ปี 2563 คาดยอดขายรถยนต์ในประเทศหดตามสภาพเศรษฐกิจ

Published on

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics คาดยอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2563 อยู่ที่ 9.6 แสนคัน หดตัว -4% จากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ชี้ยังมีดีมานด์จากผู้บริโภคที่ต้องการเปลี่ยนรถใหม่ แนะดีลเลอร์เน้นทำการตลาดจากฐานลูกค้าเดิม พร้อมทั้งเพิ่มรายได้จากบริการหลังการขาย

ในปี 2562 ที่ผ่านมาสรุปยอดขายรถยนต์ในประเทศน่าจะหดตัว -4% (yoy) หรือปิดยอดได้ราว 1 ล้านคัน เห็นภาพรวมยอดขายหดตัว ต้องบอกว่าภาพครึ่งปีแรกกับครึ่งปีหลังของปีที่แล้วกลับข้างกันอย่างตาลปัตร กล่าวคือ ครึ่งปีแรก ยอดขายขยายตัวได้ 7.1% เนื่องจากได้รับผลของโมเมนตัมที่ดีจากปีก่อนหน้าบวกกับครึ่งปีแรกมีการเปลี่ยนโมเดลรถรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดกระตุ้นยอดขายทำให้ยอดขายขยายตัวได้ดี แต่ภาพครึ่งปีหลังยอดขายรถยนต์ทรุดลงจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ยอดขายหดตัว -13.8%

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics คาดว่ายอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2563 จะอยู่ที่ 9.6 แสนคัน หรือหดตัวราว -4% ตามสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงจากเหตุผล 3 ประการ ดังนี้
หนึ่ง…ภาคการส่งออกที่ยังไม่ดีนัก แม้การส่งออกคาดว่าจะกลับมาบวกได้ 1.2% ในปีนี้ จากมีสัญญาณบวกการพักรบสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน แต่ถ้าเทียบกับปีก่อนที่หดตัว -1.5% ก็หมายถึงว่าการส่งออกกลับมาอยู่ที่เดิม และการส่งออกยังถูกผลกระทบจากค่าเงินบาทที่มีทิศทางแข็งค่า ทำให้การจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกยังคงชะลอตัว

สอง…รายได้ภาคเกษตรคาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำ แม้ภาครัฐจะมีนโยบายประกันราคาพืชผลหลักในปีนี้ แต่ปัญหาภัยแล้งที่ปีนี้มีแนวโน้มรุนแรง ซึ่งจะส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตรให้ลดลง ทำให้แม้ราคาสินค้าเกษตรจะดีขึ้นแต่ไม่มีสินค้าขาย ผลสุดท้ายรายได้เกษตรกรก็จะอยู่ในระดับต่ำในปีนี้

และสาม…หนี้ภาคครัวเรือนอยู่ในระดับสูง ในปี 2562 หนี้ภาคครัวเรือนอยู่ที่ 78.7% ต่อจีดีพี บวกกับเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจะส่งผลทำให้การบริโภคชะลอตัวลง ก่อให้เกิดความกังวลต่อกำลังซื้อของประชาชน ซึ่งจะส่งผลทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อแก่ผู้บริโภคทำให้สินเชื่อผู้บริโภครวมถึงสินเชื่อรถยนต์มีทิศทางชะลอตัวลง
ศูนย์วิเคราะห์ฯ ประเมินว่าภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงดังกล่าวข้างต้น จะส่งผลต่อยอดขายรถยนต์ในประเทศหดตัวในปีนี้ แต่ทว่าหากประเมินพื้นฐานความต้องการรถยนต์ในประเทศพบว่ายังพอมีอยู่ สาเหตุเนื่องจากรถยนต์ที่วิ่งบนท้องถนนไทยมีอายุเฉลี่ย 7 ปี และหากพิจารณารถยนต์ที่มีอายุราว 6-7 ปีบนท้องถนน พบว่ามีรวมกันกว่า 2.47 ล้านคัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ที่ถูกซื้อโดยได้รับสิทธิ์ตามนโยบายโครงการรถคันแรก

“เราจึงประเมินว่ามีโอกาสที่ผู้ถือครองรถยนต์อายุ 6-7 ปีจะเปลี่ยนเป็นรถใหม่ เพราะถึงรอบของการเปลี่ยนรถยนต์ตามอายุ แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน “ความกังวลด้านเศรษฐกิจที่ชะลอตัวให้ผลมากกว่าความต้องการเปลี่ยนรถใหม่ตามพื้นฐาน” คาดว่าหากเศรษฐกิจในอนาคตมีสัญญาณการฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ เราจะเห็นการกลับมาของยอดขายรถยนต์ที่เติบโตได้อีกครั้ง”

ทั้งนี้ ศูนย์วิเคราะห์ฯ แนะนำผู้ประกอบการดีลเลอร์รถยนต์ ทำตลาดจากลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนรถใหม่ โดยใช้ฐานข้อมูลลูกค้าเก่าที่ซื้อรถยนต์ของท่าน จากนั้นทำการวิเคราะห์หาลูกค้าเก่าที่มีศักยภาพและทำการนำเสนอผลิตภัณฑ์รถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่มีเทคโนโลยีที่ดีกว่าและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่ารถเก่าของลูกค้า รวมถึงใช้ช่องทางการเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น นอกจากนี้ยังแนะนำผู้ประกอบการดีลเลอร์ให้เพิ่มรายได้จากการให้บริการก่อนและหลังการขายที่มีคุณภาพ ซึ่งจะช่วยประคับประคองยอดขายที่ซบเซาได้ในปีนี้

Latest articles

Bangkok World Music Day’ 26 : 30+ artists – 5 stages – 12 hours

The French Embassy in Thailand, in partnership with One Bangkok, Alliance Française de Bangkok...

ก๊าซเรือนกระจกด้านไอที การจัดการผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกิดจาก AI

ความก้าวหน้าของโมเดล AI อย่างรวดเร็วอาจสร้างอุตสาหกรรมใหม่และเป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจก็จริง แต่ความกังวลต่อผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็มากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าในอีกสองปีข้างหน้า (2571) ครึ่งหนึ่ง (50%) ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ด้านไอที จะมาจากโมเดล AI

เอนกายท่ามกลางขุนเขา กับพูลวิลล่าสุดหรู ณ โรงแรมรุกข์ คีรี เขาใหญ่ เดอะ เซ็นทารา คอลเลกชัน

โรงแรมรุกข์ คีรี เขาใหญ่ เดอะ เซ็นทารา คอลเลกชัน ชวนคุณสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับ ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบของเขาใหญ่ กับพูลวิลล่าส่วนตัวที่พร้อมมอบช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลายอย่างแท้จริง ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2569

SUBCON Thailand 2026 จับคู่ธุรกิจ 9,600 คู่ มูลค่าการซื้อขายกว่า 2.3 หมื่นล้าน

บีโอไอเผยความสำเร็จการจัดงาน “SUBCON Thailand 2026” ระหว่างวันที่ 13 – 16 พฤษภาคม 2569 แพลตฟอร์มเชื่อมโยงธุรกิจและห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน มีผู้ร่วมงานมากกว่า 50,000 คน ยอดเจรจาธุรกิจกว่า 9,600 คู่ คาดเกิดมูลค่าซื้อขายกว่า 23,000 ล้านบาท

More like this