ดิจิเทค วัน ชูแพลตฟอร์มด้านความปลอดภัย ในธุรกิจธนาคาร – ประกันภัย – สถาบันสุขภาพ

Published on

ดิจิเทค วัน เป็นบริษัทในเครือ บริษัท SVOA Group ซึ่งแยกออกมาเพื่อให้บริการโซลูชั่นสำหรับองค์กรธุรกิจ เผยกลยุทธ์ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ในรูปแบบบริการโซลูชั่นเฉพาะกลุ่ม SaaS Business Model (Software as a Service) การให้บริการด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นสถาบันการเงิน การธนาคาร ประกันภัย สถาบันสุขภาพ และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อช่วยพลิกโฉมองค์กรธุรกิจในยุค Digital Disruption

พิรดา อิงค์ธเนศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิจิเทควัน จำกัด เปิดเผยว่า ธุรกิจของบริษัทฯ เกิดจากการที่ บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) ต้องการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้มีความแข็งแกร่งในยุคที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อที่บริษัทฯ จะยืนหยัดในธุรกิจไอทีได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยเฉพาะ Digital Transformation ซึ่งมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการนำ Digital Technology มาปรับใช้กับทุกส่วนของธุรกิจ ทาง SVOA Group จึงได้มีการลงทุน 100 % ใน “ดิจิเทค วัน” ดังกล่าวเพื่อนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้าไปตอบโจทย์ให้กับองค์กรธุรกิจที่จะต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานในยุค Digital Disruption ด้วยการนำแพลตฟอร์มด้านความมั่นคงปลอดภัยสำหรับองค์กรธุรกิจเข้าไปให้บริการในกลุ่มเป้าหมายไม่ว่าจะเป็น กลุ่มสถาบันการเงิน การธนาคาร ประกันภัย สถาบันสุขภาพ และหน่วยงานภาครัฐ เป็นปัจจัยทำให้บริษัทฯมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปี 2021จะมียอดขายประมาณ 150 ล้านบาท

กลุ่มธุรกิจที่หนึ่งคือ การให้บริการแพลตฟอร์มของบริษัทโดยใช้กลยุทธ์ SaaS Business Model (Software as a Service) เพื่อให้การทำงานของผู้ประกอบการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ระบบเซ็นและอนุมัติเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ รวมไปถึงระบบจัดการเอกสารทางภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยระบบเทคโนโลยีที่ช่วยให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างองค์กรมีความปลอดภัย ผู้ประกอบการสามารถใช้เทคโนโลยีปรับปรุงบริการให้ดียิ่งขึ้นในลักษณะของการนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาวิเคราะห์จะช่วยให้การตัดสินใจมีความแม่นยำยิ่งขึ้น สำหรับ SaaS Business Model บริษัทฯ พร้อมนำเสนอโซลูชั่นที่เหมาะสมกับทุกองค์กรธุรกิจทั้งรายใหญ่ และรายย่อย และด้วยระบบที่แข็งแกร่งสำหรับการประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก จึงเหมาะกับองค์กรธุรกิจที่กำลังเจริญเติบโต

พิรดา อิงค์ธเนศ

กลุ่มธุรกิจที่สองคือ การให้บริการทางไซเบอร์ซิเคียวริตี้แบบครบวงจร ปัจจัยส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจนี้ ได้แก่ การที่เกิด Digital Disruption ในองค์กรชั้นนำต่าง ๆ ทำให้มีการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในองค์กรมากขึ้น รวมถึงเทรนด์การใช้ระบบคลาวด์ที่แพร่หลาย ทำให้องค์กรธุรกิจหันมาให้ความสำคัญต่อการปกป้องข้อมูลที่มีความสำคัญภายในองค์กรจากการถูกเจาะและรั่วไหลโดยผู้ไม่ประสงค์ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data) ที่องค์กรต้องคุ้มครองภายใต้กฎหมายด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สิ่งเหล่านี้ทำให้บริษัทฯ มีความเชื่อมั่นในการเข้าไปให้บริการและให้คำปรึกษา รวมถึงออกแบบโซลูชั่นที่สอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ Personal Data Protection Act (PDPA) นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีขีดความสามารถในการให้บริการและให้คำปรึกษา รวมถึงออกแบบโซลูชั่นที่สอดคล้องกับ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ที่มีการกำหนดให้หน่วยงานเอกชนและภาครัฐที่ถูกกำหนดให้เป็นหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (Critical Information Infrastructure : CII) ซึ่งมีความสำคัญเชิงเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ จะต้องยกระดับในการเฝ้าระวัง ป้องกัน รับมือและลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ องค์กรที่ถูกกำหนดให้เป็น CII ตาม พรบ. ได้แก่ กลุ่มความมั่นคงและบริการภาครัฐที่สำคัญ กลุ่มการเงินการธนาคาร กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม กลุ่มการขนส่งและโลจิสติกส์ กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค กลุ่มสาธารณสุข

กลุ่มธุรกิจที่สาม คือการให้บริการเช่าใช้แพลตฟอร์มโซลูชั่นเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่ม non-banks กลุ่มฟินเทค กลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ซึ่งบริษัทฯ จัดทำแพลตฟอร์มสำเร็จรูปไม่ว่าจะเป็น E-KYC, digital ID และ การขอสินเชื่อออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชั่นสำเร็จรูปที่พร้อมให้บริการ โดยมุ่งหวังว่าจะเป็นเพื่อนที่คอยช่วยให้เส้นทางธุรกิจขององค์กรต่าง ๆ ราบรื่นและเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาแอพพลิเคชั่นแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีการยืนยันตัวตนเพื่อให้องค์กรสามารถตอบสนองโจทย์และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

“จุดแข็งของดิจิเทค วัน คือ ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พร้อมรับฟังความคิดเห็นของลูกค้า และทำให้ดีที่สุด เน้นความปลอดภัย เนื่องจากเรามีพื้นฐานภาคธุรกิจธนาคาร ทำให้การออกแบบโซลูชั่นได้ดีมีความยืดหยุ่นในการเชื่อมต่อระบบต่าง ๆ ซึ่งมีการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่างใกล้ชิด คำนึงถึงประสบการณ์ของผู้ใช้งาน เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดี” พิรดา กล่าวทิ้งท้าย

Latest articles

กรมการพัฒนาชุมชน ชวนช้อปสินค้า OTOP ในงาน “OTOP Trader Connect” 

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดงาน “OTOP Trader Connect : เชื่อมตลาด สร้างคู่ค้า ขยายโอกาสธุรกิจ” ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2569 ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต

เอกชน ชี้เศรษฐกิจ-ส่งออกไทย โตแบบ K-Shape แนะทางรอดประเทศ การเมืองนิ่ง-ปราบคอร์รัปชัน เน้นร่วมมือรัฐ-เอกชน ฝ่าวิกฤต

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วง 10 เดือนของปีนี้มีทิศทางปรับตัวดีขึ้น เป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนผ่านคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทย (GDP) ทั้งปีนี้จะขยายตัวได้ราว 2.1-2.5%

“เอกนิติ” กางยุทธศาสตร์ “Thailand Next Economy 2027 ดันไทยสู่ Second Take-off รับมือ 5 คลื่นมรสุมโลก

“เอกนิติ” ชี้ไทยต้องใช้โอกาสจากเวที IMF-World Bank สร้างความเชื่อมั่นต่อยอดลงทุน ย้ำโลกผันผวนต้องอุดรอยรั่วเศรษฐกิจ ช่วยเหลือประชาชนตรงกลุ่ม เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน พร้อมยกระดับทักษะแรงงาน หวังสร้าง Second Take-off ให้เศรษฐกิจไทย

สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ จัดใหญ่ “Thailand Next Economy 2027”พร้อมมอบรางวัล CEO Econmass Awards 2026

สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ร่วมกับ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) , สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดงานสัมมนาใหญ่เศรษฐกิจไทย ประจำปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “Thailand Next Economy 2027

More like this