1669 ยืนยัน 6อาการฉุกเฉินวิกฤตเข้าได้ทุก รพ. พร้อมชวนโหลด EMS1669

Published on

สพฉ.เตรียมแผนรับมือเทศกาลสงกรานต์ จับมือสธ.และภาคีเครือข่ายผุดโครงการ “ตำบลปลอดภัย ประเทศไทยปลอดภัย ไร้ผู้ป่วยฉุกเฉิน” เริ่มคิกออฟ 20 พื้นที่พร้อมเตรียมขยายครอบคลุมทั่วประเทศในปี 2565 เชื่อลดสถิติการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุของประชาชนได้  พร้อมแนะประชาชนดาวน์โหลดแอพ EMS1669 เพื่อเป็นตัวช่วยในการแจ้งเหตุอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

เรืออากาศเอกนายแพทย์ อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) กล่าวถึงการเตรียมการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์ฉุกเฉินให้กับประชาชน ในการเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ โดยได้ประสานศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ 1669 ซึ่งมีจำนวน 80 ศูนย์ทั่วประเทศ และมีหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินกว่า 8,000 หน่วย โดยเป็นแบ่งชุดปฏิบัติการฉุกเฉินขั้นสูง ขั้นพื้นฐาน และขั้นต้น ตลอดจนภาคีเครือข่ายต่างๆ ให้เตรียมพร้อมกำลังคนและเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อรองรับการให้บริการประชาชนที่เจ็บป่วยฉุกเฉินในการเดินทางกลับบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สพฉ.ยังได้ร่วมมือกับ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีเครือข่ายหลากหลายองค์กรดำเนินโครงการ “ตำบลปลอดภัย ประเทศไทยปลอดภัย ไร้ผู้ป่วยฉุกเฉิน” ซึ่งจากสถิติปี 2561 ที่ผ่านมา พบว่ามีอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์จำนวน 3,724 ครั้ง ดังนั้นเพื่อเป็นการยังยั้งการสูญเสียของประชาชนที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ เราจึงได้เริ่มดำเนินการขับเคลื่อนงานภายใต้โครงการ “ตำบลปลอดภัย ประเทศไทยปลอดภัย ไร้ผู้ป่วยฉุกเฉิน” อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความปลอดภัยในตำบลต่างๆ ของประเทศไทยและเพื่อเป็นการลดอัตราการเสียชีวิตและพิการจากภาวะฉุกเฉิน ตลอดจนพัฒนากลไกการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเจ็บป่วยฉุกเฉิน ทั้งในภาวะปกติและภัยพิบัติ เพื่อสร้างต้นแบบตำบลปลอดภัยในระดับต่างๆในประเทศไทยอีกด้วย

เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติกล่าวถึง รูปแบบการดำเนินการภายใต้โครงการ “ตำบลปลอดภัย ประเทศไทยปลอดภัย ไร้ผู้ป่วยฉุกเฉิน” ว่า ในส่วนของการดำเนินการภายใต้โครงการนี้ สพฉ.และภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันจัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตำบลปลอดภัย พร้อมทั้งร่วมกันจัดทำแผนพัฒนา ขั้นตอนปฏิบัติการ กฎระเบียบกติกาของชุมชนขึ้นมาใช้ร่วมกัน โดยได้มีการสำรวจ วิเคราะห์ปัญหาความเสี่ยง จุดเสี่ยงของชุมชนโดยเฉพาะในเรื่องของอุบัติเหตุจราจรเพื่อประกาศให้คนในชุมชนได้ทราบอย่างทั่วกัน ร่วมกันระมัดระวังแก้ไขและกำหนดมาตรการความเสี่ยงตามข้อมูลความเสี่ยงที่ค้นพบ พร้อมทั้งจัดทำแผนป้องกัน รับมือ ฟื้นฟู พัฒนาศักยภาพเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนด้วยการรณรงค์ อบรมให้ความรู้และกำหนดวิธีสื่อสารในการจัดการด้านความปลอดภัย ซึ่งเราจะมีกระบวนการติดตามประเมินผลเพื่อให้โครงการนี้ดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย โดยเบื้องต้นเราตั้งเป้าดำเนินโครงการนี้ในพื้นที่ 20 ตำบลทั่วประเทศ และจะขยายโครงการให้ครอบคลุมทั่วประเทศภายในปีพ.ศ. 2565  ซึ่งปัจจุบันนี้เรามีพื้นที่ต้นแบบ 2 แห่งที่ดำเนินการตามโครงการนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ เทศบาลเมืองน่าน จังหวัดน่าน และเทศบาลตำบลป่าสัก จังหวัดลำพูน

เรืออากาศเอกนพ.อัจฉริยะ ยังกล่าวถึงการเตรียมพร้อมรับมือการเดินทางกลับบ้านของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์เพิ่มเติมอีกว่า นอกจากการดำเนินโครงการในระดับตำบลแล้วสำหรับประชาชนทั่วไปที่จะต้องเดินทางไกลนอกจากการแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 1669 ที่พร้อมดำเนินงานตลอด 24 ชั่วโมงแล้วตนอยากให้ประชาชนดาวน์โหลดแอพลิเคชั่น “EMS1669” ไว้ในโทรศัพท์มือถือเพิ่มเติมด้วย  และเมื่อพบเห็นเหตุการณ์อุบัติเหตุและพบผู้ป่วยฉุกเฉินประชาชนก็สามารถแจ้งเหตุผ่านแอพพลิเคชั่น “EMS1669” ที่จะทำให้การแจ้งเหตุแม่นยำ และทำให้เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย 

ในส่วนของนโยบาย “เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่” (Universal Coverage for Emergency Patients: UCEP เมื่อผู้ป่วยมีความจำเป็นที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน สามารถเข้ารับการรักษากรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติในโรงพยาบาลทุกแห่งที่ใกล้ที่สุด ทั้งภาครัฐและเอกชนทุกแห่งทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยจะมีกองทุนตามสิทธิการรักษารับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลตั้งแต่แรกเข้าโรงพยาบาลจนพ้นภาวะวิกฤติ แต่ต้องไม่เกิน 72 ชั่วโมง ซึ่งผู้ป่วยที่จะเข้าเกณฑ์ของการใช้สิทธิ UCEP จะต้องเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินที่เข้าข่าย 6 อาการฉุกเฉินวิกฤต อาทิ 1. หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ 2. หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัดมีเสียงดัง 3. เจ็บหน้าอกเฉียบพลันรุนแรง 4. ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือมีอาการชักร่วม 5. แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัดแบบปัจจุบันทันด่วน หรือชักต่อเนื่องไม่หยุด และ 6. มีอาการอื่นร่วมที่มีผลต่อการหายใจระบบการไหลเวียนโลหิตและระบบสมองที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ทั้งนี้โดยการประเมินของแพทย์ และหาก ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถติดต่อมายังศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (ศคส. สพฉ.) หมายเลข 02-872-1669 ได้ตลอด 24 ชม.

Latest articles

เที่ยวหน้าหนาว ชมพืชพันธุ์หายาก ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี ดอยอินทนนท์

โครงการนี้ไม่เพียงช่วยป้องกันการสูญพันธุ์ของกล้วยไม้รองเท้านารี แต่ยังรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศบนดอยอินทนนท์ไว้ ความสำเร็จของโครงการช่วยลดปัญหาการลักลอบค้ากล้วยไม้ป่า

“บีไชน์ เนเจอร์ซี สูตรใหม่” พิเศษรับลมหนาว แบบซองเพียง 39 บาท ที่เซเว่นฯ ทุกสาขา

ลมหนาวมาเยือน อย่าปล่อยให้สุขภาพอ่อนแอ! ช่วงนี้เป็นเวลาที่ร่างกายต้องการการดูแลเป็นพิเศษ วิตามินซีไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันหวัด แต่ยังเป็นตัวช่วยสำคัญในการดูแลผิวพรรณให้สวยสดใส

กพร. โชว์ต้นแบบแบตเตอรี่ EV จากการรีไซเคิล มุ่งต่อยอดเชิงพาณิชย์ หนุน Circular Economy

ปลัดฯ ณัฐพล ชูผลสำเร็จการพัฒนา “ต้นแบบแบตเตอรี่ EV จากการรีไซเคิล” ปลดล็อกเส้นทางสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน หนุนอุตสาหกรรมไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

บสย. ส่งมาตรการช่วยลูกหนี้ฝ่าวิกฤตอุทกภัย พักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด สูงสุด 12 เดือน

บสย. ส่งมาตรการด่วน ช่วย “ลูกค้า-ลูกหนี้” ฝ่าวิกฤตอุทกภัย พักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด อัตโนมัติสูงสุด 12 เดือน

More like this