‘PRM’ โชว์ศักยภาพกองเรือฯ

4
วิริทธิ์พล จุไรสินธุ์

‘PRM’ โชว์ศักยภาพกองเรือฯ ตอกย้ำความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมฯ คว้าโอกาสทางธุรกิจและบริหารความเสี่ยงท่ามกลางความท้าทายของ COVID-19 ผลักดันการเติบโตในปี 2563 เติบโต 10-15% ตามเป้าหมาย
‘บมจ. พริมา มารีน’ หรือ (“PRM”) ประกาศความมั่นใจปีนี้เติบโต 10-15% ได้ตามแผน แม้เผชิญปัจจัยลบจาก COVID-19 ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ชูศักยภาพการดำเนินงานที่มีกองเรือที่แข็งแกร่งสร้างรายได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย และบริหารจัดการสอดคล้องสถานการณ์ตลาดฯ เพื่อสร้างการเติบโตที่ดี

วิริทธิ์พล จุไรสินธุ์ ผู้อำนวยการสายงานการเงินและบัญชี บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) (“PRM”)
ผู้ให้บริการขนส่งและจัดเก็บผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และปิโตรเคมีเหลวทางเรือรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เปิดเผยว่า ปี 2563 ถือเป็นอีกปีหนึ่งที่มีความท้าทายในเชิงการบริหารจัดการกองเรือในแต่ละกลุ่มธุรกิจ ให้สอดคล้องกับภาวะอุตสาหกรรมการให้บริการเรือขนส่งและจัดเก็บผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ซึ่งบริษัทฯ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ในทุกมิติ ตลอดจนบริหารความเสี่ยงบนความไม่แน่นอนจากปัจจัยการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้ดี ทำให้มั่นใจว่าจะผลักดันผลการดำเนินงานได้ 10-15% ตามแผนที่วางไว้
ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจเรือขนส่งและกักเก็บปิโตรเลียมกลางทะเล (FSU) ถือเป็นกลุ่มที่สร้างการเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด

ทั้งรายได้และอัตราการทำกำไรขั้นต้น หลังจาก PRM ได้ขยายกองเรือในธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นเป็น 8 ลำ จากเดิมที่มี 5 ลำ โดยสามารถเก็บเกี่ยวโอกาสทางธุรกิจจากความต้องการใช้เรือที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีการใช้บริการเรือเต็ม 100% รวมทั้งสามารถปรับอัตราค่าบริการเพิ่มขึ้น 20% สอดคล้องกับทิศทางของตลาด

ขณะที่กลุ่มธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปภายในประเทศ แม้ว่าปีนี้ต้องเผชิญปัจจัยลบจาก COVID-19 แต่ด้วยนโยบายการบริหารจัดการโดยมุ่งรักษาอัตราการใช้เรือของบริษัทฯ มากกว่า 90% ซึ่งสามารถทำกำไรได้ดีกว่าการจ้างเรือขนส่งภายนอก ทำให้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้มาได้ เช่นเดียวกับกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจเรือขนส่งระหว่างประเทศ กลุ่มธุรกิจเรือ Offshore และธุรกิจบริหารจัดการเรือ ที่ยังคงรักษาความสามารถในการดำเนินงานที่ดีเช่นกัน

“เรามั่นใจว่าจะผลักดันการเติบโตในปีนี้ได้ตามแผน อันเป็นผลมาจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจที่มีมายาวนาน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพกองเรือที่มุ่งสร้างความแข็งแกร่งเพื่อรับโอกาสทางธุรกิจ และสามารถบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้เรายังคงเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ได้อย่างแข็งแกร่งต่อไป” วิริทธิ์พล กล่าว