เป็นหวัดหน้าหนาว เสี่ยงติดเชื้อไวรัส RSV

Published on

กรมควบคุมโรค ประกาศเตือนโรคทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัสอาร์วี ซึ่งพบมากในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว อีสาน-เหนือ เสี่ยงสูง เผยอาการคล้ายหวัด หากรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว ต้องระวังอย่างสูง

จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 ถึงปัจจุบัน พบรายงานสงสัยผู้ติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus: RSV) หลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ได้แก่ ชัยภูมิ อุบลราชธานี อุดรธานี นครราชสีมา มุกดาหาร เชียงใหม่ และลำพูน มีผู้เสียชีวิต รวม 2 ราย จากจังหวัดชัยภูมิ และลำพูน

จากคลังข้อมูลสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ปี 2560 – 2563 พบว่า มักพบผู้ป่วยโรคนี้ในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนสิงหาคม – พฤศจิกายนของทุกปี และอาจจะพบผู้ป่วยประปรายในช่วงเดือนธันวาคม – มกราคม  จังหวัดที่พบจำนวนผู้ป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา สุรินทร์ ขอนแก่น มหาสารคาม และปัตตานี

การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพของสัปดาห์นี้ คาดว่าในช่วงนี้มีโอกาสพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูหนาว สามารถติดต่อผ่านระบบทางเดินหายใจ โดยการสูดเอาละอองฝอยที่มีเชื้อเข้าสู่ร่างกาย หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ ผ่านการไอ จาม ซึ่งอาการจะเกิดขึ้นหลังจากที่ได้รับเชื้อ 2-8 วัน เฉลี่ย 5 วัน พบมากในเด็กอายุแรกเกิด -5 ปี อาการมีตั้งแต่เล็กน้อยเหมือนไข้หวัดถึงรุนแรงจนเสียชีวิต กลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดอาการรุนแรง คือ เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป และผู้มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคหัวใจ  โรคปอด ภูมิคุ้มกันบกพร่อง กล้ามเนื้ออ่อนแรง และเด็กที่มีประวัติคลอดก่อนกำหนด

กรมควบคุมโรค ขอแนะนำผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเลี้ยงดูเด็ก ครูหรือพี่เลี้ยงเด็ก ควรรักษาสุขภาพตนเองให้แข็งแรงและรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคต่าง ๆ ไปสู่เด็กในความดูแล และควรสังเกตอาการเด็กอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ให้เด็กล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด โดยเฉพาะก่อนมื้ออาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ ไม่ใช้แก้วน้ำหรือของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ที่ติดเชื้อหรือมีอาการคล้ายไข้หวัด  หลีกเลี่ยงการไปในสถานที่ที่ผู้คนหนาแน่น ไม่ควรพาเด็กไปเล่นในสถานที่มีเด็กเล่นอยู่รวมกันจำนวนมาก

ส่วนผู้ที่ป่วยควรงดออกนอกบ้านในช่วงที่มีอาการ เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อไปยังผู้อื่น และควรสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันเวลาไอหรือจามด้วย ทำความสะอาดบ้าน รวมทั้งของเล่นเด็กเป็นประจำ ควรรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ดื่มน้ำมาก ๆ และให้เด็กพักผ่อนอย่างเพียงพอ หากเด็กมีอาการป่วยเป็นไข้หวัด ควรแยกเด็กออกจากเด็กปกติ เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อ และพาไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาต่อไป การรักษาส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการ

สอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

 

Latest articles

VFS Global enhances UK visa submission experience for Thai travellers with 7 Premium and Mobile Visa Application Centres across Thailand

With demand for travel from Thailand to the UK continuing to grow, VFS Global...

แพทย์ชี้ เป้าหมายการรักษาโรค SLE มุ่งสู่ “ภาวะโรคสงบ” ด้วยนวัตกรรมการรักษาที่ตรงจุด

โรคแพ้ภูมิตัวเอง SLE (Systemic Lupus Erythematosus) ยังคงเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของคนไทย พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเกือบ 10 เท่า โดยเฉพาะในวัยเรียน วัยทำงาน และวัยสร้างครอบครัว แพทย์ชี้แนวทางการรักษาโรค SLE...

เปิดโลกศิลปะผ่านการเล่นกับ “BICT Fest 2026”เริ่มแล้ววันนี้ ณ วัน แบงค็อก

เทศกาลละครนานาชาติสำหรับเด็กและเยาวชน กรุงเทพฯ หรือ BICT Fest (Bangkok International Children’s Theatre Festival) ครั้งที่ 5 ที่กลับมาสร้างปรากฏการณ์อีกครั้งในวาระครบรอบ 10 ปี ภายใต้แนวคิด “Play Attention: Look Who’s Growing Up!” กั

“ลานกางเต็นท์ สถานีวิจัยลำตะคอง วว.” ปักหมุดรีเทิร์น 1 ก.ย. นี้ สูดโอโซนปากช่องชิลๆ

สถานีวิจัยลำตะคอง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ประกาศเปิด “Lamtakhong Camping Site” หรือ ลานกางเต็นท์ สถานีวิจัยลำตะคอง อย่างเป็นทางการอีกครั้ง ในวันที่ 1 กันยายน 2569 ชวนสายแคมป์ กลุ่มเพื่อน ครอบครัว หรือแก๊งถ่ายรูป มาเช็กอินรับลมหนาวแรก สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ วิวภูเขา และพื้นที่สีเขียวสุดร่มรื่นใกล้เขื่อนลำตะคอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

More like this