ผ้าไทย–ดนตรี–แฟชั่น หนุน Soft Power ผ่าน Thai Youth Jazz

Published on

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม เดินหน้าต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมไทยผ่าน โครงการสร้างสรรค์ชุดแต่งกายผ้าไทยร่วมสมัยให้แก่วงดนตรีเยาวชน เพื่อส่งเสริม Soft Power” ด้วยการนำผ้าไทยมาสร้างบทสนทนากับดนตรีแจ๊สและแฟชั่น ถ่ายทอดผ่าน Thai Youth Jazz วงดนตรีแจ๊สเยาวชนวงแรกของ สศร. โดยมีเป้าหมายให้คนรุ่นใหม่เป็นผู้ถ่ายทอดและต่อยอดอัตลักษณ์ไทยผ่านทั้งเสียงดนตรีและเครื่องแต่งกาย พร้อมเปิดมุมมองใหม่ต่อผ้าไทยในบริบทของวัฒนธรรมร่วมสมัย

จากผ้าไทยสู่ Soft Power: เมื่อวัฒนธรรมไม่ได้อยู่แค่ในพิพิธภัณฑ์

ภายใต้แนวคิดที่ว่า ‘ผ้าไทย’ คือมรดกทางภูมิปัญญาที่สะท้อนวิถีชีวิต ความเชื่อ ประวัติศาสตร์ และองค์ความรู้ด้านการทอผ้าของแต่ละชุมชน      สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) จึงให้ความสำคัญกับการนำทุนทางวัฒนธรรมมาบูรณาการเข้ากับศาสตร์ร่วมสมัยต่าง ๆ ได้อย่างสง่างาม โดยเฉพาะการเชื่อมโยง ‘ผ้าไทย’ เข้ากับ ‘แฟชั่น’ เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพในการสร้างแรงบันดาลใจแก่คนรุ่นใหม่

เกษร กำเหนิดเพ็ชร ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรมกล่าวว่า “คนรุ่นใหม่ไม่ได้ปฏิเสธผ้าไทย แต่ปฏิเสธภาพจำเดิม ๆ ที่ทำให้รู้สึกว่าผ้าไทยเข้าถึงยาก การตีความผ้าไทยในรูปแบบใหม่จึงมีความสำคัญ เพื่อให้ผ้าไทยกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์และความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้Thai Youth Jazz Orchestra เป็น Cultural Ambassador ที่ช่วยถ่ายทอดความงดงามของผ้าไทยที่มีความร่วมสมัย สะท้อนผ่านโลกของดนตรีและศิลปะได้อย่างกลมกลืน”

โครงการนี้จึงเป็นการเชื่อมโยงผ้าไทยเข้ากับดนตรีแจ๊ส แฟชั่น และพลังของคนรุ่นใหม่ ผ่าน Thai Youth Jazz เพื่อสวมใส่เครื่องแต่งกายที่ออกแบบจากผ้าไทยโดย ‘เอก ทองประเสริฐ’ดีไซเนอร์ชื่อดัง พร้อมต่อยอดจากความสำเร็จของโครงการในปี 2568 ที่ได้ร่วมสร้างสรรค์ชุดผ้าไทยให้แก่ศิลปินวง Asia7 ในการแสดงคอนเสิร์ตซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและต่อยอดสู่การแสดงบนเวทีต่างประเทศ

Thai Youth Jazz พลังของเยาวชนกับการสื่อสารเชิงวัฒนธรรม

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือ Thai Youth Jazz วงดนตรีแจ๊สเยาวชนไทยวงแรกของ สศร. ซึ่งถ่ายทอดแนวคิดของโครงการผ่านการแสดงดนตรี ภายใต้การควบคุมวงดนตรีโดย รองศาสตราจารย์ ดร. เด่น อยู่ประเสริฐ ศิลปินศิลปาธร สาขาดนตรี ประจำปี พ.ศ. 2552

 “ทั้งผ้าไทยและแจ๊สต่างมีหัวใจเดียวกันคือ Improvisation บนรากเหง้า ผ้าไทยมีภูมิปัญญาการทอเฉพาะถิ่นที่มีเสน่ห์ เหมือนดนตรีแจ๊สที่เปิดพื้นที่ให้ศิลปินได้สร้างสรรค์และแสดงตัวตนอย่างอิสระ บนรากฐานทางวัฒนธรรม นักดนตรีแต่ละคนล้วนมีสไตล์เฉพาะตัว เช่นเดียวกับดีเทลของเสื้อผ้าที่สวมใส่บนเวที แม้จะมีความแตกต่างตามตัวตนของผู้สวมใส่ แต่เมื่อมองในภาพรวมแล้วต้องกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน

 “สิ่งสำคัญที่สุดในการสวมใส่ผ้าไทย คือความสบายและความคล่องตัว เพราะดนตรีแจ๊สต้องการอิสระทางร่างกาย เสื้อผ้าต้องไม่รั้ง ไหล่และแขนต้องขยับได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อถ่ายทอดอารมณ์เพลงได้อย่างเต็มที่ การคอลแลบนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า ผ้าไทยมีความร่วมสมัยและโดดเด่นในบริบทสากล”

การให้เยาวชนเป็นผู้สวมใส่ผ้าไทยที่ผ่านการออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดัง พร้อมนำเสนอผ่านการแสดงบนเวที จึงเป็นการขยายบทบาทของคนรุ่นใหม่จาก “ผู้รับวัฒนธรรม” สู่ “ผู้สร้างสรรค์” และต่อยอดวัฒนธรรมในรูปแบบของตัวเอง การผสานดนตรีแจ๊สกับผ้าไทยจึงเป็นการสร้างพื้นที่ร่วมสมัย ที่ทำให้วัฒนธรรมไทยสามารถเคลื่อนไหวไปพร้อมกับคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว

เอก ทองประเสริฐดีไซเนอร์ผู้ตีความผ้าไทยผ่านจังหวะแจ๊สร่วมสมัย

โครงการดังกล่าวได้มอบหมายให้ เอก ทองประเสริฐ ดีไซเนอร์ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Ek Thongprasert ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยบนเวทีระดับโลก ร่วมออกแบบผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย และกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของ Thai Youth Jazz ได้อย่างมีเอกลักษณ์ พร้อมตอบโจทย์การเคลื่อนไหวและการแสดงบนเวทีได้อย่างดี การออกแบบในครั้งนี้จึงไม่ได้มองผ้าไทยเป็นเพียง ‘วัตถุดิบ’ สำหรับเครื่องแต่งกาย แต่เป็นทุนทางวัฒนธรรมที่ถูกนำมาตีความใหม่ผ่านภาษาของแฟชั่น เชื่อมโยงเข้ากับตัวตนของคนรุ่นใหม่

 “สิ่งที่โครงการนี้พยายามทำคือ การเปลี่ยน ‘บริบท’ ของผ้าไทย มากกว่าการเปลี่ยนคุณค่าของผ้าไทย ซึ่งภาพลักษณ์ร่วมสมัยไม่ได้เกิดจากการทำให้ผ้าไทยดูมีความเป็น ‘แฟชั่น’ เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการทำให้เสื้อผ้าสัมพันธ์กับช่วงวัยและกิจกรรมจริงของผู้สวมใส่ เราจึงนำผ้าทอมือ งานบาติก งานโครเชต์ หรืองานปัก ไปดีไซน์บนเสื้อยืด เสื้อเชิ้ต และเสื้อกั๊กของน้อง ๆ ที่กำลังเล่นแจ๊สอยู่บนเวที เพื่อให้คนรุ่นใหม่หันกลับมามองว่า ผ้าไทยก็ดูดีเหมือนกัน นั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญกว่าการพยายามบอกให้เขาหันกลับมาสวมผ้าไทยเสียอีก”

การนำผ้าไทยมาสร้างสรรค์เป็นเครื่องแต่งกายสำหรับวงดนตรีแจ๊สเยาวชน จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการข้ามศาสตร์ระหว่าง “แฟชั่น – ดนตรี – วัฒนธรรม” ผ่านโครงการสร้างสรรค์ชุดแต่งกายผ้าไทยร่วมสมัยให้แก่วงดนตรีเยาวชน เพื่อส่งเสริม Soft Power ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ‘ผ้าไทย’ และ ‘ดนตรีแจ๊ส’ สามารถร้อยเรียงเป็นท่วงทำนองเดียวกันได้อย่างงดงาม เมื่อนำมาตีความใหม่ด้วยภาษาของแฟชั่นที่เข้าใจทั้งรากเหง้าทางวัฒนธรรมและบริบทของคนรุ่นใหม่ พร้อมเปลี่ยนเวทีให้กลายเป็นอีกหนึ่งพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การสร้างสรรค์ และการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมของประเทศ

Latest articles

CHAO คว้ารางวัล “อย. คออลิตี้ อวอร์ด ประจำปี 2569 ตอกย้ำคุณภาพมาตรฐานระดับประเทศ

วนีติกา สันติภาพภูมิ (ซ้าย) ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโส บมจ. เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี หรือ CHAO ตอกย้ำผู้นำธุรกิจผลิตและจำหน่ายขนมขบเคี้ยวและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ ล่าสุดสะท้อนความสำเร็จด้านคุณภาพมาตรฐานการผลิต คว้ารางวัลในโครงการ “อย. คออลิตี้ อวอร์ด ประจำปี พ.ศ. 2569”

Funding Societies เร่งสินเชื่อธุรกิจสีเขียว หนุน SME ไทยขยายกิจการ รับโอกาสเศรษฐกิจใหม่

ธุรกิจสีเขียวของไทยกำลังเปลี่ยนจากธุรกิจที่อยู่ในระยะเริ่มต้นของการลงทุน ไปสู่ธุรกิจที่มีคำสั่งซื้อและรายได้จริงมากขึ้น ความต้องการเงินทุนจึงไม่ได้อยู่ที่การเริ่มโครงการเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงเงินทุนหมุนเวียนเพื่อรองรับต้นทุนล่วงหน้า รับงานเพิ่ม และขยายกำลังการดำเนินงาน

ไลอ้อน ประเทศไทย รับรางวัล อย.ควอลิตี้ อวอร์ด 2569 สถานประกอบการดีเด่นด้านเครื่องสำอาง

รางวัล “อย.ควอลิตี้ อวอร์ด ประจำปี 2569” ประเภทสถานประกอบการดีเด่นด้านเครื่องสำอาง เป็นรางวัลที่สะท้อนการให้ความสำคัญกับคุณภาพของสถานประกอบการในภาพรวม โดยครอบคลุมทั้งมาตรฐานของสถานที่ผลิตและระบบคุณภาพ ความรับผิดชอบต่อสังคม

วิริยะประกันภัย สนับสนุนกรวยยางจัดระเบียบจราจร ด่านตรวจพิทักษ์ธรรม จ.เชียงใหม่

การสนับสนุนในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการส่งเสริมภารกิจด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้สนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายในหลายพื้นที่

More like this