บ๊อชให้การสนับสนุนมูลนิธิมือต่อมือ (Hand-to-Hand) อย่างต่อเนื่อง

15

บ๊อชให้การสนับสนุนมูลนิธิมือต่อมือ (Hand-to-Hand) ที่ตั้งอยู่ในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี อย่างต่อเนื่อง

มร. โจเซฟ ฮง กรรมการผู้จัดการ บ๊อช ประเทศไทย ได้ร่วมงานเปิดศูนย์ชุมชน “เรือนม่วงมะปราง” ที่ตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง ซึ่งเป็นที่พักอาศัยหรือบ้านสำหรับผู้ด้อยโอกาสที่มีความหลากหลายและแตกต่างทั้งด้านอายุและความต้องการการช่วยเหลือ ซึ่งเป็นหนึ่งในเจตนารมณ์ของมูลนิธิฯ เพื่อช่วยเหลือเยาวชนผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับอาหาร เครื่องนุ่งห่ม การรักษาพยาบาล และโอกาสทางการศึกษา รวมถึงการช่วยดูแลครอบครัวยากไร้ที่อาศัยในชุมชนแออัดในพัทยา

เรือนม่วงมะปรางให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะอาชีพ โดยจะสอนทักษะการอบขนม ทำเฟอร์นิเจอร์ ทำงานไม้ และยังช่วยหางานให้กับสมาชิกของบ้าน เช่น งานพนักงานทำความสะอาดในโรงแรม หรืองานบริกรในร้านอาหารอีกด้วย โดยบ๊อชได้สนับสนุนเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ผ่านการจัดกิจกรรมอบรมทักษะอาชีพ ‘Train-the-Trainers’ ซึ่งพนักงานบ๊อชได้ช่วยพัฒนาทักษะต่างๆ ที่ตรงกับความสนใจของสมาชิกแต่ละคนที่อาศัยในบ้านหลังนี้ อาทิ การอบขนมและทำอาหารภายในครัวที่ตกแต่งพร้อมสรรพด้วยสารพัดอุปกรณ์ เครื่องใช้ และวัสดุต่างๆ ของบ๊อช และการทำโต๊ะไม้ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษพร้อมชั้นวางรองเท้า โดยใช้เครื่องมือช่างที่ได้รับการสนับสนุนจากบ๊อช เพื่อปูทางให้พวกเขาสามารถพัฒนาและต่อยอดฝีมือ จนสามารถสร้างรายได้เลี้ยงดูครอบครัวในอนาคตได้

มร. โจเซฟ ฮง กรรมการผู้จัดการ บ๊อช ประเทศไทย กล่าวว่า “ภารกิจสำคัญที่มูลนิธิมือต่อมือได้ทำแล้วนั้น ตรงกับเจตนารมณ์ของบ๊อชที่มีต่อสังคมซึ่งเป็นค่านิยมหลักขององค์กรในการสร้างสรรค์อนาคตที่ดียิ่งขึ้น ด้วยการมีส่วนร่วมทางสังคมในเชิงรุก นอกเหนือจากการทำกิจกรรมเพื่อสังคมโดยปกติของบ๊อชแล้ว ผมรู้สึกยินดีอย่างมากที่เห็นพนักงานบ๊อชจากหลายภาคส่วนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ในวันนี้ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 100 ปีการดำเนินธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของบ๊อช โดยพวกเขาได้แสดงจิตอาสา ทุ่มเทความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญ เพื่อให้คำปรึกษาแก่ศูนย์ชุมชนแห่งนี้ เราหวังจะได้เห็นสมาชิกในชุมชนแห่งนี้ พัฒนาทักษะต่างๆ ที่ได้รับจนเชี่ยวชาญ และสามารถสร้างรายได้ให้กับบ้านม่วงมะปรางได้ในที่สุด โดยเมื่อถึงเวลานั้น พ่อแม่จะสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้โดยไม่จำเป็นต้องให้ลูกๆ ละทิ้งการศึกษาหรือครอบครัวต้องแยกกันอยู่ แสดงให้เห็นว่า การพัฒนาทักษะอาชีพจะช่วยให้พ่อแม่หรือผู้ปกครองสามารถจัดหาการศึกษาที่ดีให้กับลูกๆ และทำให้พ่อแม่ลูกได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน”