เตือนภัยเฝ้าระวังโรคไข้ฉี่หนู เสียชีวิตแล้วปีนี้ 59 ราย

Published on

การเดินลุยน้ำท่วมขังเป็นระยะเวลานาน ทั้งที่หลีกเลี่ยงได้หรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นพฤติกรรมหนึ่งที่อาจจะนำพาโรคภัยสู่ร่างกาย เบื้องต้นอาจเกี่ยวกับเรื่องของผิวหนัง ที่อาจพุพองหรือเกิดเท้าเปื่อย และหากร้ายแรงกว่านั้น อาจจะไปขั้นของโรคไข้ฉี่หนู ซึ่งเป็นเชื่อโรคที่มาพร้อมกับภัยน้ำท่วมในช่วงนี้

จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรคสถานการณ์โรคไข้ฉี่หนูในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-11 ธ.ค. 2560  มีรายงานผู้ป่วยแล้ว 3,257 ราย  เสียชีวิต 59 ราย ส่วนภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุด คือ ภาคใต้ รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนื  ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานผู้ป่วยสงสัยเสียชีวิตจากโรคไข้ฉี่หนู จำนวน 4 ราย ใน 4 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ตรัง ยะลา สงขลา และสุราษฎ์ธานี 

นายแพทย์สุวรรณชัย  วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า  การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์นี้  คาดว่าในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมีโอกาสพบผู้ป่วยโรคไข้ฉี่หนูเพิ่มขึ้น เนื่องจากช่วงนี้ในบางพื้นที่เป็นช่วงที่น้ำลด อาจทำให้ความเข้มข้นของเชื้อที่ปนเปื้อนในน้ำสูงขึ้นได้ โดยเฉพาะในหลายจังหวัดภาคใต้  

สำหรับโรคไข้ฉี่หนู เกิดจากแบคทีเรียในฉี่ของหนู โค กระบือ สุกร สุนัข ที่ติดเชื้อ เชื้อจะถูกปล่อยออกมากับปัสสาวะปนเปื้อนอยู่ตามน้ำดินที่เปียกชื้น ในแอ่งน้ำขังเล็กๆ โดยเชื้อสามารถไชเข้าสู่ร่างกายทางผิวหนังผ่านแผลถลอก ขีดข่วน และเยื่อบุของปาก ตา จมูก และยังไชเข้าผิวหนังปกติที่อ่อนนุ่มจากการแช่น้ำนานๆ  

กรมควบคุมโรค จึงขอแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำท่วมขังเป็นเวลานานๆ หากจำเป็นควรใส่รองเท้าบู๊ท สวมถุงมือยาง ถ้ามีแผลควรปิดด้วยวัสดุกันน้ำ และไม่ควรเดินย่ำในพื้นที่ชื้นแฉะ โดยเฉพาะบริเวณแอ่งน้ำขังเล็กๆ หรือในดินโคลนช่วงทำความสะอาดบ้าน เนื่องจากปริมาณเชื้อฉี่หนูจะมีความเข้มข้นสูง ทำให้ผู้ที่มีบาดแผลหรือมีรอยถลอกที่บริเวณเท้า ขา หรือมือจะเพิ่มความเสี่ยงสูงมาก  

หากประชาชนเดินลุยน้ำท่วมขังแล้ว ป่วยตามอาการข้างต้น อาจป่วยด้วยโรคไข้ฉี่หนูได้ ขอให้รีบพบแพทย์ทันทีพร้อมแจ้งประวัติการเดินลุยน้ำ ลุยโคลน หรือหากมีข้อสงสัยเรื่องโรคและภัยสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

ข้อมูลจากโรงพยาบาลกรุงเทพ ระบุว่า โรคฉี่หนู หรือ โรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) เกิดจากเชื้อกลุ่ม Leptospira มักพบการระบาดในหน้าฝน หรือช่วงที่มีน้ำท่วมขัง สัตว์ที่แพร่เชื้อโรคนี้ ได้แก่ พวกสัตว์ฟันแทะ เช่น หนู โดยที่ตัวมันไม่เป็นโรค สัตว์พวกนี้เก็บเชื้อไว้ที่ไต ดังนั้นเมื่อฉี่ออกมาจะมีเชื้อนี้ปนอยู่ด้วยจึงเป็นที่มาของคำว่า “โรคฉี่หนู” นอกจากจะพบเชื้อนี้ในหนูแล้วยังพบได้ใน สุนัข วัว ควาย เชื้อโรคนี้สามารถเข้าสู่ร่างกายคนได้ 2 ทางคือ ทางตรง โดยการสัมผัสสัตว์ที่มีเชื้ออยู่ หรือ โดนสัตว์ที่มีเชื้อกัด และทางอ้อม เช่น เชื้อจากฉี่หนูปนอยู่ในน้ำหรือดิน แล้วเข้าสู่คนทางบาดแผล มือสัมผัสเชื้อที่ปนอยู่ในน้ำหรือดิน แล้วเอาเชื้อเข้าทางเยื่อบุในปาก ตา จมูก กินน้ำหรืออาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรคเข้าไป

อาการที่แสดง มักเริ่มมีอาการหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 4-14 วัน (โดยเฉลี่ย 10 วัน) เมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดจะทำให้เกิดอาการ ไข้สูงหนาวสั่น ปวดหัวรุนแรง ตาแดง ปวดกล้ามเนื้อมากโดยเฉพาะบริเวณน่อง ขา เอว เวลากดหรือจับจะปวดมาก นอกจากนี้ยังอาจมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน บางรายมี อาการปวดท้อง ท้องเสีย บางรายอาการรุนแรงจนกระทั่งตับวาย ไตวาย และทำให้เสียชีวิตได้ในที่สุด

ทั้งนี้ได้แนะนำว่า ควรหลีกเลี่ยงการลุยน้ำในช่วงน้ำท่วม หรือป้องกันบาดแผลหากจำเป็นต้องแช่น้ำเป็นเวลานาน โดยสวมรองเท้าบู๊ทยางกันน้ำ หรือใช้ถุงพลาสติกสะอาดหรือวัสดุกันน้ำอื่นๆ ห่อหรือคลุมขาและเท้าบริเวณที่มีบาดแผลเอาไว้เมื่อพ้นจากน้ำแล้วต้องรีบล้างเท้าให้สะอาดด้วยสบู่แล้วเช็ดให้แห้งโดยเร็วที่สุด ระวังไม่ให้น้ำกระเด็นเข้าตาหรือปาก เก็บอาหารและภาชนะให้มิดชิด ห้ามกินน้ำตามแหล่งธรรมชาติในช่วงน้ำท่วมหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรกรองและต้มน้ำให้ร้อนจัดก่อน ล้างผักให้สะอาดก่อนรับประทาน ควรเลือกกินผักต้มมากกว่าผักดิบในช่วงน้ำท่วม ผลไม้ควรล้างให้สะอาดและปอกเปลือกก่อนรับประทาน ระวังการบริโภคน้ำแข็งในช่วงนี้เพราะเชื้อฉี่หนูมีชีวิตอยู่ได้ในน้ำแข็ง พยายามลดปริมาณขยะและควรติดต่อหน่วยงานในท้องถิ่นให้นำขยะไปทำลายให้บ่อยที่สุดเท่าที่ทำได้

Latest articles

COVERMARK จัดแคมเปญ “Treat Your Day” พร้อมมอบโปรสุดพิเศษ

COVERMARK THAILAND (คัฟเวอร์มาร์ค ประเทศไทย) ในเครือ โอซีซี กรุ๊ป จัดแคมเปญพิเศษ “Treat Your Day ผิวพร้อมตั้งแต่เช้า เมคอัพสวยทั้งวัน” เชิญชวนลูกค้ารับบริการวิเคราะห์ สภาพผิวเบื้องต้น และทดลองผลิตภัณฑ์ TREATMENT DAY CREAM

ชวนรู้จัก “กองทุน DE” โอกาสสนับสนุนโครงการดิจิทัลของคุณ

กองทุนดีอี ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกทางการเงินของรัฐ ที่มุ่งส่งเสริม สนับสนุน และลงทุนในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาดิจิทัลของประเทศ ครอบคลุมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน  ที่มีความพร้อมในการดำเนินโครงการด้านดิจิทัล ซึ่งสะท้อนถึงการเปิดกว้างและการส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาประเทศ

ภูเก็ต เปิดตัว “Shopping List ยกระดับทุนทางวัฒนธรรม สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ

จังหวัดภูเก็ต โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต เดินหน้ายกระดับทุนทางวัฒนธรรมสู่การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปิดตัว “Shopping List ทุนทางวัฒนธรรมตามเส้นทางท่องเที่ยว” ภายใต้โครงการ “ยลงานศิลป์ วิถีถิ่นภูเก็ตสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์”

เปิดยุทธศาสตร์ “จีนยุคใหม่” ถอดรหัส “แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15” ผ่านเวที วทจ. รุ่น 8

“จีน” ยังคงเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจที่ทั่วโลกจับตา ทั้งด้านการค้า การลงทุน เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ขณะที่ความสัมพันธ์ไทย–จีน ซึ่งมีความแน่นแฟ้นยาวนานกว่า 50 ปี ก็กำลังก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ที่ไม่ได้จำกัดเพียงด้านเศรษฐกิจ หากแต่ครอบคลุมถึงการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

More like this