งแรกปี 2560 ในโอกาสครบรอบ 5 ปี ของโรงแรมฯวัตถุประสงค์หลักของการแข่งขันก็เพื่อแบ่งปันโอกาสและการเรียนรู้ให้แก่นิสิต นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในสาขาวิชาการโรงแรม งานครัว และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งก็มีผู้สนใจเข้าร่วมการแข่งขันมากมาย สำหรับในครั้งนี้ถือเป็นการจัดแข่งขันทำอาหารเป็นครั้งที่ 2 นิสิต นักศึกษา ที่สนใจเข้าร่วมแข่งขันทำอาหารสามารถยื่นใบสมัครเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันได้ที่ แผนกทรัพยากรบุคคล ชั้น 23 โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ในวันจันทร์ – วันศุกร์ ระหว่างเวลา 10.00 น. ถึง 15.00 น. ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 ถึง วันที่ 30 มีนาคม 2561 และโพสต์คลิป VDO ความยาว 3 – 5 นาที แสดงการทำอาหารประเภทใดก็ได้ ลงในหน้าเฟสบุ๊คของตนเอง พร้อมส่งคลิป VDO มาที่ อีเมล์ hr@okurabangkok.com  ภายในวันที่ 6 เมษายน 2561

ประกาศรายชื่อผู้ผ่านรอบแรกในวันที่ 9 เมษายน 2561 และนัดหมายเพื่อการทดสอบการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ แบบตัวต่อตัวกับเชฟ แอนโทนี ชอลท์ไมเยอร์ (Antony Scholtmeyer) หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ (Executive Chef ) ประจำโรงแรมฯ ก่อนที่จะประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้ายเพียง 5 คน ที่จะได้มีโอกาสได้เรียนรู้และฝึกฝนการปรุงอาหารญี่ปุ่นจากหัวหน้าพ่อครัว (Master Chef) ชาวญี่ปุ่น ประจำห้องอาหาร ยามาซาโตะ เชฟ ชิเงรุ ฮางิวาระ (Shigeru Hagiwara) เป็นเวลาทั้งสิ้น 3 สัปดาห์ โดยในวันสุดท้ายผู้เข้าแข่งขันจะต้องทำอาหารให้คณะกรรมการ และแขกผู้มีเกียรติรับประทานในคืนตัดสิน (Judges’ Panel Night)

ผู้แข่งขันที่ทำอาหารได้ถูกใจคณะกรรมการ และแขกผู้มีเกียรติมากที่สุดเพียงท่านเดียว จะได้รับรางวัลเป็นทุนไปศึกษาดูงานที่โรงแรม โฮเทล โอกุระ อัมสเตอร์ดัม (Hotel Okura Amsterdam) เป็นเวลา 9 วัน ซึ่งจะได้เรียนรู้การทำอาหารในครัวกับเชฟโอะโนะ ค็อกไมเยอร์ (Chef Onno Kokmeijer) เชฟชื่อดังจากห้องอาหารซีเอลเบลอ ซึ่งเป็นห้องอาหารที่ได้รับมิชลิน 2 ดาวและเป็นเชฟที่ได้รับรางวัลเป็นตำแหน่ง เอส วี เอช  มีสเทอเชฟ (SVH Meesterchef) หรือ มาสเตอร์ เชฟ (Master Chef) ซึ่งถือเป็นตำแหน่งสูงสุดของบุคคลากรในสายงานพ่อครัวจากสถาบันชื่อดังในวงการธุรกิจอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการของประเทศเนเธอร์แลนด์ คือ Stichting Vakbekwaamheid Horeca รางวัลรวมตั๋วเครื่องบิน ไป กลับ กรุงเทพฯ – อัมสเตอร์ดัม ที่พักที่ โรงแรม โฮเทล โอกุระ อัมสเตอร์ดัม 8 คืน มื้ออาหารกลางวันสุดพิเศษที่ห้องอาหารยามาซาโตะ (Yamazato) 1 มื้อ มื้ออาหารค่ำที่ห้องอาหารซีเอลเบลอ (Ciel Bleu) 1 มื้อ โปรแกรมท่องเที่ยวในอัมสเตอร์ดัม 1 วัน การจัดทำวีซ่า ประกันการเดินทาง เงินรางวัล 10,000 บาท รางวัลรวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 100,000 บาท

มร. เอ็ดเวิร์ด อี สนุ๊ก (Edward E. Snoeks) ผู้จัดการทั่วไปส่วนภูมิภาคประจำประเทศไทย และผู้จัดการทั่วไป (General Manager) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ได้กล่าวเกี่ยวกับการแข่งขันทำอาหารในครั้งนี้ว่า “โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ได้จัดการแข่งขันทำอาหารเป็นครั้งแรกในโอกาสครบรอบ 5 ปี ของโรงแรมฯ เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งการแข่งขันครั้งนั้นทำให้เราได้พบกับผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่มีความสามารถมากมาย และผมเองก็รู้สึกประทับใจในความตั้งใจของผู้เข้าแข่งขันทุกคนที่แสดงความสามารถและฉายแววพร้อมที่จะเป็นเชฟที่ดีต่อไปในอนาคต ผมขอเชิญชวนนิสิต นักศึกษา สมัครมาร่วมแข่งขันทำอาหารในครั้งนี้ ซึ่งผมมองว่าเป็นโอกาสที่ดีของผู้เข้าแข่งขันที่จะได้เรียนรู้การทำอาหารจากเชฟมืออาชีพ และนำไปพัฒนาตนเองต่อไป”

นิสิต นักศึกษาที่สนใจสมัครเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ สามารถยื่นใบสมัครพร้อมรูปถ่ายที่ แผนกทรัพยากรบุคคล ชั้น 23 โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 19 กุมภาพันธ์ – 30 มีนาคม 2561

คุณสมบัติผู้สมัคร

  1. ชาย หรือหญิง สัญชาติไทย อายุระหว่าง 18 -25 ปี
  2. กำลังศึกษาระดับปริญาตรีชั้นปีที่ 3 หรือ 4 ของภาควิชาที่เกี่ยวกับการโรงแรม และธุรกิจท่องเที่ยว ในมหาวิทยาลัยในประเทศไทย หรือ ศึกษาระดับ ปวส ชั้นปีที่ 2 ภาควิชาการทำอาหารของโรงเรียนสอนทำอาหาร
  3. มีคะแนนเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.75
  4. มีความสามารถในการสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ
  5. สามารถเดินทางไปต่างประเทศตามลำพังได้โดยมีหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง หรือหนังสือรับรองจากสถาบันการศึกษามายืนยัน
  6. มีหนังสือเดินทางที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 2 ปี ในวันที่ยื่นใบสมัคร
  7. มีความสามารถในการเตรียมเอกสารเพื่อยื่นขอทำวีซ่าเข้าประเทศเนเธอร์แลนด์
  8. ไม่มีโรคประจำตัว หรือโรคติดต่อร้ายแรง
  9. ไม่มีประวัติอาชญากรรม
  10. มีความมั่นใจ และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในต่างประเทศได้โดยลำพัง

รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารการตลาดที่ pr@okurabangkok.com หรือโทร 02 687 9000