เตือนโรคมือ เท้า ปาก ช่วงหน้าฝน เด็กเล็ก 1-3 ปีต้องระวัง

Published on

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนผู้ปกครองในช่วงหน้าฝน ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ระวังป่วยโรคมือ เท้า ปาก โดยเฉพาะเด็กเล็กอายุ 1-3 ปี เน้นสังเกตอาการ ไข้สูง ซึม อ่อนแรง ชักเกร็ง มือสั่น เดินเซ หายใจหอบเหนื่อย อาเจียน ให้รีบพบแพทย์ทันที และหมั่นทำความสะอาดของเล่นของใช้ ถ้าเด็กป่วยให้หยุดรักษาตัวอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหาย

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า  กรมควบคุมโรค เฝ้าระวังสถานการณ์การเจ็บป่วยเป็นกลุ่มก้อนในเด็ก ซึ่งในช่วงนี้เป็นฤดูฝน อากาศที่เย็นและชื้น เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคมือ เท้า ปาก ที่มักพบบ่อยในช่วงนี้

สำหรับสถานการณ์โรคมือ เท้า ปาก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 13 สิงหาคม 2562 พบผู้ป่วย 37,921 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ช่วงอายุที่พบมากที่สุด ได้แก่ อายุน้อยกว่า 1 ปี คิดเป็นร้อยละ 25.48 รองลงมาอายุ 1 – 2 ปี คิดเป็นร้อยละ 24.30 และอายุ 2 – 3 ปี คิดเป็นร้อยละ 18.37 ส่วนจังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อแสนประชากรสูงสุด 5 อันดับแรก เชียงใหม่ ระยอง น่าน กรุงเทพมหานคร และเพชรบุรี ตามลำดับ

โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคที่พบมากในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งมีภูมิคุ้มกันต่ำ และสามารถติดต่อจากการได้รับเชื้อไวรัสเข้าทางปากโดยตรง โดยเชื้อไวรัสจะติดมากับมือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากแผลตุ่มพองหรืออุจจาระของผู้ป่วย หรือติดต่อจากการไอ จาม รดกัน หากผู้ป่วยได้รับเชื้อจะมีอาการเล็กน้อย เช่น มีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย ต่อมา 1 – 2 วัน มีอาการเจ็บปาก ร่วมกับมีตุ่มพองเล็กๆ บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้าตุ่มแผลในปาก ที่เพดานอ่อน กระพุ้งแก้ม ลิ้น ต่อมาจะแตกออกเป็นแผลหลุมตื้นๆ หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีไข้ขึ้นสูง ซึมลง เดินเซ ชักเกร็ง หายใจหอบเหนื่อย อาเจียนมาก ต้องรีบไปพบแพทย์ทันทีเพราะอาจติดเชื้อโรคมือ เท้า ปาก ชนิดรุนแรงอาจถึงขั้น  เสียชีวิตได้

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า กรมควบคุมโรค ขอแนะนำ 4 วิธีในการป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ดังนี้  1.การลดการสัมผัสเชื้อ โดยเชื้อโรคมือ เท้า ปากจะอยู่ในน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากแผลตุ่มพองหรืออุจจาระของผู้ป่วย หรือเมื่อผู้ป่วยไปจับของเล่น ของใช้จะทำให้เชื้อกระจายสู่ผู้อื่นได้  หากลดการสัมผัส จะสามารถป้องกันการรับเชื้อได้ 2.หมั่นทำความสะอาดของใช้และของเล่นของเด็กเป็นประจำ เพื่อลดเชื้อโรคที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม 3.หมั่นให้เด็กล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ ทั้งก่อนและหลัง รับประทานอาหารหรือเข้าห้องน้ำ เพื่อลดเชื้อสะสมบนมือและลดการแพร่สู่ผู้อื่น และ 4.หากพบผู้ป่วย ควรให้หยุดเรียนและรักษาจนกว่าจะหาย ควรแยกของใช้ส่วนตัวเด็กป่วยออกจากเด็กปกติ และไม่ควรคลุกคลีกับคนอื่นๆในครอบครัวหรือชุมชน เพื่อชะลอการแพร่กระจายของเชื้อโรค

สำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียน ควรมีการคัดกรองเด็กนักเรียนทุกเช้าก่อนเข้าห้องเรียน เพื่อตรวจดูนักเรียนที่มีอาการแสดงของโรค คือมีไข้ ผื่น ตุ่มน้ำใส หรือเม็ดแดงๆ ในปาก ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือก้น หากพบเด็กป่วยให้แยกออกมา แจ้งผู้ปกครองให้มารับกลับและพักรักษาจนกว่าจะหายเป็นปกติ จัดจุดล้างมือหรือเจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือ ส่วนผู้ปกครอง ควรหมั่นสังเกตอาการของบุตรหลาน หากพบมีอาการข้างต้นควรให้หยุดเรียนและพักรักษาจนกว่าจะหาย ถ้าหากเด็กมีอาการแทรกซ้อน เช่น ไข้สูง ซึม อาเจียน หอบ ต้องรีบนำเด็กไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

Latest articles

มหิดล ชูศักยภาพด้านการแพทย์และสาธารณสุข เปิดยุทธศาสตร์ใหม่ “Holistic Wellbeing”

มหาวิทยาลัยมหิดล เดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Wellness Economy ผ่านการประกาศยุทธศาสตร์ “Holistic Wellbeing” หรือ “สุขภาวะองค์รวม” ภายใต้แนวคิด“The Next Milestone: Mahidol and the Future of Thailand’s Holistic Wellbeing” เพื่อยกระดับสุขภาพและสุขภาวะของประชาชนในทุกช่วงวัย ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจจากอุตสาหกรรมสุขภาพแห่งอนาคต โดยอาศัยศักยภาพด้านการศึกษา การวิจัย นวัตกรรม และบริการสุขภาพของมหาวิทยาลัย

SHEEP ร่วมกับ OPPO สร้างสรรค์แคมเปญพิเศษ SHEEP MOMOREI  Collection   

SHEEP เปิดก้าวใหม่ของแบรนด์  ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์เสริมสมาร์ทโฟน  กับความร่วมมือครั้งแรกกับOPPO    ผ่านการพัฒนาเคสคอลเลคชั่นพิเศษ SHEEP MOMOREI    ที่ออกแบบขึ้นสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับลูกค้าOPPOโดยเฉพาะ

“บอร์ดกองทุนดีอี” อนุมัติกรอบทุนปี 2569 วงเงิน 1,000 ล้านบาท หนุนพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล 4 ด้าน

BDE จัดประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) เห็นชอบกรอบนโยบายการให้ทุนสนับสนุนปีงบประมาณ 2569 วงเงิน 1,000 ล้านบาท มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัลของประเทศ 4 ด้านสำคัญ

ร้านอาหารวันแบงค็อก แหล่งแฮงก์เอาต์ใหม่ ตอบทุกไลฟ์สไตล์ !

ถ้าพูดถึงไลฟ์สไตล์ของคนกรุงเทพฯ "เรื่องกิน" ถือเป็นวาระแห่งชาติที่ไม่แพ้เรื่องใด และเมื่อมีจุดหมายใหม่ใจกลางย่านวิทยุ-พระราม 4 เกิดขึ้น พื้นที่แห่งนี้ก็กลายเป็นที่จับตามองทันที โดยเฉพาะย่านของกินที่ได้เปลี่ยนภาพจำของการกินข้าวในห้างแบบเดิม ๆ ให้กลายเป็นสวรรค์ของนักชิมอย่างแท้จริง ไม่ว่าคุณจะเป็นสายคาเฟ่ฮอปเปอร์ สายปิ้งย่าง สายครอบครัว หรือสายดินเนอร์หรู ร้านอาหารวันแบงค็อกก็รวบรวมตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทุกโมเมนต์ในชีวิตมาให้ครบถ้วน

More like this