เตรียมต่อยอดใช้งานแอปฯ อสม.ออนไลน์ ใน สสอ. สสจ. เชื่อมข้อมูลสุขภาพ

Published on

รพ.สต. 93 แห่ง ที่ได้รางวัลประกวดการใช้งานแอปฯ อสม.ออนไลน์ พร้อมตั้งเป้าขยายฐานผู้ใช้งานเพิ่มจาก 5 หมื่นเป็น 1 แสนคน รวมทั้งต่อยอดใช้งานขึ้นไปสู่ระดับ สสอ.และ สสจ. เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอและจังหวัดเข้าด้วยกัน

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เปิดเผยว่า จากที่เอไอเอสได้พัฒนาแอปพลิเคชัน “อสม.ออนไลน์” ซึ่งเป็นนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อสังคมสำหรับช่วยในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในปีนี้เอไอเอสได้จัดประกวดการใช้งานแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ เป็นปีที่ 2 มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) สมัครเข้าร่วมประกวดมากกว่า 500 แห่ง และมี รพ.สต. ที่ได้รับรางวัลดีเด่นระดับประเทศ ระดับจังหวัด และระดับชื่นชม รวมทั้งหมด 93 แห่ง ขณะที่ภาพรวมการใช้งาน ณ สิ้นปี 2561 มีหน่วยบริการระดับปฐมภูมิที่ใช้งานแอปฯ อสม.ออนไลน์ทั่วประเทศ 2,200 แห่ง รวมจำนวน อสม.ที่ใช้งาน 52,000 คน

อย่างไรก็ตาม เอไอเอสพยายามขยายการใช้งานเพิ่มเติมขึ้นไปเรื่อยๆ นอกเหนือจากปัจจุบันที่ใช้ในระดับตำบลแล้ว สิ่งที่จะขยายเพิ่มเติมในปี 2562 นี้คือขยายการใช้งานไปยังหน่วยบริหารทั้งสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) และสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ซึ่งจะเป็นการเชื่อมต่อข้อมูลในแต่ละระดับ ตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอและจังหวัดเข้าด้วยกัน ขณะเดียวกันก็อยากเชื่อมต่อกับ แอปฯ “สมาร์ท อสม.” ของกระทรวงสาธารณสุขด้วยเพื่อให้การใช้งานไม่ขาดตกบกพร่องในสิ่งที่กระทรวงฯจะส่งต่อออกมาให้ อสม.

“แอปฯ อสม.ออนไลน์เป็นอีกนวัตกรรมที่เรามุ่งมั่นตั้งใจทำ วันนี้เรามี อสม.ประมาณ 1 ล้านคน ตอนนี้ใช้งาน อสม.ออนไลน์แค่ 52,000 คน ในปีหน้าเราอยากเห็นตัวเลขให้เพิ่มขึ้นมาเป็น 1 แสนราย หรือเพิ่มเป็น 10% ของ อสม.ทั้งหมด” นายสมชัย กล่าว

นายสมชัย ย้ำจุดยืนว่า ในฐานะที่เอไอเอสเป็นผู้ให้บริการดิจิทัล หรือ Digital Life Service Provider เรามีเจตนารมณ์ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลซึ่งเป็นศักยภาพของเรามาร่วมสร้างประโยชน์และคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่สังคมและประเทศชาติ โดยเฉพาะใน 4 ด้านหลักที่เป็นหัวใจสำคัญของประเทศคือ การศึกษา การเกษตร สาธารณสุข และการพัฒนาส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพ (Start Up) ภายใต้แนวคิด “Digital For Thais” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยและขับเคลื่อนประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วอันเกิดจากเทคโนโลยีดิจิทัลนี้ และหวังว่าแอปฯ อสม.ออนไลน์ จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างการเรียนรู้ ความเข้าใจ และทักษะเรื่องการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้แก่ อสม. (Digital Literacy) เพื่อให้มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) และสามารถถ่ายทอดความรู้สู่ประชาชนให้เกิดเป็นความรอบรู้ด้านสุขภาพของชุมชนได้

“ผมขอชื่นชมและแสดงความยินดีแก่หน่วยบริการสุขภาพและ อสม.ทั้ง 93 แห่งที่ได้รับรางวัลจากการเข้าร่วมโครงการประกวดการใช้งานแอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ในปีที่ 2 นี้ ซึ่งหวังว่ารางวัลนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ไปด้วยกัน” นายสมชัย กล่าว

นพ.กิตติศักดิ์ กลับดี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตามที่แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ซึ่งเป็นรากฐานของระบบสุขภาพในระยะ 5 ปี ได้กำหนดเป้าหมายให้ประชาชนไทยมีความรอบรู้สุขภาพ (Health Literacy) การยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชน จึงถือเป็นการวางรางฐานที่สำคัญให้กับคนไทยทุกคน เพื่อการมีสุขภาพที่ดีสมวัยในทุกช่วงชีวิต และความรอบรู้ด้านสุขภาพถือเป็นตัวช่วยที่สำคัญที่จะทำให้ประชาชนไทยรู้เท่าทันสถานการณ์ ข้อมูลข่าวสาร และสุขภาพของตนเอง ด้วยการกลั่นกรอง ประเมิน และตัดสินใจ ที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เลือกใช้บริการและผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างเหมาะสม โดยอาศัยข้อมูลความรู้ด้านสุขภาพ และบริการสุขภาพ จากหลายช่องทางจนสามารถตัดสินใจจัดการสุขภาพของตนเองและครอบครัวได้อย่างเหมาะสม ดังนั้นช่องทางในการนำข่าวสารหรือความรู้ต่างๆจากหน่วยงานภาครัฐไปสู่ประชาชนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบัน

“แอปพลิเคชัน “อสม.ออนไลน์” ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่เข้ามาช่วยทำให้ อสม. สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้านสุขภาพที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ และเหมาะสมกับบริบทอีกทางหนึ่ง และนอกจากนี้ยังช่วยให้การทำงานระหว่าง อสม. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในหน่วยบริการสุขภาพเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเกิดการบูรณาการในการเอานำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ดูแลสุขภาพประชาชนไทยให้มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ช่วยลดภาระงานของเจ้าหน้าที่และเกิดการสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืนต่อไป” นพ.กิตติศักดิ์ กล่าว

น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือดีอี กล่าวว่า กระทรวงดีอีมีบทบาทในการทำความเข้าใจและศึกษาสถานการณ์เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างรอบด้าน กำหนดนโยบายบนฐานความรู้ และเลือกดำเนินนโยบายที่เหมาะสม เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ทุกภาคส่วนในประเทศ ตามแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของกระทรวงดีอี สิ่งสำคัญที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมให้ความสำคัญตลอดมานั่นคือการนำเทคโนโลยีไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึง เท่าเทียมและเป็นธรรม โดยหนึ่งในนั้นคือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ เข้ามาช่วยส่งเสริมให้เกิดการมีสุขภาพที่ดีของประชาชน

แอปพลิเคชัน อสม.ออนไลน์ ถือเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยเตรียมความพร้อมให้สังคมไทย พร้อมที่เปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างมั่นคง เพราะ อสม.ออนไลน์ช่วยส่งเสริมทักษะในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้แก่ อสม. ที่มีมากกว่าหนึ่งล้านคนทั่วประเทศ อีกทั้งช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานในการดูแลสุขภาพของประชาชน ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Latest articles

Bangkok World Music Day’ 26 : 30+ artists – 5 stages – 12 hours

The French Embassy in Thailand, in partnership with One Bangkok, Alliance Française de Bangkok...

ก๊าซเรือนกระจกด้านไอที การจัดการผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกิดจาก AI

ความก้าวหน้าของโมเดล AI อย่างรวดเร็วอาจสร้างอุตสาหกรรมใหม่และเป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจก็จริง แต่ความกังวลต่อผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็มากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าในอีกสองปีข้างหน้า (2571) ครึ่งหนึ่ง (50%) ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ด้านไอที จะมาจากโมเดล AI

เอนกายท่ามกลางขุนเขา กับพูลวิลล่าสุดหรู ณ โรงแรมรุกข์ คีรี เขาใหญ่ เดอะ เซ็นทารา คอลเลกชัน

โรงแรมรุกข์ คีรี เขาใหญ่ เดอะ เซ็นทารา คอลเลกชัน ชวนคุณสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับ ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบของเขาใหญ่ กับพูลวิลล่าส่วนตัวที่พร้อมมอบช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลายอย่างแท้จริง ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2569

SUBCON Thailand 2026 จับคู่ธุรกิจ 9,600 คู่ มูลค่าการซื้อขายกว่า 2.3 หมื่นล้าน

บีโอไอเผยความสำเร็จการจัดงาน “SUBCON Thailand 2026” ระหว่างวันที่ 13 – 16 พฤษภาคม 2569 แพลตฟอร์มเชื่อมโยงธุรกิจและห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน มีผู้ร่วมงานมากกว่า 50,000 คน ยอดเจรจาธุรกิจกว่า 9,600 คู่ คาดเกิดมูลค่าซื้อขายกว่า 23,000 ล้านบาท

More like this