ภาวะน้ำหนักในเด็ก มัธยมอ้วนสุด!  ปิดเทอมนี้ต้อง “ปฏิวัติ”

Published on

พัฒนาการของอาหารการกินสมัยนี้ มาในหลากรูปแบบหลายช่องทาง ชี้ชวนให้ชิมกันตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นมื้อหลัก มื้อว่าง หรือแค่เวลาที่เหงาปาก แถมยังสะดวกสบาย กินกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ยิ่งในช่วงปิดเทอม พ่อแม่ผู้ปกครองย่อมต้องเป็นห่วงบุตรหลาน ตุนเสบียงไว้เต็มตู้เย็น ส่วนพฤติกรรมของเด็กในปัจจุบัน ก็ยังตกอยู่ในภาวะติดจอ ทำให้ช่วงเวลาของการเผาผลาญถูกดึงไปด้วย เหล่านี้ล้วนทำให้ตัวเลขของเด็กอ้วนยังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าเป็นห่วง ซึ่งความอ้วน ไม่ได้ส่งผลต่อบุคลิก แต่หมายถึงสุขภาพที่น่าห่วงยิ่งกว่ามาก

ล่าสุด สสส.-สช.-สพป.กทม.-วิทยาลัยแพทยศาสตร์ ม.รังสิต จับมือส่งเสริม “เด็กไทยดูดี 4.0 พัฒนาครูผู้นำสุขภาพ 4.0 พร้อมปรับสภาพแวดล้อมในโรงเรียนก่อนเปิดเทอม เผยนักเรียนสังกัดกทม. – เอกชนเสี่ยงภาวะอ้วน โดยเฉพาะนักเรียนมัธยมเอกชนอ้วนสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 3 เท่า พบสัญญาณเตือนไขมันในเลือดสูง 66% ความดันสูง 30% และเบาหวาน 10% จับตาปิดเทอมเด็กไทยน้ำหนักเพิ่ม ชวนพ่อแม่ปฏิวัติตู้เย็น จัดเวลาออกกำลังกาย ไม่นอนดึก

โครงการเพิ่มช่องทางแหล่งเรียนรู้สร้างเสริมสุขภาพด้วยอาหารและการออกกำลังกายเพื่อเด็กไทยดูดี 4.0 โดยความร่วมมือของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กระทรวงศึกษาธิการ วิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร (สพป.กทม.) ได้จัดงานแถลงข่าว “เด็กไทยดูดี 4.0 : ปิดเทอมนี้ อย่าปล่อยให้เด็กอ้วน ชวนพ่อแม่ปฏิวัติตู้เย็น”

ศ.พญ.ชุติมา ศิริกุลชยานนท์

ศ.พญ.ชุติมา ศิริกุลชยานนท์ หัวหน้าโครงการเด็กไทยดูดีมีพลานมัย กล่าวว่า จากการสำรวจภาวะอ้วนในเครือข่ายโรงเรียนภาครัฐสังกัดสพฐ. กทม 5 โรงเรียน ในปี 2561 พบว่าเด็กวัยเรียนเป็นโรคอ้วนถึง 16% และในโรงเรียนเอกชนประถมอ้วน 19% และมัธยมอ้วน 34% ซึ่งสูงกว่าเด็กอ้วนทั้งประเทศเกือบ 3 เท่า ทั้งประเทศอยู่ที่ 12% เด็กอ้วนเหล่านี้พบว่ามีไขมันในเลือดสูงถึง 66% ความดันโลหิตสูง 30% และยังพบน้ำตาลในเลือดระดับเริ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและปื้นดำที่คอเป็นสัญญาณเตือนถึงโรคเบาหวานอีก 10% ซึ่งภาวะอ้วน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดที่สะสมตั้งแต่วัยเด็ก ที่ผ่านมาแม้จะมีแนวทางป้องกันและได้ผลในระดับหนึ่งในโรงเรียนเครือข่ายประถมสพฐ. โดยใช้เวลากว่า 10 ปีในการลดอัตราอ้วนจาก 21% เหลือ 15% ในปี 2560 แต่มักกลับมาใหม่ในช่วงปิดเทอม

โดยปี 2561 อัตราอ้วนกลับมาที่ 16% การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจึงต้องใช้การมีส่วนร่วมของผู้บริหาร ครู และผู้ปกครอง ซึ่งในโรงเรียนเอกชนมีปัญหาโภชนาการเกินในอัตราสูงกว่าภาครัฐทั้งในกทม. และส่วนภูมิภาค โครงการเด็กไทยดูดี ฯ ในปีนี้จึงสร้างครูผู้นำสุขภาพ 4.0 โดยมีโรงเรียนเอกชนทั้งในกทม. และส่วนภูมิภาค สมัครเข้าร่วมราว 40 โรงเรียน โดยการสนับสนุนของ สสส. สช. และสพป.กทม. เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ครู นักเรียนและผู้ปกครอง

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้จัดการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า แนวโน้มเด็กอ้วนเป็นกันทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาและพัฒนาแล้ว ซึ่งผลการศึกษาประเทศที่มีมาตรการที่ประสบผลสำเร็จของการลดภาวะน้ำหนักเกินในเด็ก เช่น อังกฤษ ปัจจัยสำคัญของการเปลี่ยนพฤติกรรม คือ ผู้ปกครอง เพื่อน สิ่งแวดล้อมในโรงเรียน และสื่อ ซึ่งการปรับสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนในสังกัดเอกชนและโรงเรียนในสังกัดสพฐ.ในพื้นที่กทม. โดยสสส.ยินดีสนับสนุนการดำเนินงานทั้งในด้านวิชาการ การรณรงค์สื่อสารสู่สังคม รวมทั้งเชื่อมประสานภาคีเครือข่ายให้เกิดความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพให้กับเด็กวัยเรียน

สำหรับผู้ปกครองมีข้อแนะนำในช่วงปิดเทอมโดยเตรียมอาหารครบ 5 หมู่ให้ลูกอิ่มครบ 3 มื้อ โดยเฉพาะมื้อเช้าซึ่งเป็นมื้อสำคัญ เมื่อลูกอิ่มจะลดพฤติกรรมกินจุบจิบลงได้ อาหารว่างที่ดี ได้แก่ ผลไม้ ธัญพืช ถั่วต่างๆ แนะนำการเตรียมผลไม้ควรหั่นหรือปอกเป็นชิ้นใส่กล่องเก็บในตู้เย็น ให้ดื่มนมสดรสจืด หรือเลือกนมพร่องมันเนยในเด็กที่อ้วน วันละ 2 กล่อง (ขนาด 250 มล.) และจัดน้ำเปล่าไว้แทนน้ำหวานหรือน้ำอัดลมในตู้เย็น ให้เวลาออกกำลังกายวันละ 1 ชั่วโมง และไม่นอนดึก เพื่อให้ช่วงปิดเทอมของเด็กได้เจริญเติบโตแข็งแรงสมวัยด้วยพลังบวกจากการปฎิวัติตู้เย็นให้มีอาหารที่เป็นประโยชน์ และห่างไกลโรคอ้วน

นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า เด็กโรงเรียนเอกชนมีภาวะน้ำหนักเกินสูงกว่าค่าเฉลี่ยของเด็กทั่วไป จึงร่วมกับสสส. และวิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ในโครงการเด็กไทยดูดี 4.0 ด้วยการกำหนดนโยบายให้โรงเรียนที่เข้าร่วมหรือโรงเรียนในสังกัดลดการจำหน่ายอาหารทอด อาหารแปรรูป เบเกอรี่ เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมากเกินไปในโรงเรียน สนับสนุนให้มีการบริโภคผัก ผลไม้ปลอดภัยเพิ่มขึ้น จัดหาน้ำดื่มสะอาดเพื่อการบริโภคอย่างเพียงพอส่งเสริมการออกกำลังกายเพราะแค่ชั่วโมงพลศึกษา 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ไม่เพียงพอ และสนับสนุนให้ครูมีทักษะความรู้มากยิ่งขึ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตั้งแต่อายุยังน้อย

ดร.สุทธิชัย เดชสุวรรณนิธิ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร (สพป.กทม.) กล่าวว่า การส่งเสริมให้เด็ก ครู และผู้ปกครองมีความรู้และทักษะในการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีตั้งแต่วัยเรียนจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคได้โดยเฉพาะเด็กในเมือง นอกจากนี้โปรแกรมสนับสนุนของโครงการเด็กไทยดูดีที่ให้กับครูยังเป็นเครื่องมือในการสอนเด็กรู้จักมีวินัย ทั้งวินัยในการกินเป็นเวลา รู้จักยับยั้งชั่งใจ และวินัยในการใช้เงิน ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญในการใช้ชีวิตต่อไป

Latest articles

ใกล้ถึงฤดูระบาดไข้หวัดใหญ่ ป้องกันด้วยวัคซีน เลือกได้ทั้งชนิดพ่นจมูกและชนิดฉีด

โรคไข้หวัดใหญ่ที่หลายคนคิดว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา จริง ๆ แล้วมีความรุนแรงกว่าที่คิด และสามารถลุกลามเป็นปอดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ สมองอักเสบ และทำให้เสียชีวิตได้

PUMA X Pokémon คอลแลบคอลเล็กชัน ธีมแห่งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์

PUMA จับมือกับ Pokémon ฃวิชวลของแคมเปญที่เชื่อมโยงโลกของ Pokémon เข้ากับสปอร์ตแวร์สไตล์ของ PUMA สะท้อนความคอนทราสต์ระหว่าง Pokémon แห่งดวงอาทิตย์ Espeon และ Pokémon แห่งดวงจันทร์ Umbreon

วิริยะประกันภัย จับมือกลุ่มทิสโก้ สนับสนุนงานวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026”

เปิดกิจกรรมวิ่งการกุศล “Family First Neon Run 2026” เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพกายใจภายในครอบครัว พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อพลังแห่งความรักและการแบ่งปันโอกาสสู่สังคม โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรโดยไม่หักค่าใช้จ่าย

วว. พัฒนา นวัตกรรม “โยเกิร์ตถั่วชิกพีพร้อมชง” ปฏิวัติอาหารฟังก์ชันไทย

ในยุคที่การดูแลสุขภาพไม่ได้เป็นเพียงกระแสนิยม แต่กลายเป็นวิถีชีวิตหลักของผู้คนทั่วโลก การเฟ้นหาวัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเป็น "อาหารฟังก์ชัน" (Functional Food) หรืออาหารที่ให้คุณประโยชน์มากกว่าคุณค่าทางโภชนาการพื้นฐาน จึงเป็นโจทย์สำคัญที่นักวิจัยทั่วโลกให้ความสนใจ

More like this