ฮอนด้า ซิตี้ เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่อย่างต่อเนื่อง

Published on

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความสำเร็จของฮอนด้า ซิตี้ ผู้นำยนตรกรรมซับคอมแพคท์ ที่ขับเคลื่อนและพลิกโฉมอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย รวมทั้งไลฟ์สไตล์ของลูกค้า กวาดยอดขายกว่า 700,000 คัน (ปี 2539 – ตุลาคม 2562) นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ตลาดไทยกว่า 2 ทศวรรษ ฉีกกรอบความคิดซิตี้คาร์ สู่การพัฒนาและนำเสนอคุณค่าใหม่ ผสานการออกแบบ ขุมพลังการขับเคลื่อนและฟังก์ชันอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย ตั้งแต่เจเนอเรชันที่ 1 จวบจนปัจจุบัน พร้อมตอกย้ำความสำเร็จแห่งการเป็นรถยนต์ที่ครองใจลูกค้าทั่วโลกกว่า 4 ล้านคน

ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชันที่ 1 ก้าวเข้าสู่ตลาดประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2539 โดยเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่บุกเบิกและสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมรถยนต์ของไทย ด้วยการสร้างเซ็กเมนต์ยนตรกรรมซับคอมแพคท์เป็นครั้งแรก นับเป็นการขยายฐานตลาดสู่กลุ่มผู้บริโภคให้กว้างขึ้นด้วยราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย พร้อมเปิดประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่ในสไตล์ซิตี้คาร์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2545 ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชันที่ 2 ได้เข้ามาพลิกค่านิยมและทลายกรอบความคิดที่ลูกค้ามีต่อซิตี้คาร์ ด้วยการรังสรรค์แพลตฟอร์มที่กว้างขวาง มอบความสะดวกสบายแก่ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว พร้อมสร้างความเชื่อมั่นด้วย Global Honda Quality Standard (G-HQS) โดยการส่งออกไปจำหน่ายในหลากหลายประเทศรวมทั้งประเทศญี่ปุ่น

สำหรับฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชันที่ 3 ซึ่งเปิดตัวในปี พ.ศ. 2551 นำเสนอซิตี้คาร์ ที่มาพร้อมการปรับโฉมรูปลักษณ์ที่โดดเด่น พร้อมเครื่องยนต์ ที่มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ผสานด้วยการแนะนำพลังงานทางเลือกใน ฮอนด้า ซิตี้ ซีเอ็นจี มุ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายยิ่งขึ้น ทำให้ฮอนด้า ซิตี้ ในเจเนอเรชันนี้ได้รับ
การยอมรับจากผู้บริโภคชาวไทยและต่างประเทศทั่วโลกเป็นอย่างมาก

ล่าสุดในปี พ.ศ. 2557 กับฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชันที่ 4 ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นจนนับได้ว่าเป็นรถที่ดีที่สุดในทุกด้าน และเป็นรุ่นที่ตอกย้ำความเป็นที่สุดแห่งยนตรกรรมซับคอมแพคท์ ที่ได้พลิกโฉมและสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่ยนตรกรรมเซ็กเมนต์นี้ในทุกด้าน ทั้งด้านดีไซน์ที่สะท้อนความสปอร์ตพรีเมียม มาพร้อมเครื่องยนต์ที่ตอบสนองทุกการขับขี่ และยังให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม อีกทั้งฟังก์ชันและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยอันล้ำสมัย ครองตำแหน่งยนตรกรรรมอันดับ 1 ในเซ็กเมนต์ ด้วยสัดส่วนยอดขาย 28% (ข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคม 2562 – กันยายน 2562) การันตีด้วยรางวัลจากสถาบันยานยนต์ชั้นนำ

อาทิ รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยม ประจำปี 2558 (TAQA-Thailand Automotive Quality Award 2015) ด้านคุณภาพแรกใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคลขนาดเล็ก (Outstanding Initial Quality Satisfaction) และรางวัลรถยนต์ขวัญใจมหาชนในประเทศไทย ประจำปี 2560 ประเภทรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (Compact Sedan of the Year 2017) เป็นต้น

ตลอดระยะเวลากว่า 23 ปีที่ผ่านมา ฮอนด้า ซิตี้ ทั้ง 4 เจเนอเรชัน ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงการเป็นผู้นำในตลาดซับคอมแพคท์ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับยนตรกรรมระดับนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านรูปลักษณ์ การออกแบบ สมรรถนะการขับขี่ เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกและฟังก์ชันการใช้งานที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ ทำให้ ฮอนด้า ซิตี้ สามารถครองใจผู้บริโภคทั่วโลกได้กว่า 4 ล้านคน ซึ่งถือเป็นบทพิสูจน์แห่งความสำเร็จที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเดินหน้าสร้างสรรค์มาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์โลก และตลาดซับคอมแพคท์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

Latest articles

มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา  จับมือพันธมิตร จัดงานวิ่งเชื่อมสองสะพาน Thai PBS KINGBRIDGE RUN 2026

แถลงข่าวเปิดงานวิ่งแห่งปี “Thai PBS KINGBRIDGE RUN 2026” ภายใต้แนวคิด “วิ่งเชื่อมสองสะพาน” ครั้งแรกของการเปิดประสบการณ์การวิ่งชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาแบบพาโนรามา 360 องศาบน สะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2

รวมเคล็ดลับสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์  ดูแลผิวช่วงฮอร์โมนเปลี่ยน เตรียมพร้อมก่อนคลอด

หลายคนอาจโฟกัสกับการดูแลลูกน้อยในครรภ์ จนลืมไปว่าการดูแลสุขภาพของคุณแม่ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะตลอดระยะเวลา 9 เดือน ร่างกายของคุณแม่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ทั้งฮอร์โมน ผิวพรรณ และความต้องการสารอาหารที่เพิ่มขึ้น

รพ.วิมุต-เทพธารินทร์ จัดประชุมใหญ่ ขับเคลื่อนมาตรฐานการรักษาด้านต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิก

หัวใจสำคัญของการดูแล ผู้ป่วยเบาหวาน ไทรอยด์ และโรคต่อมไร้ท่อในปัจจุบัน คือการมองให้ลึกกว่าการรักษาโรคเฉพาะจุด เพราะผู้ป่วยจำนวนมากมีโรคร่วมหลายด้าน ทั้งโรคอ้วน ความเสี่ยงด้านหัวใจและหลอดเลือด สุขภาพกระดูก ฯลฯ

ม.มหิดลเตรียมผลักดัน โรคไข้ดิน สู่ วาระโลก หลังทุ่มเทวิจัยกว่า 30 ปี

โรคเมลิออยโดสิส หรือไข้ดิน  ในปัจจุบันยังคงระบาดชุกในช่วงฤดูฝน แต่กลับพบผู้ติดเชื้อจากการสัมผัสดินปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียก่อโรค แม้ผิวหนังที่สัมผัสไม่มีบาดแผล และผู้ป่วยไม่ได้สัมผัสโดยตรงกับแหล่งน้ำคูคลองต้องสงสัย ก็อาจติดเชื้อที่ถูกพัดขึ้นมา ปนมากับอากาศได้

More like this