สารพัดโรคจากความเค็ม แนะ 3 วิธีลดเค็ม ลดโรค

Published on

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ยังเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย เนื่องจากพฤติกรรมการกินของคนไทย ที่ชื่นชอบอาหารรสจัด นิยมใช้เครื่องปรุงรสทั้งขั้นตอนการประกอบอาหารและเติมลงไปอีกก่อนรับประทาน ซึ่งเป็นแนวทางที่เคยชินกันมานาน แต่รู้ไหมว่า นี่คือตัวการร้ายที่สะสมจนก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ วันนี้จึงมีวิธีการลดเค็มเพื่อสร้างสุขภาพที่ดีกัน

เมื่อไม่นานมานี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับองค์การอนามัยโลก (ประเทศไทย) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และเครือข่ายลดการบริโภคเค็ม จัดการประชุมเรื่องแนวทางลดพฤติกรรมติดเค็มของคนไทย

นพ.วิวัฒน์ โรจนพิทยากร  คณะกรรมการบริหารแผนส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า ประเทศไทยติดอันดับการแก้ปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เป็นอันดับ 1 ในเอเชีย เทียบเท่าฟินแลนส์และนอร์เวย์ แต่ NCDs ยังเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทย สูญเสียรายจ่ายทางสุขภาพ 99,000 ล้านบาทต่อปี ทุก 1 ชั่วโมง มีผู้เสียชีวิต 37 คน สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากการรับประทานอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม พบว่า แนวโน้มคนไทยป่วยเป็นโรคไตเพิ่มขึ้น 15% ต่อปี หากร่วมลดการบริโภคเค็มของคนไทย จะช่วยลดความสูญเสียจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างเห็นผล

พญ.เรณู การ์ก องค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า การบริโภคเกลือเกินมากเกินไปเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และส่งผลให้เกิดการสูญเสียชีวิตของคนไทยมากกว่า 20,000 คนต่อปี เกิดจากโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ และโรคไต ทุกๆ คนควรต้องตระหนักถึงปริมาณของโซเดียมที่ตนเองบริโภค และจำกัดการบริโภคให้ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า วิธีการลดพฤติกรรมติดเค็มของคนไทย ทำได้ง่ายๆ ด้วย 3 ลดคือ 1. ลดการเติม โดยเฉพาะการเติมเครื่องปรุง 2. ลดการกินน้ำปรุง เช่น น้ำส้มตำ น้ำยำ น้ำแกง และ 3. ลดการกินอาหารแปรรูป ได้แก่ ไส้กรอก ไตปลา ปลาร้า พริกแกง และกะปิ เพราะในแต่ละวันคนไทยควรบริโภคโซเดียมเทียบเท่ากับเกลือไม่เกิน 1/3 ช้อนชาต่อมื้อ หรือน้ำปลาไม่เกิน 2/3 ช้อนชาต่อมื้อ สสส. ได้ร่วมสร้างความตระหนักในสังคมด้วยการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมให้เกิดสิ่งแวดล้อมลดการบริโภคเค็ม ปลูกฝังความฉลาดรู้ตั้งแต่ในวัยเด็กผ่านหลักสูตรลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ

ผศ.นพ.สุรศักดิ์  กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม กล่าวว่า จากงานวิจัยการสร้างฐานข้อมูลวัตถุดิบอาหารและเครื่องปรุงรสอาหารท้องถิ่น โดยสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้เครือข่ายขับเคลื่อนรณรงค์เพื่อลดการบริโภคเกลือ (โซเดียม) ในประเทศไทย ปริมาณโซเดียมจากอาหารยอดนิยมของแต่ละภูมิภาคจากการปรุงโดยอาสาสมัครแม่บ้านในท้องถิ่นและจากร้านค้า พบว่า อาหารยอดนิยมของทุกภูมิภาคมีปริมาณโซเดียมสูง แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมติดรสเค็ม ทั้งๆ ที่วิถีการผลิตดั้งเดิมไม่มีการเติมสิ่งเหล่านี้ ทำให้มีปริมาณโซเดียมที่ไม่ได้มาจากเกลือเพื่อถนอมอาหารสูงเกินความจำเป็น

พญ.ศศิธร ตั้งสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับแนวทางลดพฤติกรรมติดเค็มของคนไทย คณะกรรมการนโยบายการลดบริโภคเกลือและโซเดียมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อระดับชาติ ได้จัดทำยุทธศาสตร์การลดการบริโภคเกลือและโซเดียมในประเทศไทย โดยตั้งเป้าหมายให้ประชาชนบริโภคเกลือลดลง 30% ภายในปี 2568 โดยร่วมกับภาคีเครือข่ายลดการบริโภคโซเดียม ส่งเสริมให้ความรู้และสร้างวัฒนธรรมการบริโภคอาหารโซเดียมต่ำ เพิ่มช่องทางในการเข้าถึงอาหารและผลิตภัณฑ์ที่มีโซเดียมต่ำ ผลักดันภาคอุตสาหกรรมอาหารและร้านอาหารให้ผลิตอาหารลดโซเดียม ตลอดจนการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยนวัตกรรมเพื่อลดการบริโภคโซเดียม รวมทั้งกระบวนการติดตามเฝ้าระวัง พร้อมตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ให้สำเร็จ โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องผู้บริโภคจากอาหารที่มีโซเดียมสูง ลดการป่วยและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร รวมทั้งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการปรับปรุงสูตรผลิตภัณฑ์อาหารที่ลดปริมาณโซเดียมลง

Latest articles

ใกล้ถึงฤดูระบาดไข้หวัดใหญ่ ป้องกันด้วยวัคซีน เลือกได้ทั้งชนิดพ่นจมูกและชนิดฉีด

โรคไข้หวัดใหญ่ที่หลายคนคิดว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา จริง ๆ แล้วมีความรุนแรงกว่าที่คิด และสามารถลุกลามเป็นปอดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ สมองอักเสบ และทำให้เสียชีวิตได้

PUMA X Pokémon คอลแลบคอลเล็กชัน ธีมแห่งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์

PUMA จับมือกับ Pokémon ฃวิชวลของแคมเปญที่เชื่อมโยงโลกของ Pokémon เข้ากับสปอร์ตแวร์สไตล์ของ PUMA สะท้อนความคอนทราสต์ระหว่าง Pokémon แห่งดวงอาทิตย์ Espeon และ Pokémon แห่งดวงจันทร์ Umbreon

วิริยะประกันภัย จับมือกลุ่มทิสโก้ สนับสนุนงานวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026”

เปิดกิจกรรมวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026” เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพกายใจภายในครอบครัว พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อพลังแห่งความรักและการแบ่งปันโอกาสสู่สังคม โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรโดยไม่หักค่าใช้จ่าย

วว. พัฒนา นวัตกรรม “โยเกิร์ตถั่วชิกพีพร้อมชง” ปฏิวัติอาหารฟังก์ชันไทย

ในยุคที่การดูแลสุขภาพไม่ได้เป็นเพียงกระแสนิยม แต่กลายเป็นวิถีชีวิตหลักของผู้คนทั่วโลก การเฟ้นหาวัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเป็น "อาหารฟังก์ชัน" (Functional Food) หรืออาหารที่ให้คุณประโยชน์มากกว่าคุณค่าทางโภชนาการพื้นฐาน จึงเป็นโจทย์สำคัญที่นักวิจัยทั่วโลกให้ความสนใจ

More like this