รู้ทัน 5 โรค ที่มากับฤดูร้อน

Published on

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนฤดูร้อนที่จะมาถึงนี้ ระวัง 5 โรคที่ติดต่อทางอาหารและน้ำ ในช่วงฤดูร้อน ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง โรคอาหารเป็นพิษ โรคบิด อหิวาตกโรค และไข้ไทฟอยด์หรือไข้รากสาดน้อย พร้อมขอให้ยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ”

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง และกำลังจะเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน ซึ่งอากาศที่ร้อนเชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี กรมควบคุมโรค จึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการเจ็บป่วยจากโรคที่มักพบได้บ่อยในช่วงฤดูร้อน โดยเฉพาะโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ จากข้อมูลสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้นแต่ต้นปี 2562 มีรายงานผู้ป่วย 5 โรคสำคัญ ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง 144,948 ราย  โรคอาหารเป็นพิษ 15,801 ราย  โรคบิด 196 ราย  อหิวาตกโรค 1 ราย  ไข้ไทฟอยด์หรือไข้รากสาดน้อย 155  ราย และพบผู้เสียชีวิตจากโรคอุจจาระร่วง 1 ราย

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า โรคติดต่อทางอาหารและน้ำดังกล่าว เกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว หนอนพยาธิฯ ผู้ป่วยจะมีอาการ ปวดท้อง ถ่ายเหลวมากกว่า 3 ครั้งต่อวันหรือมากกว่า คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ อุจจาระอาจพบเยื่อมูกและมีเลือดปน ในบางรายมีอาการรุนแรงอาจทำให้เสียชีวิตได้

ดังนั้น การป้องกันคือ ให้ประชาชนปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อนทั่วถึงและสะอาด ล้างผัก ผลไม้ด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง หลีกเลี่ยงการใช้มีด เขียง หั่นอาหารดิบและอาหารสุกร่วมกัน เพื่อไม่ให้ปนเปื้อนเชื้อโรค ดูแลครัวให้สะอาด กำจัดขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล  และยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” ได้แก่ 1.กินร้อน คือ กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ในกรณีข้าวกล่อง อาหารถุง ต้องนำมาอุ่นให้ร้อนก่อนกินทุกครั้ง 2.ใช้ช้อนกลาง คือ เมื่อกินอาหารร่วมกัน ควรใช้ช้อนกลางในการตักอาหาร  และ 3.ล้างมือ คือ ต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนกินอาหาร ก่อนปรุงอาหาร หลังขับถ่าย และหลังสัมผัสสิ่งสกปรก นอกจากนั้น ควรจัดให้มีน้ำดื่มที่สะอาด มีส้วมที่ถูกสุขลักษณะ มีการกำจัดขยะมูลฝอย และน้ำเสียที่เหมาะสมในบริเวณที่อยู่รวมกัน ตลอดจนมีการให้สุขศึกษาในการป้องกันโรค โดยเฉพาะในโรงเรียน ค่ายลูกเสือ ค่ายทหาร หอพักนักเรียน นักศึกษา

หากพบว่ามีอาการป่วย สามารถช่วยเหลือเบื้องต้น โดยให้จิบน้ำผสมสารละลายเกลือแร่ (ORS) บ่อยๆ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ หากอาการไม่ดีขึ้น รับประทานอาหารไม่ได้ กระหายน้ำมากกว่าปกติ หรืออุจจาระเป็นมูกปนเลือด ควรรีบไปพบแพทย์ทันที และรับประทานอาหารอ่อนย่อยง่าย เพื่อช่วยให้ลำไส้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และไม่ควรกินยาหยุดถ่าย เพราะจะทำให้เชื้อโรคยังอยู่ในร่างกาย หากใช้ยาปฏิชีวนะ ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์

สำหรับเด็กที่ดื่มนมแม่ ให้ดื่มนมแม่ร่วมกับป้อนสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ (ORS) บ่อยๆ สำหรับเด็กที่ดื่มนมผง ให้ผสมนมตามปกติแต่ให้ดื่มเพียงครึ่งเดียวของปริมาณที่เคยดื่มแล้วให้ดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ (ORS) สลับกันไป (ไม่ควรผสมสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ลงในนมผง) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

Latest articles

กรุงเทพฯ ติดอันดับจุดหมายปลายทางที่นักเดินทางกลับมาเยือนซ้ำมากที่สุด

อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว เผยผลการจัดอันดับจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่นักเดินทางเลือกกลับมาเยือนซ้ำมากที่สุด 10 อันดับในเอเชีย โดยอ้างอิงจากข้อมูลการจองที่พักในช่วงครึ่งปีแรกของปี พ.ศ. 2569

SABINA ผนึก Sanrio ส่งคอลเลกชันHello Kitty ปลุกโมเมนต์การเดินทางสุดคิวท์

SABINA ผนึกความร่วมมือกับ Sanrio เจ้าของคาแรคเตอร์แบรนด์ระดับโลก ชวนเช็คอินความน่ารักกับคอลเลกชันพิเศษ Hello Kitty (เฮลโล คิตตี้) ภายใต้คอนเซปต์ “Welcome aboard SABINA AIRLINES

สตาร์บัคส์ ซีรีส์นามะ นำทัพเมนูทางเลือกเพื่อสุขภาพ ฮีลใจรับเทศกาลกินเจ

สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ชวนทุกคนหยุดพักจากความเร่งรีบ ดื่มด่ำกับจังหวะชีวิตที่ช้าลงและใส่ใจสุขภาพของตัวเองมากยิ่งขึ้น ด้วยหลากหลายเมนูเครื่องดื่มคุณภาพเยี่ยมที่คราฟท์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน พร้อมเปิดตัวเมนูอาหารในธีมสุขภาพ และเมนูทางเลือกสำหรับเทศกาลกินเจ

SCGP – น้ำมันพืชกุ๊ก ต่อยอดพันธมิตรด้านความยั่งยืน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนตลอดห่วงโซ่

SCGP และบริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด ผู้ผลิตน้ำมันพืชกุ๊ก หนึ่งในธุรกิจหลักของกลุ่มพูลผล เดินหน้าขยายความร่วมมือจากการส่งมอบโซลูชันบรรจุภัณฑ์ สู่การเป็นพันธมิตรด้านความยั่งยืน ลงนามบันทึกข้อตกลงด้านการส่งเสริมการจัดการขยะอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

More like this