เฮงเค็ล ไทย ปลื้มเทคโนโลยี Smart Factory โรงงานผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีกาว

Published on

เฮงเค็ล ประเทศไทย ปลื้มเทคโนโลยี Smart Factory โรงงานผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีกาว ชลบุรี สร้างสรรค์นวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

บริษัท เฮงเค็ล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค และเทคโนโลยีกาวชั้นนำจากเยอรมนี โชว์นวัตกรรมการผลิตแบบ Smart Factory ที่โรงงานเทคโนโลยีกาว ชลบุรี สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ย้ำความเป็นผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีกาวเพื่ออุตสาหกรรมของโลก

นายอิศรา เกษมเศรษฐ ผู้จัดการโรงงานผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีกาว เฮงเค็ล ประเทศไทย กล่าวว่า โรงงานเทคโนโลยีกาว ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ. ชลบุรี เป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาคซึ่งผลิตสินค้าเทคโนโลยีกาวกว่า 500 ชนิด สำหรับอุตสาหกรรม 7 ประเภท อาทิ เช่น กาวบรรจุภัณฑ์และสินค้าอุปโภคบริโภค กาวยานยนต์และโลหะ กาวเพื่อผู้บริโภค, ช่างฝีมือ และงานก่อสร้าง และกาวอุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส์ เป็นต้น โดยโรงงานแห่งนี้ มุ่งพัฒนาสู่ อุตสาหกรรม 4.0 และเริ่มการผลิตโดยใช้เทคโนโลยี Smart Factory ตั้งแต่ ปี 2558 ซึ่ง เฮงเค็ล ได้นำนวัตกรรมมาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพในการผลิต ลดต้นทุนและเวลาในการผลิตสินค้า อีกทั้งยังลดการใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ มีการใช้วัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ของเสียในกระบวนการผลิตลดลง ทำให้โรงงานแห่งนี้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

“การนำระบบ Smart Factory มาใช้กับโรงงานกาวที่ชลบุรี ทำให้เราสามารถลดผลกระทบที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างเห็นได้ชัด เมื่อปีที่แล้ว โรงงานของเรามีต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลง 12% จากปี 2560 และมีการทำงานติดต่อกันมากกว่า 3,330,000 ชั่วโมง หรือ 5,000 วัน โดยไม่มีอุบัติเหตุที่ทำให้ พนักงานต้องหยุดงาน ซึ่ง เฮงเค็ล ภูมิใจกับความสำเร็จที่เกิดขึ้นและยังคงพัฒนาประสิทธิภาพของการทำงานต่อไป”

นอกจากนี้ ความสำเร็จที่เกี่ยวกับความยั่งยืนที่เห็นได้ชัดในปี 2561 ได้แก่ โรงงานสามารถลดการใช้พลังงานได้ 17% ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 16% และลดของเสียในระบบ 46% เมื่อเทียบกับปี 2555 อีกทั้งการใช้น้ำและน้ำเสียในระบบยังลดลงถึง 20% อีกด้วย

นายอิศรา กล่าวเสริมว่า ระบบ Smart Factory เป็นการทำให้กระบวนการผลิตทั้งหมดเป็นรูปแบบดิจิทัล ตั้งแต่การจัดการวัตถุดิบ การผลิต จนถึงสินค้าที่ผลิตแล้วเสร็จ โดยมีการจัดการข้อมูลทั้งระบบด้วยระบบคอมพิวเตอร์และวิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบ Data Analytic ทำให้ประสิทธิในการผลิตสูงขึ้นและมีความยืดหยุ่น เพื่อตอบสนองกับความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เฮงเค็ล มีความเชื่อในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้พนักงานมีส่วนร่วมและเพิ่มทักษะในการทำงานด้วยระบบ Lean Manufacturing เพื่อตอบรับกับการทำงานในรูปแบบ Smart Factory สร้างมูลค่าองค์กรที่เพิ่มสูงขึ้นและลดรอยเท้าที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

เฮงเค็ล มุ่งมั่นสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของพนักงาน โดยคาดหวังที่จะสร้างระบบการทำงานที่ปลอดจากอุบัติเหตุ ภายในปี 2565 โดยบริษัทแห่งนี้ประสบความสำเร็จในการสร้างความปลอดภัยและอาชีวอนามัยอย่างยั่งยืน ด้วยการดำเนินมาตรการเชิงรุก อาทิเช่น มีการตรวจสอบความปลอดอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม (SHE) เป็นประจำ มีการประเมินกระบวนการที่มีความเสี่ยงอย่างครอบคลุม รวมทั้งประเมินและวิเคราะห์ความเสี่ยงในการทำงาน มีการสร้างความตะหนักรู้ให้กับพนักงาน มีโครงการปรับปรุงเครื่องจักรเพื่อให้เกิดความปลอดภัย รวมทั้งมีการฝึกอบรมและให้ข้อมูลข่าวสารด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการปรับปรุงกระบวนการผลิตและเครื่องจักรเพื่อให้เกิดการลดการใช้น้ำ ใช้พลังงานและทรัพยากรให้น้อยลงอีกด้วย

โดยโรงงานผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีกาว ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ผลิตสินค้ากาวภายใต้แบรนด์ชั้นนำ อย่างเช่น Loctile, Technomelt และ Teroson มีพนักงานรวม 150 คน ผลิตสินค้าประเภทกาวเพื่ออุตสาหกรรมมากกว่า 500 รายการ และมีการใช้เทคโนโลยีการผลิตที่แตกต่างและหลากหลาย เช่น เทคโนโลยีการผลิตกาว ผลิตภัณฑ์กันซึม และเคมีภัณฑ์เพื่อการเตรียมพื้นผิว สำหรับลูกค้าทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยโรงงานแห่งนี้ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001, ISO 140001 และ OHSAS 180001

สำหรับ เฮงเค็ล ประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2515 มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ มีธุรกิจในประเทศไทย 2 ธุรกิจ คือ กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีกาว และกลุ่มธุรกิจบิวตี้แคร์ โดยมีโรงงานทั้งสิ้น 3 แห่งในประเทศไทย คือ โรงงานเทคโนโลยีกาว 2 แห่ง ที่จังหวัดสมุทรปราการและชลบุรี และโรงงานผลิตสินค้าบิวตี้แคร์ อีก 1 แห่ง ที่จังหวัดชลบุรี

เกี่ยวกับเฮงเค็ล
เฮงเค็ล ดำเนินธุรกิจทั่วโลกด้วยพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่สมดุลและหลากหลาย บริษัทฯ เป็นผู้นำในสามกลุ่มธุรกิจทั้งในธุรกิจเพื่ออุตสาหกรรมและธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค อันเป็นผลมาจากแบรนด์ นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง ธุรกิจเทคโนโลยีกาวของเฮงเค็ล (Adhesive Technologies) เป็นผู้นำในตลาดกาวในทุกอุตสาหกรรมทั่วโลก ในธุรกิจผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน และผลิตภัณฑ์บิวตี้แคร์ (Laundry & Home Care and Beauty Care businesses) เฮงเค็ลเป็นผู้นำในหลายตลาดและประเภทผลิตภัณฑ์ทั่วโลก เฮงเค็ลก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2419 และมีประวัติความสำเร็จอันยาวนานกว่า 140 ปี ในปี พ.ศ. 2560 เฮงเค็ลมียอดขายมากกว่า 2 หมื่นล้านยูโร และมีผลกำไรดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว 3,500 ล้านยูโร แบรนด์ชั้นนำ 3 อันดับแรกของเฮงเค็ล คือ ล็อคไทท์ (กาว) ชวาร์สคอฟ (ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม) และเพอร์ซิล (ผงซักฟอก) มียอดขายรวมกัน 6,400 ล้านยูโร เฮงเค็ลมีพนักงานมากกว่า 53,000 คนทั่วโลก ซึ่งมีความหลากหลายมีความมุ่งมั่น รวมกันเป็นหนึ่งเดียวด้วยวัฒนธรรมขององค์กรที่แข็งแกร่ง มีจุดมุ่งหมายร่วมกันในการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน และมีคุณค่าร่วมกัน ในฐานะผู้นำด้านความยั่งยืนซึ่งเป็นที่ยอมรับ เฮงเค็ลได้รับการยกย่องจากดัชนีและการจัดอันดับระหว่างประเทศต่างๆ หุ้นบุริมสิทธิของเฮงเค็ลจดทะเบียนอยู่ในดัชนีหลักทรัพย์ DAX ของเยอรมนี ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเข้าชมที่ www.henkel.com

Latest articles

เกาะเต่า เกาะนางยวน เกาะอยู่ในใจ ใกล้ ไกล ก็ยังคิดถึง

ใกล้กับเกาะเต่า คือ เกาะนางยวน อันประกอบด้วยเกาะเล็ก ๆ 3 เกาะ  เชื่อมเข้าหากันด้วยสันทรายสีขาว ตัดกับน้ำทะเลสีสด  นับเป็นเกาะที่โรแมนติกสุด ๆ เพราะมีความเป็นส่วนตัวสูงจากที่พักเดี่ยว ๆ บนเกาะที่ไม่ผู้ใดรบกวน

จุดเช็คชามไก่ลำปางของแท้ คุ้มครองด้วย พ.ร.บ. GI ห้ามปลอมแปลงแอบอ้าง

ชามไก่ลำปาง สินค้าที่เรารู้จักกันมายาวนาน และได้รับความนิยมในการซื้อหามาใช้งานอย่างแพร่หลาย จนทำให้เกิดความสับสนว่า จริง ๆ แล้ว ชามไก่ลำปางแท้ ๆ เป็นอย่างไร และที่เห็นออกมามากมายในท้องตลาดนั้นเป็นของจริงหรือไม่

KPI Go Green x Green Road เปลี่ยนขยะเป็นคุณค่า สู่สังคมยั่งยืน

บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ KPI จัดแคมเปญ “KPI Go Green x Green Road” ร่วมกับ องค์กรวิสาหกิจ Green Road เพื่อสังคม ชวนพนักงานร่วมบริจาค ฝาขวดและถุงพลาสติกวิบวับ เพื่อนำไปรีไซเคิลและอัปไซเคิล เปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ttb analytics ชี้สงครามตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ดันต้นทุนการผลิตวัสดุก่อสร้างไทยพุ่งกว่า 20%

ttb analytics คาดว่าต้นทุนการผลิตวัสดุก่อสร้างของไทยในปี 2569 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นราว 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตามต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อกว่าคาด โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตพลาสติกที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบสูงสุด

More like this