วิธีการจัดการภาวะเมื่อยล้าหมดไฟ เน้นจัดการตนเองและสภาพแวดล้อม

Published on

กรมควบคุมโรค แนะนำวิธีการจัดการภาวะเมื่อยล้าหมดไฟ เน้นจัดการตนเองและสภาพแวดล้อมในการทำงาน

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนเครียดจากการทำงาน หรือการทำงานไม่ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย อาจเกิดภาวะโรคหมดไฟจากการทำงานได้ สำหรับคำแนะนำในการจัดการภาวะเมื่อยล้าหมดไฟ 2 ด้าน คือ 1.ด้านการจัดการกับตัวเอง และ 2.การจัดการสภาพแวดล้อมในการทำงาน

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการประชุมองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่เมืองเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ โดยมติที่ประชุมพิจารณาให้จัดการภาวะเมื่อยล้าหมดไฟ (Burnout) เป็นภาวะที่ต้องได้รับการรักษาในทางการแพทย์เป็นครั้งแรกในคู่มือวินิจฉัยและจัดประเภทของโรคระหว่างประเทศ (ICD-11) เพื่อให้เป็นมาตรฐานในการวินิจฉัยโรคและการประกันสุขภาพใหม่ทั่วโลก ซึ่งกรมควบคุมโรค จะได้หารือวางแผน เพื่อพิจารณาระบบเฝ้าระวังและบูรณาการกับกรมสุขภาพจิตในการควบคุมและป้องกันโรคต่อไปในอนาคต

ลักษณะอาการที่เข้าข่ายภาวะเมื่อยล้าหมดไฟที่เกิดขึ้นจากการทำงาน คือ 1.รู้สึกหมดไฟ เหนื่อยล้า พลังชีวิตหดหาย 2.มีความรู้สึกไม่อยากทำงาน ต้องการมีระยะห่างจากงานหรือมีทัศนคติเชิงลบต่องาน 3.ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ซึ่งลักษณะอาการดังกล่าวเป็นผลมาจากความเครียดในการทำงานหรือการทำงานไม่ประสบผลสำเร็จตามที่คาดการณ์ไว้ อาจทำให้เสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าสูงขึ้น

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า ปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน อาจเกิดจากปัญหาด้านสุขภาพจิตที่อยู่ในสภาพแวดล้อมการทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล สภาพแวดล้อมและการจัดการขององค์กร ทักษะและความสามารถของพนักงานในการจัดการปัญหาความไม่สมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว รวมทั้งการสนับสนุนขององค์กร ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและเป็นสาเหตุของอาการผิดปกติทางจิตหรือนำไปสู่การใช้แอลกอฮอล์หรือยาเสพติด การรังแกและการคุกคามทางจิตวิทยาเป็นสาเหตุของความเครียดที่เกี่ยวข้องกับการทำงานและมีความเสี่ยงต่อสุขภาพของคนงาน ส่งผลต่อปัญหาทั้งทางจิตใจและร่างกาย ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ขอแนะนำวิธีการจัดการกับภาวะเมื่อยล้าหมดไฟ 2 ด้าน 1.ด้านการจัดการกับตัวเอง เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ นอนอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน, ผ่อนคลายอารมณ์ด้วยกิจกรรมอื่นๆ เช่น นอนดูหนัง ฟังเพลง หรือชอปปิ้ง เพื่อให้รางวัลกับตนเอง, พูดคุยขอคำปรึกษากับผู้อื่น ว่าคุณรู้สึกหมดแรงหรือเบื่อ หากมีอาการรุนแรงมากกว่าปกติ ต้องการความช่วยเหลือหรือสามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ 2.คำแนะนำของ WHO ในการจัดการกับสิ่งแวดล้อมในการทำงาน โดยการปรับสิ่งแวดล้อมในการทำงานให้มีความรู้สึกทางบวกมากขึ้น ซึ่งต้องอาศัยวิสัยทัศน์และนโยบายของผู้บริหาร เช่น สร้างเป้าหมายเส้นทางอาชีพให้พนักงานอย่างชัดเจน สร้างการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของพนักงาน นโยบายดูแลสุขภาพกายและใจของพนักงาน เพื่อช่วยเหลือและดูแลอย่างเหมาะสม ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

Latest articles

50 ปี รพ. วิรัชศิลป์ ชุมพร รีแบรนด์สู่ “พริ้นซ์วิรัชศิลป์” ยกระดับศูนย์การแพทย์ทุติยภูมิขั้นสูง

โรงพยาบาลวิรัชศิลป์ โรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกและคู่บ้านคู่เมืองชาวจังหวัดชุมพรมายาวนานกว่า 50 ปี ประกาศเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการสู่ “โรงพยาบาลพริ้นซ์ วิรัชศิลป์” (PRINC Virajsilp Hospital) ภายใต้เครือโรงพยาบาลพริ้นซ์ (PRINC Group)

COVERMARK มอบของขวัญสุดพิเศษตลอดเดือนตุลาคม

เครื่องสำอาง COVERMARK (คัฟเวอร์มาร์ค) จากประเทศญี่ปุ่น มอบ “PRIVILEGE GIFT SELECTION” ของขวัญสุดพิเศษที่คัดสรรมาเพื่อคุณตลอดเดือนตุลาคม เมื่อช้อปรองพื้นคู่เบสเมคอัพ รับ Mineral Wash มูลค่า 300 บาท

MJets ส่งแคมเปญ People of Mjets รับตลาด Private Aviation โตต่อเนื่อง  

Mjets ผู้ให้บริการการบินส่วนบุคคลชั้นนำของเอเชียและรายแรกในประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ “People of MJets” ถ่ายทอดเรื่องราวของทีมผู้เชี่ยวชาญเบื้องหลังการเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนบุคคล ตั้งแต่การวางแผนและให้บริการเที่ยวบิน การดูแลความพร้อมของอากาศยาน

ททท.จัดกิจกรรม LUCK แลก ลุ้น เชิญชวนคนไทยสมัครสมาชิก Amazing Friend

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรม “LUCK แลก ลุ้น” เชิญชวนคนไทยสมัครสมาชิก Amazing Friend เพื่อ รับข่าวสารและสิทธิประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว พร้อมลุ้นรับรางวัลรวม 252 รางวัล มูลค่ากว่า ล้านบาท อาทิ รถยนต์ ไฟฟ้า BYD ATTO และ Voucher

More like this