แพทย์ รพ. สงขลานครินทร์ ใช้พลาสมารักษาผู้ป่วยโควิด-19 สำเร็จ

Published on

“โรงพยาบาลสงขลานครินทร์” โชว์ความสำเร็จในการใช้พลาสมาจากผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาหายแล้ว นำไปรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการวิกฤติจนหายเป็นปกติ เป็นครั้งแรกของภาคใต้ พร้อมเชิญชวนผู้ป่วยที่หายเป็นปกติแล้ว ร่วมบริจาคพลาสมา ณ คลังเลือด โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เพื่อช่วยชีวิตเพื่อนผู้ป่วยได้มีโอกาสการรักษาและรอดชีวิตจากโควิด-19

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ศรัญญู ชูศรี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยว่า ทีมแพทย์โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ประสบความสำเร็จในการใช้พลาสมาหรือน้ำเหลือง จากผู้ป่วยที่ติดเชื้อโรคไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 ที่ได้รับการรักษาหายแล้วนำไปรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการวิกฤติจนหายเป็นปกติ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของภาคใต้ โดยผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นเพศชาย ที่ถูกส่งตัวต่อมาจากจังหวัดนราธิวาส และได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสสูตรมาตรฐาน คือ ฟาวิพิราเวียร์ (favipiravir) มาแล้ว 3 วันแต่อาการไม่ดีขึ้น

ทั้งนี้ หลังจากที่ส่งต่อมายังโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ผู้ป่วยมีค่าออกซิเจนในเลือดและค่าหัวใจต่ำลง ภาวะหายใจล้มเหลว ต้องใส่ท่อหายใจ คณะแพทย์ผู้ทำการรักษาจึงพิจารณาให้การรักษาเสริม โดยใช้พลาสมาที่ได้รับบริจาคจากผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาโควิด-19 จากโรงพยาบาล โดยทีมแพทย์ได้ทำการรักษาให้พลาสมาครั้งละ 200 ซีซี จำนวน 2 ครั้ง และผลปรากฎว่าในระยะเวลา 3-4 วัน ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น โดยเฉพาะค่าการหายใจและค่าหัวใจดีขึ้น ภาวะการอักเสบต่างๆ ลดลง ค่าไวรัสที่คอหอยและในเสมหะมีปริมาณน้อยมากจนตรวจวัดไม่ได้ จนสามารถถอดเครื่องช่วยหายใจได้และอาการปอดอักเสบดีขึ้น จนปัจจุบันผู้ป่วยหายเป็นปกติ และสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาแล้ว นับเป็นผู้ป่วยรายสุดท้ายของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ศรัญญู ชูศรี

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ศรัญญู กล่าวเพิ่มเติมว่า การรักษาด้วยพลาสมาเป็นวิธีการรักษาทางเลือก ทีมแพทย์ต้องมีการศึกษาอย่างเป็นระบบ มีหลักการในการรักษา โดยต้องพิจารณาตามความเหมาะสม ซึ่งไม่ใช่ว่าผู้ป่วยโควิด-19 ทุกคน จะสามารถรักษาด้วยพลาสมาแล้วจะหายเป็นปกติได้ทุกราย ซึ่งตั้งแต่ที่มีการแพร่ระบาด ทางโรงพยาบาลได้ทำการรักษาผู้ป่วยโควิดไปแล้ว 30 ราย โดยส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดเป็นผู้ป่วยหรือคนไข้อาการวิกฤติ ส่วนผู้ป่วยที่รักษาหาย อยู่ระหว่างรอฟักฟื้น หรืออาการไม่หนักมากแล้ว จะถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ สาขา 2 จังหวัดสงขลา

ปัจจุบัน มีผู้ป่วยโควิด-19 ที่ได้รับการรักษาหายเป็นปกติแล้ว ติดต่อมาเพื่อบริจาคพลาสมาหลายราย โดยสามารถบริจาคได้ที่คลังเลือด โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ซึ่งผู้บริจาคต้องได้รับการตรวจว่าไม่มีการติดเชื้อที่สามารถติดต่อทางการให้เลือด โดยบริจาคพลาสมาในแต่ละครั้ง ได้ในปริมาณ 400-600 ซีซี และสามารถบริจาคซ้ำได้อีกหากยังมีภูมิคุ้มกันเพียงพอ เพื่อเป็นการช่วยชีวิตผู้ป่วยให้ได้มีโอกาสการรักษาและรอดชีวิตเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

Latest articles

จุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมน้ำมันหล่อลื่นสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่จากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Economy) ทั้งจากนโยบายภาครัฐ มาตรการทางการค้า และความคาดหวังของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องทบทวน “วิธีคิด” ในการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นรูปธรรม

Insta360 เปิดตัว Luna Ultra กล้องกิมบอล ร่วมพัฒนากับ Leica สำหรับครีเอเตอร์ยุคใหม่

Insta360 ประกาศเปิดตัว Luna Ultra กล้องกิมบอลเรือธงรุ่นใหม่ที่พัฒนาร่วมกับ Leica ซึ่งออกแบบมา เพื่อผสานประสิทธิภาพด้านการถ่ายภาพระดับมืออาชีพ โดยมาพร้อมระบบกันสั่น 3 แกน และฟีเจอร์ด้านการถ่ายภาพและวิดีโอที่ครบครันไว้ ในอุปกรณ์ขนาดกะทัดรัด เสริมด้วยระบบเลนส์คู่และเลนส์เทเลโฟโต้ระดับโปร ตอบโจทย์ทั้งครีเอเตอร์สายไลฟ์สไตล์และสายโปรดักชันที่ถ่ายทำและตัดต่อบนสมาร์ตโฟน

โก โฮลเซลล์ จับมือ 26 แบรนด์พันธมิตร ขนวัตถุดิบราคาประหยัด ดันแคมเปญ “HoReCa GO More”

โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารที่มีความสดใหม่ตลอดเวลา เพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตอกย้ำการเป็นธุรกิจค้าส่ง เพื่อนแท้ผู้ประกอบการ ผ่านแคมเปญใหญ่ประจำปี “HoReCa GO More” ร่วมกับพันธมิตร 26 แบรนด์ชั้นนำ ขนทัพวัตถุดิบลดราคาสูงสุด 50% พร้อมอัดโปรแกรมพิเศษเฉพาะกลุ่ม กิจกรรมต่อยอดเสริมแกร่งอีกมากมาย เพื่อช่วยผู้ประกอบการร้านอาหาร ธุรกิจโฮเรก้า ลดต้นทุนเพิ่มกำไร ต่อลมหายใจนาน 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน – 18 สิงหาคม 2569

พญาไท-เปาโล ผนึก Shop.BeDee ยกระดับการเข้าถึงสุขภาพคนไทย ผ่าน Digital Health Ecosystem

เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล ประกาศผนึกกำลังครั้งสำคัญร่วมกับ “Shop.BeDee” แพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัลชั้นนำ ยกระดับระบบนิเวศการดูแลสุขภาพ (Healthcare Ecosystem) ในประเทศไทย มุ่งเปลี่ยนผ่านพฤติกรรมผู้บริโภคจากการรักษาโรคไปสู่การป้องกันและดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Care) พร้อมชูจุดเด่นการออกแบบประสบการณ์สุขภาพเฉพาะบุคคล (Personalized Care) ที่เชื่อมต่อแบบไร้รอยต่อจากออนไลน์สู่โรงพยาบาล ตอบโจทย์ผู้บริโภคครบทุกช่วงวัย

More like this