“Locanation” แพลตฟอร์มจองโรงแรมสัญชาติไทย

Published on

เปิดตัว “Locanation” แพลตฟอร์มจองโรงแรมสัญชาติไทย ชูจุดขาย โรงแรมเข้าร่วมฟรีค่าคอมมิชชัน การันตีได้มากกว่าในทุกการจอง ดีเดย์เปิดตัว 1 ต.ค.นี้

บริษัท โลเคเนชั่น จำกัด เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เปิดตัวแพลตฟอร์ม ‘Locanation’ ครั้งแรกในรูปแบบ The First-Ever Social Travel Marketplace พร้อมแข่ง OTA ยักษ์จากต่างชาติ โรงแรมเข้าร่วมไม่เสียคอมมิชชัน สามารถจัดโปรโมชันและนำเสนอสิทธิประโยชน์พิเศษเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว พร้อมให้บริการ 1 ตุลาคม 64 ขานรับนโยบายรัฐบาลเปิดประเทศอย่างเป็นทางการ

เปเป้ อรุณานนท์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท โลเคเนชั่น จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้นำความรู้และประสบการณ์จากการทำแพลตฟอร์มการจองโรงแรมสถานที่กักตัวทางเลือกแห่งรัฐ (ASQ) และ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) มาต่อยอดและพัฒนาแพลตฟอร์ม Locanation (www.locanation.com) เพื่อเป็นแพลตฟอร์มจองโรงแรมเต็มรูปแบบ ภายใต้คอนเซปต์ใหม่ “The First-Ever Social Travel Marketplace” ซึ่งจะเป็นแพลตฟอร์มจองโรงแรมรายแรกของโลกที่ไม่เก็บค่าคอมมิชชันจากโรงแรมที่เข้าร่วมระบบ ตั้งเป้าเป็นช่องทางการจองโรงแรมโดยตรงให้กับโรงแรม เพราะโรงแรมสามารถสื่อสารข้อมูลโดยตรงกับลูกค้าที่จองห้องพักและมอบสิทธิประโยชน์ที่ดียิ่งขึ้นได้อีก

Locanation เล็งเห็นโอกาส หลังจากรับทราบถึงปัญหาของผู้ประกอบการโรงแรม อาทิ เช่น การผูกขาดตลาดของแพลตฟอร์มต่างชาติ ซึ่งส่งผลให้โรงแรมต้องจ่ายค่าคอมมิชชันสูงถึง 30% หรือการที่โรงแรมไม่สามารถสื่อสารโปรโมชั่นและข้อมูลต่างๆ โดยตรงกับนักท่องเที่ยวผ่านแพลตฟอร์มเหล่านั้นได้ ปัญหาเหล่านี้ ก่อให้เกิดเทรนด์การจองห้องพักโดยตรงที่เพิ่มมากขึ้น แต่ทว่ากว่า 70% ของโรงแรมในประเทศไทย ยังไม่มีช่องทางออนไลน์ให้นักท่องเที่ยวจองห้องพักหรือแม้แต่สอบถามข้อมูล

“เราพัฒนาระบบการจองโรงแรมรูปแบบใหม่ขึ้นมา เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยว ยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และนำรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมดกลับมาอยู่ในอุ้งมือของคนไทย”

แพลตฟอร์ม Locanation เป็น 1 ในทีมที่ชนะการประกวดโครงการ TAT Travel Tech Startup Season 2 ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ถูกพัฒนาภายใต้พันธกิจ ‘Good for hotels, better for travelers’ หรือ ‘ดีสําหรับโรงแรม และดียิ่งกว่าสําหรับนักท่องเทียว’ พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 1 ตุลาคม 2564 สอดคล้องกับนโยบายฟื้นเศรษฐกิจของประเทศด้วยการท่องเที่ยวที่พร้อมจะเปิดประเทศ

เปเป้ อรุณานนท์ชัย

เปเป้ กล่าวเสริมว่า เมื่อมาตรการของรัฐเริ่มผ่อนคลายจากวิกฤตโควิด-19 จะเห็นคนไทยต้องการท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเทรนด์การท่องเที่ยวหลังคลายล็อกดาวน์นั้น ตลาดในประเทศจะกลับมาเร็วที่สุด ซึ่งสอดรับกับททท. ที่ได้เดินหน้าโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 จำนวน 2 ล้านสิทธิ์ ซึ่งรัฐบาลสนับสนุนค่าโรงแรม 40% การมอบคูปองอาหาร 600 บาทต่อคืน การลดราคาตั๋วเครื่องบิน 40% ให้เดินทางท่องเที่ยว รวมถึงโครงการทัวร์เที่ยวไทย 1 ล้านสิทธิ์ สนับสนุน 5,000 บาท ในการซื้อแพคเก็จทัวร์ท่องเที่ยว เป็นต้น

แพลตฟอร์ม Locanation จะให้บริการ 3 ภาษา ประกอบด้วยไทย อังกฤษ และจีน โดยเฟสแรกของการเปิดให้บริการจะเน้นผู้ใช้บริการจะเป็นนักท่องเที่ยวไทยในประเทศ 80% อีก 20% เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยตั้งเป้าโรงแรมที่จะเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์ม Locanation เป็น 20,000 โรงแรมได้ภายในปี 2565

จุดเด่น คือ เมื่อผู้ประกอบการโรงแรมที่เข้าร่วมแพลตฟอร์ม Locanation ไม่ต้องเสียค่าคอมมิชชัน จึงทำให้เปรียบเสมือนช่องทางการจองตรงของโรงแรม สามารถสื่อสารโดยตรงกับนักท่องเที่ยว พวกเขาสามารถนำรายได้ที่เคยสูญเสียไปในจุดนั้นมาแปรเปลี่ยนเป็นสิทธิประโยชน์ที่ตรงกับความต้องการของผู้เข้าพักเพิ่มมากขึ้น เช่น บริการรถรับส่งระหว่างโรงแรมไปยังสนามบิน หรือฟรีมินิบาร์ เป็นต้น

นอกเหนือไปจากนั้น ปัจจุบัน Locanation ได้ทำการจับมือกับพันธมิตรระดับประเทศอย่าง สยามพิวรรธกรุ๊ป และทิพยประกันภัย โดยได้ร่วมกันพัฒนาและออกแบบสิทธิประโยชน์มากมายที่จะนำมามอบให้กับผู้ใช้ เพื่อให้ทุกจองนำไปสู่การเดินทางที่พิเศษและครบครันมากยิ่งขึ้น

” การที่โรงแรมและลูกค้าสามารถสื่อสารกันโดยตรง ทั้งในรูปแบบของโพสต์และแชทส่วนตัว จะส่งผลให้โรงแรมสามารถอัพเดทโปรโมชันและดีลห้องพักได้แบบเรียลไทม์ และจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงนักท่องเที่ยวของโรงแรมอีกด้วย”  เปเป้ กล่าว

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท. สนับสนุนและส่งเสริม Startup โดยเฉพาะในกลุ่ม TravelTech ของประเทศไทย ให้มีศักยภาพในการแข่งขันในระดับนานาชาติ ซึ่งการพัฒนาแพลตฟอร์มการจองโรงแรมในรูปแบบใหม่โดยโลเคเนชั่นนี้ เป็นการให้บริการที่จะช่วยแก้ปัญหาและเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการโรงแรมไทยให้สามารถสร้างประโยชน์สูงสุดจากการดำเนินธุรกิจ

ตลอดทั้งสามารถตอบสนองความต้องการตามพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่นิยมจองห้องพักผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่ง ททท. คาดว่า ไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คลี่คลายลง และอัตราการฉีดวัคซีนครอบคลุมตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขแล้ว บรรยายการท่องเที่ยวจะเริ่มกลับมาสร้างความคึกคัก และความเข้มเข็งให้แก่ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยอีกครั้ง

Latest articles

PSP ปิดดีลเสริมทัพ “ไทร์ ทู ยู” รุกตลาดธุรกิจยานยนต์ครบวงจร

PSP ประกาศปิดดีลเชิงกลยุทธ์ เข้าถือหุ้น 100% ใน บริษัท ไทร์ ทู ยู จำกัด (Tyre To U) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยางรถยนต์แบรนด์ชั้นนำระดับสากลกว่า 6 แบรนด์ในประเทศไทยและผู้ดำเนินธุรกิจเครือข่ายร้านขายยางรถยนต์ "เซฟไทร์" พร้อมด้วย บริษัท กู๊ดไรด์ ไทร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายยางจักรยานยนต์แบรนด์ชั้นนำ หลังได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทเมื่อ 12 พฤษภาคม 2569 โดยการเข้าซื้อครั้งนี้ถือเป็นการขยายธุรกิจครั้งสำคัญของ

“ชิน เยอึน” บินลัดฟ้าชวนชาวไทย ในงานเปิดตัวแคมเปญ ‘집들이 by LG

“ชิน เยอึน” บินลัดฟ้าชวนชาวไทย ‘ขึ้นบ้านใหม่’ สุดอบอุ่น ในงานเปิดตัวแคมเปญ ‘집들이 by LG ทุกก้าวของการใช้ชีวิตในบ้าน เริ่มต้นกับแอลจี’พร้อมปักหมุดรับความสนุกกับกิจกรรมตลอดวันที่ 4–9 มิถุนายนนี้ ชั้น 1 โซน Central Court, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

บีโอไอไฟเขียว “เพียวไซเคิล” ทุ่ม 8 พันล้าน สร้างฐานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลระดับโลกในไทย

บีโอไอหนุน “เพียวไซเคิล” ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีรีไซเคิลพลาสติกโพลีโพรพิลีนคุณภาพสูงจากสหรัฐอเมริกา เดินหน้าลงทุนกว่า 8,100 ล้านบาท ตั้งโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง จ.ระยอง ยกระดับอุตสาหกรรมรีไซเคิลไทย สอดรับกระแสเศรษฐกิจสีเขียวที่กำลังเติบโตทั่วโลก

วว. คว้ารางวัล @ เวทีระดับโลก INTARG® 2026 สาธารณรัฐโปแลนด์

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) นำผลงานวิจัยเข้าร่วมการประกวดและจัดแสดงนิทรรศการในงาน The 19th International Invention and Innovation Show (INTARG® 2026) ระหว่างวันที่ 2 – 3 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ International Congress Centre เมืองคาโตไวซ์ (Katowice) สาธารณรัฐโปแลนด์ สนับสนุนโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

More like this