กินยังไงให้หาย “ชา”

Published on

ทุกวันนี้เราใช้โทรศัพท์มือถือติดตัวตลอดเวลาจนเหมือนเป็นมือที่ 3  จนบางครั้งหลายคนรู้สึกเมื่อยล้า หรือ เกิดอาการชา ซึ่งอาจจะมาจากการใช้งานอวัยวะในท่าเดียวนานๆ แต่อาการชา ก็ไม่ได้มาจากสาเหตุนี้เพียงอย่างเดียว แถมยังเป็นสัญญานของโรคต่างๆ ที่มีระดับความรุนแรงแตกต่างกันไปอีกด้วย

อาการ “ชาตามปลายมือปลายเท้า” ไม่ได้ส่งผลต่อการดำรงชีวิตในแต่ละวันเท่านั้น แต่อาจจะเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบประสาทที่หากปล่อยไว้อาจจะสายเกินแก้ ผู้ที่มีอาการชาปลายมือปลายเท้า ไม่ว่าจะมีอาการบ่อยหรือไม่บ่อยก็ตาม ควรรีบหาสาเหตุและแก้ไขอาการก่อนที่จะเกิดอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงอย่างอื่นตามมา วันนี้ทีมเภสัชกร บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด มีคำแนะนำเกี่ยวกับอาหารชาปลายมือปลายเท้ามาฝากกัน

ทำไมถึงมีอาการชา

อาการชาตามปลายมือปลายเท้า เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น นั่งหรือยืนในท่าเดิมเป็นเวลานาน ทำให้เลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่ทั่วถึง หรืออาจมีสาเหตุจากโรคบางโรค เช่น เบาหวาน ปวดศีรษะไมเกรน ลมชัก หลอดเลือดสมอง เป็นต้น และอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้อาการหรือโรคนี้ทวีความรุนแรงขึ้นได้ คือ การได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ซึ่งส่งผลทำให้เกิดความเสียหายของเส้นประสาท โดยเฉพาะการขาดวิตามิน B ที่มีความจำเป็นต่อเส้นประสาท หากรู้สึกถึงอาการเหน็บชา หรือมีอาการปวดเสียวบริเวณมือหรือเท้า เป็นไปได้สูงว่าร่างกายอยู่ในภาวะการขาดวิตามินในกลุ่มนี้

ถึงชาก็หายได้แค่ปรับพฤติกรรมและดูแลเรื่องอาหารการกิน

หากใครมีอาการชาตามปลายมือปลายเท้า สามารถบรรเทาด้วยการปรับพฤติกรรม เช่น หลีกเลี่ยงการนั่งเป็นเวลานาน และแก้ไขท่าทางในชีวิตประจำวัน หากต้องอยู่ในท่าใดเป็นเวลานานๆ ควรหาโอกาสขยับร่างกาย ขยับแขนขยับขาบ่อยๆ เพื่อให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว และเลือดไหลเวียนไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายได้สะดวก

นอกจากนี้ ควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย โดยเน้นกลุ่มวิตามิน B รวม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง B1, B6 และ B12 ซึ่งทำให้เกิดการสร้างและเจริญเติบโตของเซลล์ประสาท รวมทั้งป้องกันเส้นประสาทจากการถูกทำลายโดยโรคหรือพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง วิตามินกลุ่มนี้สามารถพบได้ในอาหารหลายชนิด เช่น วิตามิน B1 พบในธัญพืช ข้าวไม่ขัดสี สารสกัดจากยีสต์ ผลิตภัณฑ์จากถั่ว ส่วนวิตามิน B6 พบในอาหารจำพวกปลาทูน่า ผักโขม ผักตระกูลปวยเล้ง กล้วย และวิตามิน B12 ได้จากไข่ เนื้อสัตว์ อาหารทะเลประเภทกุ้ง ปู ผลิตภัณฑ์นม

อย่างไรก็ดี ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันที่อยู่ในภาวะเร่งรีบ ทำให้เป็นการยากที่จะเลือกรับประทานอาหารที่มีวิตามินเพียงพอตามที่ร่างกายต้องการได้ ทีมเภสัชกร บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด จึงมีคำแนะนำสำหรับผู้ที่มีอาการชาตามปลายมือปลายเท้า รวมทั้งบุคคลทั่วไปที่ต้องการเสริมวิตามินให้กับร่างกายว่า สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือยาในกลุ่มวิตามิน B เพื่อช่วยป้องกันและรักษาอาการชาตามปลายมือปลายเท้า และช่วยบำรุงเส้นประสาท ซึ่งวิตามินกลุ่มนี้ค่อนข้างมีความปลอดภัย เพราะมีคุณสมบัติในการละลายน้ำ หากได้รับในปริมาณที่เกินความจำเป็น ร่างกายก็จะขับออกทางเหงื่อ หรือปัสสาวะ

ดังนั้นหากเริ่มรู้ตัวว่ามีอาการชาตามปลายมือปลายเท้า ไม่ควรนิ่งนอนใจ ต้องเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ รับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างและเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของเส้นประสาท หรือยาในกลุ่มวิตามิน B และอย่าคิดว่าเพียงแค่อาการชาเดี๋ยวก็หายไป เพราะ “เรื่องชาอย่านิ่งนอนใจ ป้องกันและรักษาโดยไว” เพื่อไม่ให้เป็นสาเหตุของอาการหรือโรคอื่นๆ ที่อาจจะร้ายแรงมากขึ้น

บทความโดย :  ปิยะวัฒน์ วงศ์สุข  ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ ทีมเภสัชกรไบโอฟาร์ม บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ทุกคำถามสุขภาพ เรามีคำตอบให้ สายด่วนสุขภาพ: 02-258-8888 กด 2015

Latest articles

“คลัง” เตรียมผุดอาคารกรมสรรพากรแห่งใหม่ เลือกใช้ DAD โมเดล ชูมาตรฐานอาคารเขียว

กระทรวงการคลังถือฤกษ์ดี จัดพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารสำนักงานและที่พักอาศัยของกรมสรรพากร ซอยสุขุมวิท 11 มุ่งยกระดับสวัสดิการบุคลากร เพิ่มคุณภาพชีวิตให้ประชาชน ลดภาระค่าเช่าระยะยาวของภาครัฐ

Tinder เผยเทรนด์ “Clear-Coding” Gen Z บอกลา Situationships สู่โหมดจริงจัง ไม่กั๊ก

Tinder เผยเทรนด์ "Clear-Coding" น Gen Z บอกลา Situationships เข้าสู่โหมดจริงจัง ไม่กั๊ก "ความชัดเจน" คือเสน่ห์ยุคใหม่ คนโสดใช้โปรไฟล์บอกเป้าหมายออกเดทและคนที่ใช่

ONSENS คว้า 2 รางวัลใหญ่ งาน Thailand Medical and Wellness Expo 2026

ONSENS ส่ง KLAI Thai Spa คว้ารางวัลรางวัลนวดไทยพรีเมียม และรางวัลไทยสปาพรีเมียม จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ในงาน Thailand Medical and Wellness Expo 2026 สะท้อนเทรนด์ดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเติบโตต่อเนื่อง

ตามไปชิมทุเรียน GI ปากช่องเขาใหญ่ สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวใหม่ฮีลใจสายกรีน

นครราชสีมา ถือเป็นแชมป์ที่มีสินค้า GI (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) ถึง 11 รายการ ถือว่ามากที่สุดในประเทศไทย  3 ในนั้นอยู่ที่เขาใหญ่ ทั้งทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ น้อยหน้าปากช่องเขาใหญ่ และไวน์เขาใหญ่

More like this