• Gen Z ร้อยละ 94 และมิลเลนเนียล ร้อยละ 85 ในไทย ระบุว่า ความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจด้านอาชีพ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกของ Gen Z (ร้อยละ 69) และมิลเลนเนียล (ร้อยละ 64)
• Gen Z ร้อยละ 83 และมิลเลนเนียล ร้อยละ 84 ในไทย สนใจที่จะดำรงตำแหน่งผู้นำในเส้นทางอาชีพ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกของ Gen Z (ร้อยละ 76) และมิลเลนเนียล (ร้อยละ 67) อย่างไรก็ตาม มีเพียงร้อยละ 2 ที่มองว่าเป็นเป้าหมายหลักในปัจจุบัน
• Gen Z ร้อยละ 87 และมิลเลนเนียล ร้อยละ 88 ในไทย ใช้ AI ในการทำงานประจำวัน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ร้อยละ 74 สำหรับทั้งสองกลุ่ม
• Gen Z ร้อยละ 99 และมิลเลนเนียล ร้อยละ 100 ในไทย ระบุว่าการมี “เป้าหมาย” เป็นปัจจัยสำคัญต่อความพึงพอใจในการทำงาน
ในประเทศไทย Gen Z และมิลเลนเนียล มีความกังวลต่ออนาคตทางการเงินมากกว่าคนกลุ่มเดียวกันในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งกลายเป็นแรงกดดันสำคัญ โดยร้อยละ 9 ของ Gen Z ไทย และร้อยละ 85 ของมิลเลนเนียลไทย ระบุว่า ความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจด้านอาชีพและสถานที่ทำงาน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกของ Gen Z (ร้อยละ 69) และมิลเลนเนียล (ร้อยละ 64)
นอกจากนี้ ร้อยละ 65 ของ Gen Z และร้อยละ 57 ของมิลเลนเนียลในประเทศไทย ระบุว่า พวกเขาต้องชะลอการตัดสินใจสำคัญในชีวิต เช่น การสร้างครอบครัว การศึกษาต่อ หรือการเริ่มต้นธุรกิจ เนื่องจากสถานะทางการเงินของตนเอง เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกของ GenZ (ร้อยละ 55) และมิลเลนเนียล (ร้อยละ 52) ขณะที่ความกังวลอันดับหนึ่งของทั้ง Gen Z ไทย (ร้อยละ 43) และมิลเลนเนียลไทย (ร้อยละ 45) ยังคงเป็นค่าครองชีพ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มทั่วโลกที่ยังประเด็นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5
ข้อมูลทั้งหมดนั้นมาจากผลสำรวจ 2026 Global Gen Z and Millennial Survey ซึ่งจัดทำโดยดีลอยท์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 โดยรวบรวมความคิดเห็นจาก Gen Z และมิลเลนเนียลกว่า 22,500 คนใน 44 ประเทศทั่วโลก รวมถึงข้อมูลเชิงคุณภาพจากผู้นำองค์กรธุรกิจ โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจในประเทศไทยมากกว่า 300 คน
นายอริยะ ฝึกฝน ลีดเดอร์ ด้านเทคโนโลยีและการปฏิรูปองค์กร ดีลอยท์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในประเทศไทย ค่าครองชีพยังคงเป็นความกังวลอันดับหนึ่งต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 สำหรับ Gen Z และมิลเลนเนียล นอกจากนี้ การเติบโตของเงินเดือนในประเทศไทยช่วงที่ผ่านมาอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ยังสะท้อนถึงแรงกดดันทางการเงินที่คนรุ่นใหม่กำลังเผชิญอย่างชัดเจน ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า ความเป็นจริงด้านการเงินไม่เพียงส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการใช้จ่าย แต่ยังส่งผลต่อช่วงเวลาในการตัดสินใจเรื่องสำคัญในชีวิตและอาชีพ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่โดดเด่นในกลุ่มคนรุ่นใหม่ไทย คือ ศักยภาพในการรับมือความเปลี่ยนแปลง เนื่องจากมีเป้าหมายด้านอาชีพที่ชัดเจน มีอัตราการใช้ AI และสนใจบทบาทผู้นำที่สูงกว่าคนรุ่นใหม่ทั่วโลก พร้อมปรับตัวและวางแผนอนาคตอย่างมีเหตุผล”

แรงกดดันด้านการเงินของ Gen Z และมิลเลนเนียล ยังสะท้อนให้เห็นได้ในระดับองค์กร โดยรายงาน Deloitte Thailand Salary Policies Survey 2025 ระบุว่า เงินเดือนในประเทศไทยปี 2568 ปรับเพิ่มเฉลี่ยร้อยละ 4.5 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ร้อยละ 5
คนรุ่นใหม่สนใจที่จะเป็นผู้นำ แต่ “เป้าหมาย” และ “สมดุลชีวิต” ยังคงสำคัญกว่า
Gen Z และมิลเลนเนียลไทย ยังคงมีความสนใจอย่างชัดเจนที่จะดำรงตำแหน่งผู้นำองค์กร (Gen Z ร้อยละ 83 และมิลเลนเนียล ร้อยละ 84) ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกของ Gen Z (ร้อยละ 76) และมิลเลนเนียล (ร้อยละ 67) อย่างไรก็ตาม มีเพียงร้อยละ 2 ของคนรุ่นใหม่เท่านั้นที่ระบุว่า การดำรงตำแหน่งผู้นำองค์กรเป็นเป้าหมายหลัก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความสนใจด้านภาวะผู้นำมีอยู่ในวงกว้าง แต่ยังไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน
แม้คนรุ่นใหม่ไทยจะมีความมุ่งมั่นในอาชีพ แต่สมดุลชีวิตการทำงานยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ โดย Gen Z ร้อยละ 23 และมิลเลนเนียล ร้อยละ 27 ระบุว่าสมดุลชีวิตการทำงานเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจด้านอาชีพ ขณะที่ Gen Z ร้อยละ 23 และมิลเลนเนียล ร้อยละ 21 มองว่าความมั่นคงในการทำงานก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลัก ทั้งนี้ คนรุ่นใหม่ยังมองว่า บทบาทผู้นำมาพร้อมกับผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ความเครียด ภาวะหมดไฟ และการขาดสมดุลชีวิตการทำงาน
คนรุ่นใหม่ไทยยังให้ความสำคัญกับ “เป้าหมายในการทำงาน” สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก โดยในประเทศไทย Gen Z ร้อยละ 99 และมิลเลนเนียลไทย ร้อยละ 100 ระบุว่าการมีเป้าหมายในการทำงานเป็นปัจจัยสำคัญต่อความพึงพอใจในการทำงาน นอกจากนี้ คนรุ่นใหม่ไทยยังมีแนวโน้มที่จะปฏิเสธนายจ้างหรืองานที่ไม่สอดคล้องกับคุณค่าของตนเอง (Gen Z ร้อยละ 52 และมิลเลนเนียล ร้อยละ 46) สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกของ Gen Z (ร้อยละ 41) และมิลเลนเนียล (ร้อยละ 39)
ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ในที่ทำงานมีความสำคัญอย่างมากเช่นกัน โดย Gen Z ร้อยละ 81 และมิลเลนเนียลไทย ร้อยละ 75 มองเพื่อนร่วมงานเป็นเพื่อน และผู้ที่มีมิตรภาพในที่ทำงานที่แข็งแกร่งมักมีระดับความสุขในการทำงานมากกว่า และมีแนวโน้มที่จะอยู่กับองค์กรนานกว่า
ไทยโดดเด่นด้านการใช้ AI แต่ยังคงมีช่องว่างด้านความพร้อมขององค์กร
ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีการใช้ AI สูง เมื่อเทียบกับทั่วโลก โดย Gen Z ร้อยละ 87 และมิลเลนเนียลไทย ร้อยละ 88 ระบุว่าใช้ AI ในการทำงานแต่ละวัน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ร้อยละ 74 นอกจากนี้ คนรุ่นใหม่ไทยยังมีความมั่นใจในทักษะด้าน AI ของตนเอง และมีแนวโน้มที่จะเข้าอบรมด้าน AI เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ก้าวทันการพัฒนาของเทคโนโลยี
อย่างไรก็ตาม องค์กรยังคงก้าวตามไม่ทัน โดยมีเพียง Gen Z ร้อยละ 44 และมิลเลนเนียลไทยร้อยละ 43 ที่ระบุว่าเครื่องมือ AI ที่องค์กรจัดหาให้นั้นเพียงพอ หรือเพียงพออย่างมาก ซึ่งอุปสรรคสำคัญต่อการใช้ AI ในที่ทำงาน ได้แก่ ข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ เครื่องมือที่ไม่ตอบโจทย์เฉพาะของงาน รวมถึงการขาดโอกาสในการอบรมที่มีประสิทธิภาพ ความรู้และประสบการณ์
นายอริยะ กล่าวเพิ่มเสริมว่า “ชีวิตการทำงานของ Gen Z และมิลเลนเนียลไทย ประกอบไปด้วยศักยภาพในการรับมือความเปลี่ยนแปลงและความสามารถในการปรับตัว พวกเขาเรียนรู้และใช้ AI ได้เร็วกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก พร้อมแสวงหาโอกาสในการพัฒนาทักษะและเลือกเส้นทางอาชีพอย่างมีเป้าหมาย องค์กรที่ก้าวทันคนรุ่นใหม่จะสามารถพัฒนาไปพร้อมกับพวกเขา ผ่านการลงทุนด้านการเรียนรู้ที่เป็นระบบ การเติบโตบนพื้นฐานของทักษะ และการสร้างระบบที่ปรับเปลี่ยนตามบริบทที่เปลี่ยนแปลง เพราะการปรับตัวไม่ใช่เพียงชั่วคราว แต่เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่อง”
สามารถอ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่: www.deloitte.com/genzmillennialsurvey และรายงานสำหรับประเทศไทยได้ที่: https://www.deloitte.com/southeast-asia/en/services/consulting/perspectives/th-genz-millennial-survey-2026.html
เกี่ยวกับ 2026 Deloitte Global Gen Z and Millennial Survey
ผลสำรวจ 2026 Deloitte Gen Z and Millennial Survey สะท้อนความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่าง Gen Z จำนวน 14,384 คน (เกิดระหว่างเดือนมกราคม 2538 ถึงธันวาคม 2550*) และกลุ่มมิลเลนเนียลจำนวน 8,211 คน (เกิดระหว่างเดือนมกราคม 2526 ถึงธันวาคม 2537) โดยรวมผู้ตอบแบบสำรวจทั้งสิ้น 22,595 คน จาก 44 ประเทศ ครอบคลุมภูมิภาคอเมริกาเหนือ ละตินอเมริกา ยุโรปตะวันตก ยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียแปซิฟิก โดยการสำรวจดำเนินการผ่านแบบสอบถามออนไลน์ในรูปแบบตอบด้วยตนเอง ระหว่างวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ถึง 15 มกราคม 2569
รายงานฉบับนี้ประกอบด้วยความคิดเห็นจากผู้ตอบแบบสำรวจที่ตอบคำถามปลายเปิด รวมถึงข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงคุณภาพแบบตัวต่อตัวในลักษณะชาติพันธุ์วรรณา (Ethnography) ซึ่งดำเนินการแยกต่างหากจากการสำรวจออนไลน์ นอกจากนี้ รายงานยังนำเสนอข้อมูลเชิงลึกจากการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้นำองค์กรเกี่ยวกับแนวโน้มด้านแรงงานและพลวัตระหว่างช่วงวัยในองค์กร โดยการสัมภาษณ์เชิงคุณภาพดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ถึง 13 มีนาคม 2569
ข้อมูลเชิงคุณภาพจากผู้ตอบแบบสำรวจกลุ่ม Gen Z และมิลเลนเนียล มีการใช้นามสมมติเพื่อระบุชื่อผู้ให้สัมภาษณ์ พร้อมระบุเฉพาะกลุ่มคน (Generation) เพื่อคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของผู้เข้าร่วม ขณะที่ข้อมูลเชิงลึกจากผู้นำองค์กรจะระบุชื่อบุคคลและองค์กรโดยได้รับอนุญาตแล้ว
โดยทั่วไป Gen Z หมายถึงผู้ที่เกิดระหว่างเดือนมกราคม 2538 ถึงธันวาคม 2553 อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ไม่ได้รวมผู้ตอบแบบสำรวจที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ดังนั้น นิยามของกลุ่ม Gen Z ในการสำรวจนี้จึงปรับเปลี่ยนในแต่ละปี เพื่อให้ครอบคลุมเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่บรรลุนิติภาวะแล้วทั้งหมด

